บันทึกถึง สามหนุ่ม มุมสอง

จดหมายถึง สามหนุ่ม มุมสอง

สวัสดี ครับสามหนุ่ม มุมสอง

 

วันนี้เป็น อีกวันที่เราจะไม่ได้นอนบ้านเดียวกันอีกครั้ง ในรอบหลายครั้งของเดือนนี้ แล้วนะครับ แต่โชคดีลูกว่ามั๊ย เพราะว่าเดือนนี้แสนสั้นในรอบปี แค่ 28 วันเองนะลูก

ม๊ะรู้สึกว่า ในรอบเดือนสองเดือนมานี้ชีวิตม๊ะค่อนข้างวุ่นวายนะลูก มันมีหลายเรื่องราวให้ จัดการ แต่จัดการไม่ได้ ซะที ลูกก็รู้ว่า เรื่องการจัดการอะไรในชีวิตให้ลงตัว อย่างเป็นระบบนั้น ม๊ะขาดทักษะเรื่องนี้ มากจริงๆ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ที่ม๊ะสามารถทำได้ จนมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะคนรอบข้างนั่นแหละ รวมถึงสามหนุ่มน้อยของม๊ะด้วยค่ะ

 

ป๊ะของลูกบอกว่าม๊ะน่ะ ฉลาด แต่ไม่ฉลาดในเรื่องเลือกอาชีพเลยใครหลายคนได้ฟังบอกว่าถ้าเป็นเขาคงโกรธตายนะ แต่ สำหรับม๊ะไม่... เพราะเรารู้กันดี ว่า มันไม่ได้ หมายความอย่างนั้นจริงๆ มันมีนัยสำคัญมากกว่านั้นค่ะ เป็นเพราะ 2-3 วันมานี้ ม๊ะจะลากป๊ะให้ตื่นมาตอนตีสี่ครึ่ง เพื่อขับรถมาทำงานด้วยกัน ตกเย็นต้องรอม๊ะเลิกงาน  อย่างเร็ว 5 โมงเย็น แล้วกลับบ้านพร้อมกัน ถึงบ้านบางวันเกือบ 3 ทุ่มลูกไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะเรา2 คน มัวแต่เถลไถลไปเรื่อย แวะ กินข้างทางบ้าง ซื้อของฝากลูกบ้าง  แต่เราไม่ได้ ทำแบบนี้บ่อยลูกก็รู้ เพราะว่า ป๊ะไม่เล่นกับม๊ะ บอกว่าเหนื่อยไม่ไหว  แต่ก็น่าเห็นใจนะ งานป๊ะไม่ต้องไปเช้าตรู่ก็ทัน แถมยังมีเวลาอยู่กับลูกตอนเช้า ซึ่งลูกชอบที่ให้ป๊ะทำแบบนี้

อย่างเมื่อวาน เราสองคนต่างคนต่างไป ตอนกลับบ้านเราไม่ได้ นัดหมาย กันมาก่อนป๊ะซื้อขนมมาฝากลูก สามคนคนละกล่อง  ส่วนม๊ะก็ซื้อมา ลูกดีใจกันใหญ่ ป๊ะมาถึงก่อนลูกกินขนมเหลือในกล่องคนละชิ้น แล้วมาบอกว่า ลูกเก็บไว้ให้ม๊ะ ลูกรู้มั๊ยว่า มันทำให้ ม๊ะหายเหนื่อยไปเลยค่ะ ม๊ะแอบเห็นรอยยิ้มของป๊ะด้วยล่ะ (จริงๆนะ)

 

หลากคำพูด หลายการกระทำ ที่ลูก และป๊ะแสดงกับม๊ะ  แค่นั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้ ม๊ะยอมทนกับการเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางได้ ทุกวัน ๆๆๆค่ะ….

 

ลูกรู้มั๊ยว่า ตอนนี้ ครอบครัวเรากำลังลำบากนะ เราต้องผจญกับเรื่องที่เป็นภัยเงียบ อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการกิน ที่ไม่เหมาะสมของเราค่ะ นั่นคือโรคอ้วน นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ คนที่ลำบากที่สุด เห็นจะเป็นน้องคนกลางของเรา คือ น้องบีน้อยของม๊ะ  คุณหมอให้ใช้เครื่องที่ช่วยหายใจ เพิ่มออกซิเจนให้ตอนกลางคืนขณะหลับ เวลาหยุดหายใจ ซึ่งป้าน้อย ที่ห้องsleep lab ให้เรามาลองใช้แล้วค่อยซื้อมาใช้ เมื่อน้องบีปรับเข้ากับเครื่องนี้ได้ ......

 

2 คืนแล้วนะ ที่ น้องบี อ้วนๆๆๆๆ ของม๊ะ ต้องนอนใส่เครื่องที่ช่วยหายใจที่บ้าน ในตอนกลางคืน จากอาการหยุดหายใจในตอนกลางคืน ที่คุณหมอวินิจฉัยแล้ว จากโรคที่ม๊ะทำให้ลูกเป็น

 

ลูกรู้มั๊ยว่า ตลอด 2 คืนที่ผ่านมา ม๊ะได้ พักผ่อนน้อยมากๆ เพราะ จะคอยกังวลว่าลูกจะเป็นอย่างไร หายใจออกมั๊ย  สายเครื่องจะหลุดตอนไหน เพราะ น้องเรานอนดิ้นมาก ลูกก็รู้

 

