วันที่ ๘ มี.ค. ๕๓ ผมมอบหมายหน้าที่ประธานการประชุมมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดลให้ท่านรองประธาน   แล้วไปฟังการประชุม “กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ : กรณีศึกษาจากประสบการณ์ของประเทศออสเตรเลีย” จัดโดย สกอ.  

          วิทยากรคือ Ms. Di Booker, Principal Policy Officer, Australian Qualifications Framework Council Secretariat   เจ้าหน้าที่ ๑ ใน ๓ คนของคณะ secretariat ของ AQF  ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๙๕   ย้ำว่า AQF Council มีกรรมการ ๙ คน ที่ประชุมปีละ ๔ ครั้ง   และมีเจ้าหน้าที่ประจำทำงานเต็มเวลา ๓ คนเท่านั้น รวมทั้งตัว Secretary General ด้วย 

          ก่อนมาร่วมประชุมผมตีความว่า National Qualifications Framework (NQF) หรือของไทยเราเรียก TQF คือเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้ นศ. มี mobility ระหว่างมหาวิทยาลัย และระหว่างประเทศ   เป็นการเตรียมการณ์เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอนาคตให้แก่พลเมืองไทย    ซึ่งเมื่อมาร่วมการประชุม ผมก็จับได้ว่า NQF/TQF ยังเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้การศึกษาไม่ลอยหรือแยกตัว   เว็บไซต์ของ NQF สหราชอาณาจักร ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Qualifications Framework ระบุชัดเจนว่า ริเริ่มขึ้นสำหรับเป็นเครื่องมือให้การศึกษาเชื่อมโยงกับการทำงาน  อ่านได้ที่  NQF

          ฟังไปเรื่อยๆ ผมคิดว่า QF คือนวัตกรรมด้านการศึกษา   หรือนวัตกรรมด้านการบริหารการศึกษาของประเทศ   เป็นเครื่องมือให้ส่วนต่างๆ ของการศึกษาเชื่อมโยงกัน   และเชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆ ของสังคม   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื่อมโยงกับการทำงาน 

          คุณ Di บอกว่า ที่ออสเตรเลีย AQF มีกรอบเดียวใช้ทั่วประเทศ คือใช้ทุกรัฐ และใช้กับทั้งการศึกษาระดับมัธยมปลาย  อาชีวศึกษา  และมหาวิทยาลัย   ส่วนที่ต่างจากของเราคือ ชัดเจนว่าเขาใช้เป็น journey ไปสู่เป้าหมายใหม่ๆ   ไม่มอง AQF เป็นเป้าหมาย (destination)   โดยเป้าหมายที่เขาเล็งได้แก่ การที่สังคมเชื่อถือในผลลัพธ์ด้าน qualifications   การใช้ qualifications ช่วยเสริม mobility ของ นศ. และผู้จบการศึกษา   การเปลี่ยนการเรียนรู้เป็น qualifications   ความเชื่อมต่อไร้รอยตะเข็บระหว่างการศึกษาต่างสาขา และเชื่อมต่อกับที่ทำงาน   การเชื่อมต่อ qualifications ระหว่างประเทศ  

          ออสเตรเลียเขาขับเคลื่อนกระบวนการ AQF แบบมีส่วนร่วม   ทำไปเรียนรู้ไป และปรับไป   ค่อยๆ มองอนาคตไปข้างหน้า   สำหรับร่วมมือกับอีกหลายหน่วยงาน ในการขับเคลื่อนระบบคุณภาพการศึกษาไปข้างหน้า   เขาเน้นความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพ,  Australian Teaching and Learning Council, และ AUQA มาก   รวมทั้งประเทศออสเตรเลียกำลังจะออกกฎหมายตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ TEQSA ภายในปีนี้

          เท่ากับ AQF เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือเสริมความเข้มแข็งของระบบการศึกษาของประเทศ   โดยทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่นอีกหลายตัว   ในการยกระดับขีดความสามารถของผู้สำเร็จการศึกษา โดยดูที่ผลลัพธ์ (outcome) คือ qualification ของผู้สำเร็จการศึกษา ไม่ดูที่ input และไม่ดูที่ output 

          ระบบนี้ของยุโรปคือ EQF  ของนิวซีแลนด์คือ NZQF   และมีเอกสารของ ILO เกี่ยวกับ QF ที่นี่ ,    จะเห็นว่า ILO สนใจส่งเสริมการเอา QF มาเป็นเครื่องมือทำให้การศึกษาเชื่อมกับการทำงาน   

          กลับมาที่บ้าน ค้น อินเทอร์เน็ต พบว่าที่ออสเตรเลียเขามีความเคลื่อนไหวด้าน  National Quality Framework for Early Education and Care ด้วย   ไม่ได้มีเฉพาะด้านมัธยมศึกษา  อาชีวศึกษา  และอุดมศึกษา อย่างที่คุณ Di Booker บอก   แสดงว่าเรื่อง QF นี้ มีความเคลื่อนไหวพัฒนาไปอีกอย่างไม่หยุดยั้ง  

 

          ผมพบเครื่องมือสำหรับช่วยในการกำหนดนโยบายอุดมศึกษา   ที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยไม่ลอยตัวแยกออกจากสังคมแล้ว

 

 

วิจารณ์ พานิช
๘ มี.ค. ๕๓

รองเลขาธิการ สกอ[2]. รศ. นพ. กำจร ตติยกวี กล่าวเปิดการประชุม

 

Ms[1]. Di Booker วิทยากร

 

บรรยากาศในห้องประชุม