การใช้เพลงและเกมในการสอนลูกเสือ
บทคัดย่อ
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร คือ ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2550 โรงเรียนวัดรัตนาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
การศึกษาในครั้งนี้ เป็นการศึกษาประสิทธิผลของวิธีสอนโดยใช้ชุดการสอน เรื่องทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยเพลงและเกม สำหรับลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดรัตนาราม มีสาระสำคัญที่จะสรุปได้ดังนี้
สรุปผลการวิจัย
จากการวิจัย แสดงให้เห็นว่า
-
ประสิทธิภาพของชุดการสอนทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยเพลงและเกม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 มีค่า 82.88/88.15
-
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนสูงกว่าก่อนใช้ชุดการสอน
-
ความพึงพอใจของลูกเสือ-เนตรนารีสามัญที่มีต่อชุดการสอนอยู่ในระดับมาก
จากการวิเคราะห์ข้อมูลหลังการทดลองสอนโดยใช้ชุดการสอน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดการสอน เรื่อง ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยเพลงและเกม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยขออภิปรายผลตามลำดับความมุ่งหมายของการวิจัย ดังนี้
-
ประสิทธิภาพของชุดการสอนที่ผู้วิจัยค้นคว้าผลิตและนำมาใช้กับกลุ่มตัวอย่างครั้งนี้ มีประสิทธิภาพโดยรวมสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย ดังนี้
1.1 ด้านกระบวนการ การที่ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญมีคะแนนกระบวนการสูงกว่าเกณฑ์นั้น เนื่องมาจากในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ชุดการสอน เรื่อง ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยเพลงและเกม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยได้จัดการเรียนการสอน ตามแผนการสอนที่วางไว้อย่างมีระบบและมี ขั้นตอนที่ชัดเจน มีการเตรียมการสอนทุกครั้งก่อนเข้าสอน เตรียมสื่อการเรียนการสอนไว้ล่วงหน้า และในการเรียนการสอนของชุดการสอนได้เน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีส่วนร่วมกิจกรรมให้ มากที่สุด ส่งผลให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถฝึกปฏิบัติ ทำเอกสารได้ด้วยตนเอง
1.2 ด้านผลลัพธ์ หรือคะแนนหลังเรียน พบว่า มีค่าเกินร้อยละ 80 แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยเพลงและเกม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ สามารถใช้เป็นต้นแบบได้
-
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยเพลงและเกม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อาจเป็นเพราะว่า เมื่อลูกเสือ-เนตรนารีสามัญได้เรียนรู้ด้วยชุดการสอน ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญเกิด การเรียนรู้ที่ดี มีความเข้าใจในสาระเนื้อหา ได้ฝึกปฏิบัติทำกิจกรรมมากขึ้น
-
ผลการศึกษาความพึงพอใจของลูกเสือ-เนตรนารีสามัญที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอน ปรากฏว่าลูกเสือ-เนตรนารีสามัญมีความคิดเห็นเกี่ยวกับชุดการสอนอยู่ในระดับมาก สอดคล้องกับความคิดของ ศิริพงษ์ พลอยแย้ม (2533 : 106) ซึ่งได้เสนอแนวทางการประเมินสื่อการเรียนการสอนว่าต้องพิจารณา คุณลักษณะของสื่อด้านคุณภาพของตัวสื่อ ความถูกต้องด้านเนื้อหาของสื่อ ความรู้สึกพึงพอใจต่อการใช้สื่อของผู้สอนและผู้เรียน โดยใช้เครื่องมือและวิธีการในการประเมินคุณลักษณะของสื่อนั้น จากการสัมภาษณ์ การสังเกต ในระหว่างการใช้สื่อ การใช้แบบสอบถามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการใช้สื่อ
น่าสนใจค่ะ