งานวิจัยเกี่ยวกับดนตรีที่น่าสนใจ
ดนตรีช่วยกล่อมโลกให้สดใส ดนตรีเริ่มมีมาตั้งแต่เสมัยใด มื่อไหร่ (เรื่องนี้ต้องถามครูดนตรี.....แล้วหล่ะ)ในส่วนตัวของผู้เขียนเป็นคนชอบฟังเพลง(แต่ไม่ได้หมายความว่าร้องเพลงเพราะนะคะ)จึงสนใจว่าเสียงดนตรีมีผลต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่
ในด้านวิทยาศาสตร์ มีการตั้งสมมุติฐานหลายๆเรื่องเกี่ยวกับดนตรี ที่น่าสนใจเช่น ดนตรีหรือเสียงเพลงมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช, เสียงเพลงทำให้ไก่ออกไข่ได้มากขึ้นเป็นต้น มีงานวิจัยเกี่ยวกับดนตรีที่น่าสนใจเช่น
เสียงดนตรีส่งผลต่อหัวใจ
ศ. ลูเชียโน เบอร์นาดี จากมหาวิทยาลัยพาวีอา ประเทศอิตาลีเปิดเผยว่า พลังของดนตรีสามารถเยียวยามนุษย์ได้โดยเสียงเพลงส่งผลต่อการไหลเวียนในหัวใจ หลอดเลือด ปอด เสียงเพลงหนักๆเพิ่มความดันเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจของผู้ฟัง แต่ถ้าฟังเพลงเบาๆผ่อนคลายจะส่งผลในทางตรงกันข้ามการค้นพบนี้อาจช่วยทำให้เรานำดนตรีเข้าไปใช้ร่วมกับยาในการฟื้นฟูผู้ป่วย
การทดลองของศ.เบอร์นาดีทำโดยให้อาสาสมัครฟังเพลงคลาสสิคอย่างเพลงวาเพนสิเอโร่ในโอปร่านาบุ๊คโก้ของเวอร์ดี เพลงจากโอปร่าเรื่องทูรันดอตของปุชชินี่สลับกับการไม่ได้ฟังอะไรเลย พบว่าขณะที่อาสาสมัครฟังเพลงอัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดสูงขึ้นแต่เมื่อไม่ได้ฟังเพลงอัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดลดลง
ขอบคุณแหล่งที่มา :www.matichon.co.th/khaosod/
ต้นไม้ฟังเพลง
เมื่อ พ.ศ. 2516 โดโรธี รีแทลเแลค ได้พิมพ์หนังสือชื่อ The Sound of Music and Plant (เสียงดนตรีและพืช) โดยเล่ารายละเอียดในการทดลองของเธอซึ่งทำที่วิทยาลัย Woman’s College ในเดนเวอร์ให้ฟังว่า
เธอได้นำพืชไปไว้ในห้องทำการทดลอง โดยวางพืชแยกไว้ในห้องต่างๆกันซึ่งทุกห้องมีลำโพงสำหรับให้เธอปล่อยเสียงเข้าไปได้ ต้นไม้ในแต่ละห้องจะได้เสียงเพลงต่างกัน เธอเฝ้าดูการทดลองและจดบันทึกความเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน โดโรธีได้พบผลการทดลองอันน่าทึ่งดังนี้
การทดลองที่หนึ่ง เธอเปิดเพลงที่มีจังหวะคงที่ให้ต้นไม้ในห้องทดลองทั้งสามฟัง ห้องแรกเธอเปิดเพลงให้ฟังติดต่อกัน 8 ชั่วโมง ห้องที่สองเปิดให้ฟัง 3 ชั่วโมง ห้องที่สามไม่เปิดเสียงใดๆเลย
ผลการทดลองปรากฏว่า ต้นไม้ทุกต้นที่อยู่กับเพลงนานติดต่อกัน 8 ชั่วโมง โทรม และตายภายใน 14 วัน ส่วนต้นไม้ทกต้นที่อยู่กับเพลงเพียงวันละ 3 ชั่วโมง เจริญเติบโตสมบูรณ์ดี ยิ่งกว่าต้นไม้ที่ไม่ได้รับเสียงอะไรเลย
จากการทดลองของคุณโดโรธีทำให้ทราบว่า เสียงมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะคนหรือพืช หรือแม้แต่สัตว์ ดิฉันก็เคนทราบข่าวว่าเกษตรกรหลายแห่งเปิดเพลงให้ไก่ให้วัวฟัง ซึ่งได้ผลดีมาก ไก่ให้ไข่ดีกว่าเดิม การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงสามารถสร้างสุขภาพที่ดีขึ้นหรือเลวลงได้ คุณเองก็คงเคยสังเกตตัวเองมาแล้วว่าเสียงสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คุณได้อย่างไรบ้าง ...........

