ในงานฉลองอนุสาวรีย์และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย ( 5-13 มีนาคม 2553)
ปีนี่เป็นปีที่ค่อนข้างมีความพิเศษกว่าทุก ๆ ปี....
เพราะนอกจากจะมีการประกวดผลไม้ใหญ่...เหมือนปีก่อน ๆ แล้ว...
ยังนับเป็นปีแรก...ที่จะมีการแสดงประกอบแสงสีเสียง...เรื่องสงครามปราบฮ่อ...
...นักแสดงประกอบ..แสงสีเสียง....เป็นลูกหลานชาวหนองคาย...
ผมก็เป็นคนหนองคาย...เมื่อได้ดูแล้วก็เข้าใจประวัติบ้านเกิดตัวเองมากขึ้นครับ....รักบ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น...(ดีกว่าอ่านเองมาก ๆ เลยครับ)
จึงขอเป็นผู้ถ่ายทอดการแสดง...สงครามปราบฮ่อในงานนี้ครับ...
เริ่มจาก.......การนำเสนอประวัติบุคคลที่เป็นต้นตระกูลของจังหวัดหนองคาย...วันละตระกูล.....โดยให้ทายาทบุคคลเหล่านั้นมาร่วมเป็นเกียรติภายในงาน...
..เดินเรื่องโดยครู..นำนักเรียนทัศนะศึกษาในจังหวัดหนองคาย...หลังจากไหว้หลวงพ่อพระใส และชมสะพานมิตรภาพไทยลาวแล้ว ก็ถึงคราวชมอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ..ให้ครบตามคำขวัญจังหวัดที่ว่า.. “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทยลาว...” โดยครูได้เล่าให้นักเรียนฟังว่า........
...ณ เมืองหลวงพระบาง...ภายใต้การปกครองของสยามประเทศ....ความสงบสุขกำลังจะหายไป...เมื่อจีนฮ่อหลบหนีการไล่ล่าเข้ามาปล้น ฆ่า..บุกยึดหัวเมืองทั้งหลายไว้ได้จนถึงเวียงจันทร์....
...ณ..เมืองหนองค่าย(ชื่อเดิมของเมืองหนองคาย)...ท่านเจ้าเมืองไปราชการจังหวัดอุบลราชธานี ท่านรองเจ้าเมือง เจ้ากรมเมือง...และเจ้าเมืองโพนพิสัย เห็นว่าข้าศึกมีกำลังมากกว่า และมาประชิดถึงตรงข้ามฝั่งแม่น้ำโขง...จึงพาครอบครัวหลบหนีไปอยู่เขตอุดรธานี..
...เมืองหนองคาย..จึงขาดหลักชัย...ชาวบ้านต่างหลบหนีไปหลบซ่อนตามป่าตามเขา....โจรฮ่อจึงบุกเข้าตีเมืองหนองค่ายได้
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทราบข่าวศึกฮ่อยกทัพเข้ามาตีเมืองหนองค่าย จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้พระยามหาอำมาตย์ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปปราบฮ่อที่เมืองอุบลราชธานีอยู่แล้ว ยกทัพเข้าเมืองหนองค่าย..พร้อมสั่งจับผู้ที่ทอดทิ้งบ้านเมืองและราษฎร มาสำเร็จโทษ...
และยกทัพข้ามไปสู้กับฮ่อที่ฝั่งลาวที่ทุ่งเชียงคำ จนยึดค่ายของฮ่อได้..
ถึงแม้จะถูกยิงจนกระดูกหน้าแข้งแตก....
เมื่อฮ่อถูกล้อมอยู่นาน 7 วัน พวกฮ่อจึงขอเจรจา...แต่ไทยไม่ยอมตามข้อเสนอ...ฮ่อโกรธแค้น...คอยโจมตีเป็นลักษณะกองโจรอยู่บ่อย ๆ...
..ต่อทรงต้องการเผด็จศึกฮ่อให้ราบคาบ จึงมอบหมายให้ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม คุมกองทัพขึ้นไปสมทบกับอาสาสมัครจากเมืองหนองค่าย..
