สำเภาต้องโคลงเคลงไปตามคลื่นอยู่เต้น เสากระโดงจะกระเด็นกระดานแตก คลื่นใหญ่กระทบกระแทก กระแทก อยู่ผาง ๆ เสากระโดงหักกลางไปไม่ได้

บทร้องประกอบ (ร้องแยก)

ในพิธีทำขวัญนาค

ตอนที่ 2 โล้สำเภา (สำเภาทอง)

โดย ชำเลือง มณีวงษ์

ผู้มีผลงานดีเด่นเพลงพื้นบ้าน

รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547

          ในตอนที่ 2 นี้ ผมขอนำเอาบทร้องบทร้องประกอบที่เกี่ยวข้องในพิธีทำขวัญนาค ที่มีความสำคัญอีกบทหนึ่ง ไม่ค่อยได้ยินได้ฟังกันในช่วงหลังนี้เลย ในสมัยก่อนคนรุ่นเก่า ๆ จะได้ฟังก็ต่อเมื่อเวลาที่พระท่านเทศนาสอนนาค เป็นบทร้องแบบพูด เรียกว่าทำนองเสนาะ (ธรรมวัตร) ชื่อบท “โล้สำเภา” (สำเภาทอง)

            เอหิตาตะตา เจ้านาคเอ๋ย  พ่อชาลีศรีสุริวงศ์  บรรจงรักพระโพธิญาณ  หวังว่าจะข้ามฝั่งคาละสงสาร  ถึงฝั่งสถานอย่างนี้ก็นับว่ายอดยากที่บุคคลจะข้ามได้  สำเภาลำใดขนพานิช ย่อมตกแต่งต่อติดสลักเสลา  พ่อว่าสู้สำเภาลำนั้นไม่ได้  พ่อจึงหวังตั้งใจ เอาเจ้ามาเป็นสำเภาจึงเอาเป็นการจะแล่นเข้านิพพานอันสมหวัง  มาเถิดนะพ่อร้อยชั่งของบิดา  มาช่วยพ่อต่อเภตราเสียให้ดิบดี  ครบ 21 ปี ต่อมาเอาสบงครองเป็นชันยาชโลมน้ำมัน เอาจีวรครองนั้นเป็นสีทา  เอาสังฆาฏิเป็นดาดฟ้าและม่านกั้น เอาอังสะแพรนั้นเป็นเหล็กยึด  รัดประคดอกเป็นเหล็กยึดและโซ่ร้อย  เอาผ้ากราบเป็นธงห้อยวรรณะโสภา  เอาตาละปัดที่ป้องหน้าปักเป็นเสากระโดง  เอาย่ามเป็นสายระโยงรยางค์และเชือกร่าน  เอาเครื่องอัฐบริขารเป็นสินค้า  บรรทุกใส่ลำเภตราเสียให้ดิบดี  เอาอุปัชฌาย์นี่แหละเป็นนายเรือ เพื่อป้องกันภัยใต้เหนือมารบกวนย่างระยะพระบาทตลอดลำ  เอาอนุกรรมวาจามาเป็นใต้ก๋งตุลาการ  เอาพระลำดับ 25 นั้นมาเป็นทหารยืนที่กราบเรือ ลำเลียงเอาพระมารดาทำนองเสบียง  เอาพระบิดามาเป็นคนลำเลียงรับส่งคนโดยสารจะได้แล่นไปเมืองแก้วพระมหานิพพานอันภิญโญ

         

         

          สำเภาของพ่อนาคแล่นเลียบอุโบสถ เสียงฆ้องลั่นโสดสนั่นหวั่นไหว  จอดนอนทำเสมาชัย เบิกร้องน้ำญาติโยมก็มากว้านฉุด สำเภาก็แล่นอุตลุดเข้าโบสถ์ แต่ลำเดียวสันโดษตัดบ่วงใย เอาอุปัชฌาย์นั้นไซร้มาเป็นนายเรือ ถ้าแล่นเพื่อที่จะไปใต้เหนือไม่เพี้ยนผิด ถ้าแล่นเรื่อยเลยไปเกยอิฐแก่งและเกาะได้ที่ปมกะเลาะเปาะเกาะตัณหา พ่อจงแล่นลัดตัดเภตราเสียให้ห่างไกล  แม่น้ำน้อยเท่าร้อยไฟนั่นแหละสำคัญ  เรือใหญ่น้อยร้อนพันข้ามไม่พ้น  ถ้าแล่นเข้าไปในวนน้ำแล้วไม่จอด สำเภาก็ล่มจมจอดเป็นเหยื่อปลา  ทั้งกระโห้โลมาอ้าปากงับ  เรือใหญ่น้อยต้องแตกตับข้ามไม่ได้        

          สำเภาของพ่อนาคยังเอาทางวิปัสสนาฟืนไฟ  ยิ่งปลาเล็กปลาใหญ่แห่งตัณหา  เอาพระปรมัตถ์มาฟันฝ่าเสียให้พ้น  เพื่อจะได้แล่นข้ามน้ำสมประสงค์ ถ้าแล่นไปไม่ตลอดแล้วจอดลงทอดสมอ เพียงเท่านั้นหนอเป็นอย่างดี  จะแล่นไปให้เสียทีในกลางทะเล เห็นว่ามันว้าเหว่ควรต้องจอด  ถ้าแล่นไปไม่ตลอดแล้วเสียกาล เหตุเพราะมีพระยามารคอยสอดใส่สร้อยคอและผมโป่ง ลำนาวีของพ่อนี้ต้องโคลงเคลงไปตามคลื่น..  เกิดวิบัตถ์ตัดผืนคืนไม่พ้น  แล่นสู่หนอสู่หอกันสมคะเน อยู่ในวัดนั้นไม่ได้มาไกวเปลให้พ่อแดง  เพศจึงใคร่จะแกล้งประดิษฐ์ลูกว่าผิดต้องขออภัย  สำเภาต้องแตกทำลาย สึกเสียเพราะเหตุว่ามีเมียเท่านั้นเอง  สำเภาต้องโคลงเคลงไปตามคลื่นอยู่เต้น  เสากระโดงจะกระเด็นกระดานแตก คลื่นใหญ่กระทบกระแทก กระแทก อยู่ผาง ๆ เสากระโดงหักกลางไปไม่ได้ ต้องจอดกันไว้เพียงนี้...

จดบันทึกจากคำบอกเล่าของ พ่อคุณวัน  มีชนะ.  2514.