โดย กานดา พุฒตาล
คู่สร้างคู่สม
ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ-บรรเทาปวดเรื้อรัง


งานวิจัยเกี่ยวกับยังดนตรีมีอีกมาก นอกจากนั้นแล้วดนตรียังสื่อไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้า เหงา อาลัย จะอย่างไรก็ตามก็ขอให้เสียงเพลง หรือดนตรีทำให้ทุกท่านมีความสุข มีพลังในการสรรค์สร้างสิ่งดีๆอยู่เสมอ....

บีบีซีนิวส์ -นักวิจัยยืนยันการฟังเพลงก่อเกิดผลดีในแง่ของอาการเจ็บปวดเรื้อรังแม้ยังมีผู้รู้แย้งว่าดนตรีอาจเพียงช่วยหันเหความสนใจของผู้ป่วยจากอาการเจ็บปวดชั่วคราวก็ตาม
นักวิจัยอเมริกันทดสอบผลของดนตรีต่อผู้ป่วย 60 คนที่มีอาการปวดเรื้อรังแรมปีและพบว่าผู้ที่ฟังเพลงมีอาการปวดลดลง 21% และอาการซึมเศร้าที่เกิดจากความเจ็บปวดลดลง 25% ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้ฟังเพลง
ผลศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเจอร์นัลออฟ แอดวานซ์ เนิร์สซิงยังพบว่าดนตรีช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงความไร้ความสามารถของตัวเองน้อยลง
ผู้ป่วยในโครงการศึกษานี้ถูกคัดเลือกมาจากคลินิกระงับปวดและคลินิกจัดกระดูกซึ่งเป็นผู้ป่วย อาทิ โรคข้อเสื่อม และโรคปวดข้อรูมาตอยด์ มาเป็นระยะเวลา 6 ปีครึ่งโดยเฉลี่ยและส่วนใหญ่มีอาการปวดร่างกายมากกว่าหนึ่งจุดและปวดเรื้อรัง
นักวิจัยจัดให้ผู้ป่วยบางคนฟังเพลงจากหูฟังทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ขณะที่คนอื่นๆ ที่เหลือไม่ได้ฟังเพลงเลย
นอกจากนั้นในบรรดาผู้ป่วยที่ฟังเพลง ครึ่งหนึ่งสามารถเลือกเพลงที่ชอบอีกครึ่งหนึ่งเลือกเพลงฟังสบายๆ จากเทป 5 ชุดที่นักวิจัยจัดไว้ให้
“ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าการฟังเพลงส่งผลอย่างมากต่อกลุ่มทดลองสองกลุ่ม ในแง่ของการลดความเจ็บปวดความซึมเศร้า และความด้อยความสามารถ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างพลังและกำลังใจ” ดร. แซนดรา ซิดเล็กกิ จากคลีฟแลนด์ คลินิก ฟาวน์เดชันกล่าวและว่า
“มีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างสองกลุ่มที่ได้ฟังเพลงแต่ทั้งสองกลุ่มต่างมีอาการดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ฟังเพลงเลย
“ความปวดที่ไม่ใช่โรคมะเร็งยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญและยาไม่สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดนี้ได้ ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดได้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย” ศาสตราจารย์มาเรียน กู๊ด ที่ร่วมศึกษาในโครงการนี้ด้วย เสริมว่า “การฟังเพลงแสดงให้เห็นแล้วว่า ทำให้เกิดประโยชน์มากมายและการวิจัยของเราช่วยตอกย้ำว่า ดนตรีมีบทบาทสำคัญต่อสุขอนามัยยุคใหม่” อนึ่งการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับเดียวกันพบว่า การฟังเพลงสบายๆ 45 นาทีก่อนนอน ช่วยทำให้หลับเป็นสุขขึ้นกว่าเดิมกว่า 1 ใน 3