ท่านได้รับสมัครชายชาวเมืองหนองค่ายออกรบด้วย.
..แล้วกองทัพอันเกรียงไกรก็กรีฑาข้ามไปฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง...
...โดยมีเรือคำหยาด...เรืองของเจ้าเมืองหนองคายคอยส่งเสบียงอย่างไม่ลดละ...(เรือคำหยาด เป็นเรือแข่งที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น เป็นเรือ 5 รัชสมัย ทุก ๆ ปีที่มีการแข่งเรือในลำน้ำโขง ต้องมืเรือคำหยาดลงแข่งด้วยจวบจนปัจจุบัน)
แล้วสงครามปราบฮ่อก็ถึงขั้นแตกหัก...ปืนใหญ่ถูกยิงถล่มเข้าไปยังค่ายของฮ่อ...จนมีชัยในที่สุด...และถูกกวาดต้อนมาที่หนองคาย...โดยเรียกบริเวณนั้นว่า..ซอยฮ่อ...
....บักบุญ...ทหารอาสาชาวหนองค่าย...สามารถมีชัยเหนือนายกองของฮ่อคนหนึ่งได้...แต่ระหว่างดีใจอยู่นั้น...
เปรี้ยง ๆ...
บักมี..กับบักก้อง..ได้เพียงกระดูกของบักบุญใส่เรือคำหยาดกลับมาเมืองหนองค่าย....
ท่านกรมหลวงประจักษ์ทรงให้สร้างอุสาวรีย์ปราบฮ่อเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าขึ้น..ด้านหลังสถานีตำรวจเมืองหนองคาย...และต่อมาได้สร้างองค์จำลอง (ที่ใหญ่กว่าเดิม) ขึ้น
โดยมีการบวงสรวงทุกวันที่ 5 มีนาคมของทุกปี...
ปิดท้ายด้วยเพลงประจำจังหวัดและพลุสวยงาม
“.....อันจังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองคายอยู่ชายแดน....ฯลฯ”
ชมภาพถ่ายเพิ่มเติมได้ที่ สงครามปราบฮ่อ.. ครับ..
เพลงมาร์ชหนองคาย
คำร้อง - หลวงวิจิตรวาทการ
อันจังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองคาย อยู่ชายแดน
ตามภูมิแผนที่ตั้งริมฝั่งโขง
ภาคอีสานเรืองอร่ามงามจรรโลง
เกียรติดังโด่ง เป็นเมืองด่านบานประตู
ชาวหนองคาย
พี่น้องผองไทยกาจ
ล้วนสามารถแสดงประจักษ์เป็นนักสู้
เคยชิงชัยห้าวหาญต้านศัตรู
มิให้จู่โจมบุกรุกแดนไทย
อันพี่น้องหนองคายชายก็ชาญ
หญิงสะคราญหมดจดสวยสดใส
ทุกคนเอื้ออารีมีนําใจ
ถึงอยู่ไกลไมตรีสนิท เป็นมิตรเอยจังหวัดหนองคาย อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับท่าเดื่อ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาขนลาว มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ซึ่งเป็นสะพานแรกที่สร้างเชื่อมระหว่างสองฝั่งโขง ประกอบด้วยหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอบึงกาฬ อำเภอโพนพิสัย อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอเซกา อำเภอท่าบ่อ อำเภอโซ่พิสัย อำเภอสังคม อำเภอพรเจริญ อำเภอปากคาด อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล กิ่งอำเภอบุ่งคล้า กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ กิ่งอำเภอสระใคร และกิ่งอำเภอรัตนวาปี
- ทิศเหนือ จดแม่น้ำโขงอันเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับลาว
- ทิศใต้ จดจังหวัดอุดรธานี สกลนคร
- ทิศตะวันออก จดจังหวัดนครพนม
- ทิศตะวันตก จดจังหวัดเลย






















งานวิจิตร อลังการหนองคาย เมืองชายแดน มากๆค่ะพี่ชาย
วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทยลาว...”
