"กรณ์-กทช." ลุยสางสัมปทานโทรคมนาคมสร้างความโปร่งใส และวางอนาคตให้แก่กิจการโทรคมนาคม ที่จะพัฒนาไปสู่การให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี... นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำลังพิจารณาแปรสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลเสียผลประโยชน์จากธุรกิจประเภทนี้ และที่สำคัญการแปรสัญญา จะสร้างความโปร่งใส และวางอนาคตให้แก่กิจการโทรคมนาคม ที่จะพัฒนาไปสู่การให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี รัฐบาลคงไม่กลับไปใช้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพราะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เบื้องต้น ผู้ประกอบการทุกรายเห็นด้วยที่จะมีการแปรสัญญาสัมปทาน โดยมีอายุสัมปทาน 15 ปี ส่วนจะเป็นรูปแบบใด ไม่สามารถเปิดเผยได้  

"กรณีที่กังวลว่า หากยังให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้เก็บรายได้จากค่าสัมปทาน หลังจากที่แปรสัญญาสัมปทานแล้ว จะทำให้รัฐวิสาหกิจอย่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มีรายได้ที่โชว์อยู่ในงบดุลบัญชีสูง จนดูเหมือนว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพการทำงานดี กรณีนี้กฎหมายของ กทช. มาตรา 78 ระบุไว้ว่า รายได้จากสัมปทานจะต้องนำส่งกระทรวงการคลัง" 

นายกรณ์กล่าวว่า ไม่สบายใจกรณีที่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่บริษัทชินคอร์ปฯได้รับผลกระทบจากการยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะคนที่ถูกยึดทรัพย์เป็นอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน โดยบริษัทชินคอร์ปและผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกรายยังคงดำเนินธุรกิจของตัวเองต่อไป ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น รัฐบาลจะเป็นผู้ติดตาม ขณะที่ความเสียหายตามคำสั่งศาลอยู่ที่ 134,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ต้องติดตามจากคนผิด ไม่ใช่บริษัทนิติบุคคล ซึ่งความเสียหายก็คือ ความเสียหาย ยังไม่ได้บอกว่าบริษัทกระทำความผิด.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 16 มิถุนายน 2553