แต่ในขณะนี้ กล้องโทรทรรศน์ที่ใช้คลื่นอินฟาเรด สามารถทำให้เรามองเห็นดาวเคราะห์น้อยต่างๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อโลกได้ เนื่องจากดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ไม่สะท้อนแสง แสดงว่ามันดูดกลืนแสงจนเกิดความร้อนและปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของคลื่นอินฟาเรด

กล้องโทรทรรศน์ที่ใช้สังเกตดวงดาวต่างๆ นอกจากจะมีแบบ visible light คือแสงที่คนเราสามารถมองเห็นแล้ว ยังมีกล้องที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นอื่นๆ อีกด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ กล้องโทรทรรศน์ แบบอินฟาเรด นั่นเอง กล้องอินฟาเรดของนาซาตัวใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า WISE (Wide-Field Infrared Survey Explorer) ซึ่งถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมานี้เอง และทำหน้าที่สร้างแผนที่ท้องฟ้าในรูปแบบอินฟราเรด 

ในช่วง 6 สัปดาห์แรก WISE ได้ค้นพบดาวเคราะห์น้อยที่มีวงโคจรเฉียดวงโคจรของโลก 16 ดวงซึ่งเราไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่ง 55 % ของดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวนั้นสะท้อนแสงอาทิตย์เพียงแค่ 1/10 ของแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบ นั่นหมายความว่าดาวเคราะห์น้อยนี้มืดมากถ้าสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้ visible light นอกจากนี้พบว่าดาวเคราะห์น้อย 1 ดวงในจำนวนทั้งหมดนี้ยังมีสีดำเหมือนยางมะตอยและสะท้อนแสงอาทิตย์เพียงแค่ 5% เท่านั้นเอง ดาวเคราะห์น้อยที่ีพบส่วนใหญ่มีวงโคจรทำมุมเอียงกับระนาบการโคจรของดาวเคราะห์ปกติมาก ซึ่งหมายความว่ายังมีดาวเคราะห์น้อยอีกจำนวนมากที่กล้องโทรทรรศน์นั้นพลาดการสำรวจไป (กล้องโทรทรรศน์ถูกโปรแกรมให้ทำการสำรวจเทหวัตถุในระนาบเดียวกันกับการโคจรของดาวเคราะห์ปกติอย่างโลก)

แต่ในขณะนี้ กล้องโทรทรรศน์ที่ใช้คลื่นอินฟาเรด (คลื่นรังสีความร้อน) สามารถทำให้เรามองเห็นดาวเคราะห์น้อยต่างๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อโลกได้ เนื่องจากดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ไม่สะท้อนแสง แต่กลับดูดกลืนแสงจนตัวมันเองมีอุณหภูมิสูงและแผ่รังสีอินฟาเรดออกมา

นักดาราศาสตร์ คาดว่า WISE จะสามารถค้นพบวัตถุที่อาจจะเป็นอันตรายต่อโลกได้ประมาณ 200 อัน ส่วนดาวเคราะห์น้อยที่มืิดมิดนั้นคาดว่าเคยเป็นดาวหางมาก่อน แต่ก๊าซบนดาวหางเหล่านี้ถูกทำให้ระเหยกลายเป็นไอไปหมดแล้ว จึงไม่เห็นหางเหมือนดาวหางปกติ แต่มันจะกลายเป็นดาวเคราะห์น้อยที่สังเกตได้ยากด้วย visible light และอาจจะเป็นอันตรายต่อโลกนั่นเอง