“คุณรู้ไหมว่า ทำไมผมจึงขุดลอกคูน้ำ ข้างหลังบริษัท ผมลงมือทำด้วยมือของผมเอง”

     ผู้เขียนประทับใจอยู่อย่างหนึ่งสมัยทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเมื่ออยู่ กทม.เจอเจ้านายที่แสนดีเพราะอะไรผู้เขียนจึงประทับใจมากๆแล้วจะกล่าวให้ฟังตอนท้าย ทำงานแห่งนี้มา 4 ปีแต่เมื่อบริษัทประสบปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่แตกก็คือปัญหาเศรษฐกิจนั่นเอง เมื่อนั้นเป็นปี พ.ศ.2540 ก่อนที่บริษัทจะเจอปัญหาพิษเศรษฐกิจ มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ท่านกล่าวถึงเกี่ยวกับความเป็นมืออาชีพของท่านว่า

    “คุณรู้ไหมว่า ทำไมผมจึงขุดลอกคูน้ำ ข้างหลังบริษัท ผมลงมือทำด้วยมือของผมเอง” ผู้เขียนฟังท่านพูดเมื่อตอนเข้าฟังตอนประชุมในสมัยนั้นแล้วอึ้งไปพักหนึ่ง แล้วก็ฟังไป คิดไปว่า ถึงแม้ว่าท่านจะมีลูกน้องฝ่ายช่างอยู่มากมาย แต่ทำไมลงมือขุดคูลอกคูด้วยตัวของท่านเอง


     อ๋อ....ผู้เขียนก็นึกขึ้นได้ว่า นี่แหละคือความศรัทธาที่ท่านมีให้ลูกน้อง  นี่คือความเป็นผู้นำมืออาชีพ......แต่ท่านทำงานเปรียบเสมือนปิดทองหลังพระเพราะถ้าท่านไม่เล่าให้ใครในบริษัทฟัง ก็ไม่มีใครรู้ว่าท่านมือเปื้อนโคลน คอยรับใช้งานตั้งแต่ตำแหน่งระดับล่างจนถึงระดับหัวหน้างานว่างั้นเถอะ นี่แหละค่ะการทำงานที่ซื้อใจลูกน้องได้ทั้งบริษัท

     มาถึงตอนนี้ผู้เขียนเองก็เอาตัวอย่างที่ดีดีตั้งแต่สมัยเรียนระดับประถมจนถึงปัจจุบันมาปฏิบัติตามเพราะครูใหญ่ก็ทำหน้าที่คอยรับใช้ครูน้อยในสมัยนั้น   เช่นเดียวกับเจ้านายของบริษัทที่กล่าวถึงข้างต้น 

     ปัจจุบันยังมีตัวอย่างคนดีดีอีกเยอะแยะ ที่ทำงานมืออาชีพ  เป็นตัวอย่างที่ดีน่าศรัทธา  น่าไว้วางใจ    ปัจจุบันผู้เขียนก็เอาตัวอย่างที่ดีดีคอยรับใช้นักเรียน.....โดยทำให้ดูเป็นตัวอย่างค่ะเช่น บ้างก็เก็บขยะต่อหน้านักเรียน  กวาดขยะต่อหน้านักเรียนและทำอย่างอื่นเพื่อเป็นตัวอย่างให้นักเรียน เพื่อนำนักเรียนในการทำงาน ไม่เช่นนั้นนักเรียนจะไม่ศรัทธาและไม่ไว้วางใจเราเลยค่ะและจะไม่ทำตามที่เราสั่งเลยค่ะ

     "ความประทับใจของความศรัทธาของบุคคลผู้นั้น  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่จางหายไปไหน"