อย่างไรก็ตาม ดร. เคที สแตนนาร์ด เลขาธิการกิตติมศักดิ์ของบริติชเพน โซไซตี้ กล่าวว่า แม้ผลการศึกษาจากสถาบันหลายแห่งแสดงให้เห็นว่าดนตรีทำให้เกิดผลดีต่อผู้ที่มีอาการเจ็บปวด กระนั้น ผลที่เกิดขึ้นอาจเล็กน้อยและน่าสงสัยว่าจะเป็นเพียงผลระยะสั้นเท่านั้น
“ความเจ็บปวดเป็นเรื่องซับซ้อนมากและอยู่ใต้อิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อารมณ์ ประสบการณ์ และสภาพจิตใจหากดนตรีทำให้คุณผ่อนคลาย ก็อาจหวังได้ว่าจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ด้วย”ดร. สแตนนาร์ดสำทับว่ามีความเป็นไปได้ที่ดนตรีอาจเพียงหันเหความสนใจของผู้ป่วยจากความเจ็บปวดชั่วคราวเท่านั้น
เธอเสริมว่าไม่ได้เป็นเรื่องประหลาดใจแต่อย่างใดที่บ่อยครั้งยามีผลเพียงจำกัดต่อปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนเช่น ความเจ็บปวด“เราต้องเริ่มคิดนอกกรอบกันได้แล้ว”
ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ-บรรเทาปวดเรื้อรัง

งานวิจัยเกี่ยวกับยังดนตรีมีอีกมาก นอกจากนั้นแล้วดนตรียังสื่อไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้า เหงา อาลัย จะอย่างไรก็ตามก็ขอให้เสียงเพลง หรือดนตรีทำให้ทุกท่านมีความสุข มีพลังในการสรรค์สร้างสิ่งดีๆอยู่เสมอ....
นักวิจัยอเมริกันทดสอบผลของดนตรีต่อผู้ป่วย 60 คนที่มีอาการปวดเรื้อรังแรมปีและพบว่าผู้ที่ฟังเพลงมีอาการปวดลดลง 21% และอาการซึมเศร้าที่เกิดจากความเจ็บปวดลดลง 25% ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้ฟังเพลง
ผลศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเจอร์นัลออฟ แอดวานซ์ เนิร์สซิงยังพบว่าดนตรีช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงความไร้ความสามารถของตัวเองน้อยลง
ผู้ป่วยในโครงการศึกษานี้ถูกคัดเลือกมาจากคลินิกระงับปวดและคลินิกจัดกระดูกซึ่งเป็นผู้ป่วย อาทิ โรคข้อเสื่อม และโรคปวดข้อรูมาตอยด์ มาเป็นระยะเวลา 6 ปีครึ่งโดยเฉลี่ยและส่วนใหญ่มีอาการปวดร่างกายมากกว่าหนึ่งจุดและปวดเรื้อรัง
นักวิจัยจัดให้ผู้ป่วยบางคนฟังเพลงจากหูฟังทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ขณะที่คนอื่นๆ ที่เหลือไม่ได้ฟังเพลงเลย
นอกจากนั้นในบรรดาผู้ป่วยที่ฟังเพลง ครึ่งหนึ่งสามารถเลือกเพลงที่ชอบอีกครึ่งหนึ่งเลือกเพลงฟังสบายๆ จากเทป 5 ชุดที่นักวิจัยจัดไว้ให้
“ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าการฟังเพลงส่งผลอย่างมากต่อกลุ่มทดลองสองกลุ่ม ในแง่ของการลดความเจ็บปวดความซึมเศร้า และความด้อยความสามารถ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างพลังและกำลังใจ” ดร. แซนดรา ซิดเล็กกิ จากคลีฟแลนด์ คลินิก ฟาวน์เดชันกล่าวและว่า
“มีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างสองกลุ่มที่ได้ฟังเพลงแต่ทั้งสองกลุ่มต่างมีอาการดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ฟังเพลงเลย
“ความปวดที่ไม่ใช่โรคมะเร็งยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญและยาไม่สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดนี้ได้ ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดได้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย” ศาสตราจารย์มาเรียน กู๊ด ที่ร่วมศึกษาในโครงการนี้ด้วย เสริมว่า “การฟังเพลงแสดงให้เห็นแล้วว่า ทำให้เกิดประโยชน์มากมายและการวิจัยของเราช่วยตอกย้ำว่า ดนตรีมีบทบาทสำคัญต่อสุขอนามัยยุคใหม่” อนึ่งการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับเดียวกันพบว่า การฟังเพลงสบายๆ 45 นาทีก่อนนอน ช่วยทำให้หลับเป็นสุขขึ้นกว่าเดิมกว่า 1 ใน 3
อย่างไรก็ตาม ดร. เคที สแตนนาร์ด เลขาธิการกิตติมศักดิ์ของบริติชเพน โซไซตี้ กล่าวว่า แม้ผลการศึกษาจากสถาบันหลายแห่งแสดงให้เห็นว่าดนตรีทำให้เกิดผลดีต่อผู้ที่มีอาการเจ็บปวด กระนั้น ผลที่เกิดขึ้นอาจเล็กน้อยและน่าสงสัยว่าจะเป็นเพียงผลระยะสั้นเท่านั้น
“ความเจ็บปวดเป็นเรื่องซับซ้อนมากและอยู่ใต้อิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อารมณ์ ประสบการณ์ และสภาพจิตใจหากดนตรีทำให้คุณผ่อนคลาย ก็อาจหวังได้ว่าจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ด้วย”ดร. สแตนนาร์ดสำทับว่ามีความเป็นไปได้ที่ดนตรีอาจเพียงหันเหความสนใจของผู้ป่วยจากความเจ็บปวดชั่วคราวเท่านั้น
เธอเสริมว่าไม่ได้เป็นเรื่องประหลาดใจแต่อย่างใดที่บ่อยครั้งยามีผลเพียงจำกัดต่อปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนเช่น ความเจ็บปวด“เราต้องเริ่มคิดนอกกรอบกันได้แล้ว”



ที่ช่วยกล่อมเกลาจิตวิญญาณให้อ่อนโยน
ทำให้เป็ดเจริญเติบโตออกไข่ได้มากมาย
ขอบคุณบันทึกดีๆ มีประโยชน์ค่ะ
ไม่มีที่แห่งไหนจะมีความสุขเท่ากับเมืองไทยอีกแล้ว...
รักพ่อหลวง หยุดใช้ความรุนแรงค่ะ .... พ่อหลวงพระองค์จะทรงทุกข์ราชหฤทัยสักเพียงใด??? ที่ลูกๆ เป็นแบบนี้
รักกันไว้เถิด "เราเกิดร่วมแดนไทย"......
สวัสดีครับครูtamtam1
ขอบคุณเรื่องราวดีๆของดนตรีค่ะ
ครูกระเเต
สวัสดีครับ
ดนตรีช่วยกล่อมโลกให้สดใส ...ถ ถ ถ ถูกต้องแล้วคร้าบ..
ใครที่มีจิตใจรักดนตรี ก็มักจะเป็นคนน่ารักเสมอค่ะ..คุณพี่ว่าม่ะ..โดยเฉพาะครูบันเทิง...ก็หนูจบเอกดนตรีนี่ค่ะ...มศว.ประสานมิตร จ้า....อิอิ..ได้ที ..โม้เลย..
สวัสดีค่ะ
แต่ละบันทึกมีสาระมากมาย
อ่านแล้วสมองมีรอยหยักเพิ่มขึ้น
หลังจากที่มันยืดๆๆหด..แล้วหาย..
มีแต่หลงลืมบ่อยๆ ต้องขยันอ่านแล้ว
ขอบคุณนะคะ