ผลไม้ ใหญ่โต มากๆ ลูกเดียว กินกันได้ทั้งหมู่บ้านนเลยรึเปล่าคะนี่ ;)
ขอบคุณค่ะ สาระดีดี ภาพสวยจากน้องชาย
ฝากให้..ที่รัก
ขอบพระคุณกลอนหวาน ๆ จากพี่ครูอ้อย แซ่เฮ เช่นกันครับครับ
สวัสดีครับ บุษรา
ร้อน ๆ แต่ก็สบายดีครับ...ดีกว่าเมื่อวานหน่อย..^^
สวัสดีค่ะ
แวะมาชมภาพสวยๆ
ขอบคุณนะคะ^__^
สวัสดีครับท่านเกษตร(อยู่)จังหวัด
ไม่ทราบว่าตัวท่านอยู่ในซอยฮ่อ หนองคายป่าว
เห็นถูกชาวหนองคายที่อยู่ข้างๆปราบซะอยู่เลย....อิ.อิ.
ขอบคุณครับที่แบ่งปันตำนานของจังหวัดหนองคาย
๕ ๕ พี่ชายคนมุขเยอะ เป็นไงบ้างคะ ดีใจไหมเอ่ยเจอคู่ปรับมุขสูสีแล้ว ท่านเจ้าของคห.แปด ... มาเม้นท์คราใด ได้สวนมุขซะฮากระจาย ขออนุญาติ ขำก่อนนะคะ อิ อิ
มาชมภาพเพิ่มเติม พลุงามมากๆ โห น้ำเต้า ลูกใหญ่มาก กี่โลคะเนี่ย อยากเห็นต้นว่าจะรับน้ำหนักอย่างไรหนอ ;) ลูกที่ได้รางวัล ๑ เขียวปี๋ และ ๒ เหลืองอ๋อย ใช้เกณฑ์? คะ
อิ อิ บันทึกไหนถูกจริต ก็คอยติดตามค่ะ เห็นภาพแล้วอยากย้อนกลับไปปะหน้า ท่านหลวงประจักษ์ศิลปาคม ... ฝันดีค่ะ
ขอบคุณที่พาชม สงครามปราบฮ่อ..
วีรบุรุษของเราคงอยาก..ลุกขึ้นมา
ปราบ..ในโลกปัจจุบันบ้างนะคะ
สวัสดีค่ะท่านเกษตรฯ
ต้นเฟิร์น...มาชมภาพจริงได้ถึงวันที่ 13 นี้นะครับ...
อันตัวเรานี้....อยู่ในซอยห้วยจุ่มก้น..555
บันทึกนี้พอถูกบ้างเปล่า..??
ยังทันนะครับพิชชางานถึงวันที่ 13 มีนาคมนี้ครับ....
ชมแสงสี..ประกอบเสียงดังกระหึ่ม....ภาษาลาว ภาษาจีน..เร้าใจกว่าดูภาพเฉย ๆ มากเลยครับ
สวัสดีครับ การแสดงยิ่งใหญ่จริงๆนะครับ
ครับ สมกับเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ทีเดียวครับ ท่านเบดูอิน
ต้นตระกูลของจังหวัดหนองคายมีตระกูลอะไรบ้างครับ ดูเรื่องแล้วน่าสนใจมากๆ
โห..อาจารย์ขจิต ฝอยทอง ถามแบบนี้..ตอบกันสามวันสามคืนไม่จบแน่เลยครับ....
ดูภาพเฉพาะวันที่ผมไปดู..ลูกหลานท่านก้เต็มไปหมด...งานมี 9 คืน มีแสดงทุกคืน ต้นตระกูลที่มาไม่ซ้ำกัน...
แฮ่...จริง ๆ คือไม่รู้นั่นเองครับ....ตอบโก้ ๆ ไปงั้นเอง...
เท่าที่รู้มี ณ หนองคาย..กับ..อีกมากมาย อิอิ..
..ส่วนตระกูลผม..มาจากอุบลราชธานีครับ...