เมื่อวานนี้  ขับรถกลับบ้านในตอนเย็น  เห็นกลุ่มตำรวจ  ยืนเรียงกันเป็นตับ  เพื่อรับสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น  ทำให้ขับรถไปแบบหายใจไม่ทั่วท้อง  นี่ เป็นเพียงภาพที่ทำให้เกิดอารมณ์.....หดหู่

*****

แต่พอมาถึงเวลาอ่านข่าว  พบข่าวที่พาดหัวข้อ  น่ากลัว 

อาจจะเป็นเพราะ....เป็นอาชีพการขายข่าว ที่ต้องเขียนชื่อข่าว....ให้น่าสนใจ  จะได้ขายคล่อง

เหมือนกับเรา เขียนบันทึกในบล็อกของเรา  ที่ต้องการให้ผู้มาเยือน  ได้คลิกเข้ามาอ่านด้วยความสนใจ  (นอกจากจะเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะเท่านั้น)  เลยตั้งชื่อให้หรู

*****

ก็ดีค่ะ  สำหรับเราท่าน  ที่พอจะแยกแยะ  วิเคราะห์กันได้  ในคราวที่ต้องบริโภค 


แต่ถามว่า.....รู้สึก  มีอารมณ์หวั่นไหว กับ ข้อความที่เขียน....เกินกว่าเหตุ  บ้างใหม

เราท่าน  เป็นผู้มีความรู้พื้นฐาน  พอที่จะเข้าใจ 

แล้ว  ผู้คนที่อ่านแล้ว วิเคราะห์ไม่ได้  ไม่เข้าใจ  ต่างก็พากันแตกตื่น ด้วยข้อความ.....หนักแน่น  จนเกินกว่าเหตุ

*****

หึ่งวินาศกรรมกรุง  .....เป็น  หัวข้อข่าวน่ากลัว  ทั้งๆที่ เหตุการณ์นั้น ยังไม่เกิด 

เนื้อข่าว......เรียกถกตำรวจนครบาลวางมาตรฐานคุมเข้มรับม็อบ.....บุก 12 มี.ค.ค 

ครูอ้อย  อยู่กลางกรุง  จะหวั่นใหม  ออกจากบ้านตั้งแต่....ตีห้า

หรือว่าห่วงการทำมาหากิน  จนไม่ห่วงชีวิตหรือว่า.....เคยชินกับการอ่านข่าว  บริโภคข่าวทาง ทีวี  ที่เกินกว่าเหตุ  ไม่ได้กลั่นกรอง 

เขียนข่าวเว่อ(ขออนุญาตใช้คำสั้นแต่เข้าใจ)

*****

สอท.มั่นใจศก.ไทยจะเดินหน้าต่อไปได้......เอ้อ  ดี เขียนแบบนี้สร้างสรร  

แต่....จริงใหม 

อะไรก็ตาม   ในความเป็นจริง  ......อ่านให้หลายฉบับ  จะพบว่า.....ไม่จริง  

อ่านฉบับเดียวแล้วเชื่อ.....นั่นคน  มีช่องทางน้อยในการบริโภคข่าว.....ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้เสียด้วย

*****

ดังนั้น  การเขียนข่าว  หรือ เขียนบทความ  ย่อมมีจุดเน้นก็คือ  เขียนให้เป็นจริง 

อย่าเขียน  เว่อ  อย่าใช้คำรุนแรงกว่าเหตุ 

ไม่มีความจำเป็น ใดใด  ที่จะต้องเขียนให้คนเข้าใจผิดกัน.....

ในยามนี้  สิ่งใด  ที่ทำให้คนเข้าใจกัน.....ไม่ใช่ สื่อ  หรอกหรือ

จนชาวบ้านร้านถิ่น.....แตกกันไปหมดแล้ว  

อย่าไปโยนความผิดให้  กลุ่มนั้น นี้หรอก......

ก้มดูตัว  พิจารณาดูตัวว่า......คิดดี  พูดดี  ทำดี......กันหรือยัง