อถ โข นาคเสนทารโก...เมื่อนั้นนาคเสนกุมารน้อยได้กระทำการไม่กินข้าวปลาอาหารนอนทรมานตน

สวัสดีครับเพื่อน ๆ แสงแดดแรงร้อนยามบ่ายวันนี้มีกระแสลมพัดแรงพอสมควรช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อคือเมื่อพระโรหณะได้รับนิมนต์ไปฉันภัตตาหารที่บ้านพราหมณ์เสร็จแล้วได้สวดพระพุทธมนต์บทหนึ่งก่อนอำลาไป 

 มาเล่าถึงกุมารน้อย ๆ ครบ 10 เดือนเคลื่อนคล้อยก็คลอดออกมาพ่อแม่ตั้งชื่อให้ว่านาคเสนกุมาร ค่อย ๆ เจริญวัยได้ 7 ปีพอดีได้ศึกษาตามแบบอย่างตระกูลพราหมณ์คือได้เรียนไตรเพทจบมีครูพราหมณ์มาสอนถึงบ้านจนครูตอบปัญหาที่กุมารถามไม่ได้และอำลาไป เป็นช่วงที่พระคุณเจ้าโรหณะรู้วาระจิตของนาคเสนกุมารที่เบื่อเรื่องโลก ๆ อยากค้นหาสัจธรรมหรือแก่นแห่งความจริง  เลยเหาะจากที่อยู่ไปยังหน้าบ้านนั้น 

 วันนั้นเห็นพระคุณเจ้า...กุมารน้อยเลยเข้าไปถามว่า...ท่านทำไมไม่มีผมไม่มีหนวด...ทำไมนุ่งห่มผ้าย้อมด้วยน้ำฝาดอย่างนี้...

ดูก่อนกุมารน้อย...เรานี้ไม่กังวลเรื่องจะทำทรงผมให้สวยงามไม่ต้องหวีผมแต่งหน้าตาบำรุงตนเหมือนคนทั่วไป เราหมดห่วงเรื่องจะรักสวยรักงามอย่างคนทั่วไป...นุ่งห่มเพื่อพอยังร่างกายให้อบอุ่นเท่านั้นเองไม่หลงไปตามส่วนเกิน...รูปแบบอย่างนี้คนเขาเรียกว่า...สมณะ...พรรพชิต...ผู้ประพฤติพรหมจรรย์...

คงเป็นเพราะปุพเพวาสนาที่นาคเสนกุมารจะหันมายินดีในพระพุทธศาสนา...อยากจะเรียนวิชาทางพระพุทธศาสนาท่านจะบอกให้ข้าพเจ้าได้หรือไม่...อาตมายังบอกตอนนี้ไม่ได้เพราะจะเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านต่าง ๆ ที่รับนิมนต์ไว้นะ...

งั้นกระผมขอเป็นเด็กวัดตามไปด้วยนะครับ...การตามไปได้เห็นแบบอย่างที่งดงามของพระคุณเจ้าเกิดเลื่อมใสศรัทธา

...เมื่อว่างคนก็รบเร้าอยากให้บอกวิชาทางพุทธศาสนาให้...ดูก่อนกุมารน้อย...อาตมาจะบอกวิชาได้ก็ต่อเมื่อเจ้าได้สละ (ปลิโพธกังวล ) คือไม่มีห่วงอะไรอีกแล้วได้อำลาพ่อแม่ และพ่อแม่อนุญาตแล้วจึงมาในแนวทางอาตมาคืออยู่บวชเรียนแก่นธรรมนั้นแล

อถ  โข  นาคเสนทารโก...เมื่อนั้นนาคเสนกุมารน้อยได้กระทำการไม่กินข้าวปลาอาหารนอนทรมานตนพ่อมาเข้าไปถามได้ความว่าอยากบวชเป็นสามเณรน้อย ๆ ถ้าไม่ได้บวชเรียนก็จะไม่กินข้าวปลาให้ยืดชีวิต...เออลูกเราไปเรียนแล้วคงกลับมาเหมือนเดิมเราอนุญาตให้ลูกไปเรียนนะเธอ...ก็ตามใจละ...

เมื่อพ่อแม่อนุญาตแล้ววันต่อมานาคเสนกุมารก็เป็นเด็กวัดเดินตามหลังพระคุณเจ้าเข้าวัดไปเพื่อบวชเป็นสามเณรน้อย ๆ จะได้เรียนแก่นแห่งพุทธธรรม

นั้นแล.