เป็นอันว่า น้องบีผ่าน สามารถใส่เครื่องได้ เกือบทั้งคืน ได้เกือบอาทิตย์ ทำให้ม๊ะต้องทำเรื่องเบิกซื้อ แต่เนื่องจากซื้อเป็นผู้ป่วยนอก และราคาสูง 75,000 บาท เรื่องเลยต้องขออนุมัติ ผอ.รพ วันนั้นม๊ะรออยู่ทั้งวัน สรุปว่าไม่อนุมัติหลักการในผู้ป่วยนอก  ป้าน้อยบอกว่า ไม่เป็นไร ยังไงคุณหมอก็ให้ น้องบี นอนรพ อีกครั้งเพื่อใส่เครื่องนี้เราค่อยทำเรื่องขอซื้อ อีกครั้งในตอนนั้น ป้าน้อยให้ยืมเครื่องที่sleep lab มาใช้ก่อน จนกว่าจะมีผู้ป่วยอื่นต้องใช้เครื่องนี้

วันนี้แล้วที่ม๊ะต้องเอาเครื่องนี้ไปคืนเขา  เมื่อคืนนี้ม๊ะบอกน้องบีว่า พรุ่งนี้เราต้องคืนเครื่องนี้เขา น้องบีพูดทำให้ม๊ะรู้สึก ยังไงบอกไม่ถูก น้องบีบอกม๊ะว่า.. “ คืนนี้ น้องบีจะใส่เครื่องนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วหรือม๊ะ ..” ม๊ะบอกว่า “จนกว่าเราจะได้ เครื่องใหม่มานะลูก..”

เห็นภาพลูกนอนใส่เครื่องนี้แล้ว น่าเอ็นดูนะ นอนหลับปุ๋ย เหมือนอุลตร้าแมน หรือตัวประหลาดในหนังเลย หน้ากากครอบจมูกเล็กๆ อันนั้น และมีสายยางคาดที่แก้มน้อยๆ ของลูก พาดไปที่หัวกลมๆ ของลูก ยิ่งตอนนี้ ป๊ะพาลูกไปตัดผมทรงหัวเกรียน ม๊ะนอนกลางคืนลูบหัวกลมของน้องแล้ว สงสารจัง หลับปุ๋ยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ว่า มีคอยนอนจ้องอยู่  แก้มที่ม๊ะเคยหอมก่อนไปทำงานทุกเช้า เหลือที่ว่าง นิดเดียวให้พอหอมได้  หลับฝันดีนะหัวกลมๆของม๊ะ

ม๊ะยังจำได้ คืนที่เราสองคนแม่ลูกนอนในห้อง sleep lab ได้นะ 3 ครั้งผ่านมา ครั้งแรกน้องบี 2 ขวบกว่าได้นะ ก่อนผ่าตัดต่อมทอลซิล และอดีนอยด์ ครั้งที่2 เมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากเรา ไปเข้ารับการตรวจอย่างจริงจังอีกครั้ง ล่าสุด

เมื่อต้นปีนี้เอง เพื่อใส่เครื่องซึ่งคืนนั้น ลูกไม่ยอม เราได้แค่ผลsleep lab แต่ไม่ได้ลองเครื่อง  ครั้งต่อไป มี.ค นะลูก

 

ความทรงจำที่นั่น ม๊ะอยากให้ ลูกเก็บสิ่งที่ดีดีไว้นะ จำวันที่เรา 5 คนพ่อแม่ลูกไปนั่งรอหน้าห้อง ตรวจตอน2ทุ่มได้นะกว่าเจ้าหน้าที่มา และได้ เข้าไปทำ 4 ทุ่ม พี่ที่อยู่เวรวันนั้น น่ารัก ลูกว่ามั๊ย ถามน้องบีตลอด ที่ติดสายต่างๆ บนหัวลูก

เจ๊บมั๊ยคะได้หรือเปล่า ง่วงหรือยัง …

คืนนั้นป๊ะ กับบังเอ น้องภูก็กลับห้อง ปล่อยเราสองแม่ลูกนอนด้วยกันในห้องนั้น..จน

ถึงเช้า ...

 

คืนนั้น เราสองคนได้ผ่านอะไรบ้าง น้องบีจำได้มั๊ย น้องบีปลุกม๊ะ ตีหนึ่ง บอกว่าปวดฉี่  ม๊ะออกไปดูพี่เจ้าหน้าที่ไปอยู่อีกห้อง อย่างเกรงใจไม่กล้าตาม  เลยให้ น้องบีค่อยๆลุกมายืนฉี่ ลงในขวดน้ำดื่ม ที่ม๊ะ พกติดไว้ในกระเป๋าม๊ะ โดยม๊ะยกเครื่อง... ที่วางอยู่บนเตียงนอน ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ สายตึง... หลังเสร็จกิจ เราสองคนแม่ลูก ก็หลับปุ๋ย ลูกนอนบนเตียง ม๊ะ นอนที่พื้นหน้าเตียง  เลยไม่รู้ว่า เสียงกรนใครจะดังกว่ากัน.....เอาไว้สักวัน ม๊ะจะลองไปตรวจดูนะลูก

 

 

มีความทรงจำ มากมายผ่านเข้ามา ในชีวิตเรา

ขอให้ลูกเลือกจำในมุมที่ทำให้ ลูกมีความสุขนะคะ

แม้ความทรงจำนั้นจะทำให้ เราเจ็บปวด....แต่

ทุกเรื่องราว ยังมีแง่มุม ที่สวยงามของมัน....ไม่ใช่หรือ

 

จาก... คนที่ลูกบอกก่อนนอนทุกคืนว่ารักเท่าฝ้าเพดาน... ที่สักวันจะทำให้ลูกบอกใหม่ว่า..

รักม๊ะเท่าจักรวาลเหมือนป๊ะให้ได้

                    ม๊ะของลูก

              24/2/53   10.47 น