ฝึกสังเกต ก็คือ ฝึกสติ

ลอง นั่งสมาธิ    ปิดตา แล้ว สังเกต ๆ(Observe)  ลมหายใจที่เราสูดเข้าออก

โดย ไม่ต้องตีความ   ไม่ต้องใช้ตรรกะ(Logic)     ไม่ต้องคิดไปในอนาคตและอดีต   ปัจจุบันคือ สังเกตๆๆ 

นี่แหละ คือ สังเกต ๆๆๆๆๆ   

 

 

เราจะสังเกต  เห็น  การทำงานของความคิดและจิต   จิตและกาย  ได้ชัดเจนขึ้น เช่น

จิตผิดปกติ   เราจะมีความคิดเป็นยังไง

ความคิดจร (ไม่ตั้งใจคิด) แวบ เข้ามาโจมตีเรา พาเราเขว  เฉไฉ ออกไปได้อย่างไร

การดูจิต  ที่แท้จริง คือ การรู้เท่าทันจิต ด้วยการ sensing & feeling  ไม่ใช้ การ thinking

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Living company

คำสำคัญ (Tags)#สติ#สังเกต#sensing#ดูจิต#ความคิดจร

หมายเลขบันทึก: 342162, เขียน: 05 Mar 2010 @ 21:12, แก้ไข, 12 Sep 2012 @ 04:58, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (12)

krutoiting
เขียนเมื่อ 05 Mar 2010 @ 23:25

สาธุ

เสมา
IP: xxx.128.62.44
เขียนเมื่อ 06 Mar 2010 @ 09:29

ผมเชื่อ และเคยลองแบบที่อาจารย์เขียน แต่ปัญหาคือ สติหลุดง่าย และผมไม่ค่อยดึงมันกลับ ปล่อยให้หลุดไปนานๆ

คิดเล่นๆ เราทำบุญมาน้อย เลยทำให้ผลการฝึกไม่คืบหน้า แต่กลับมาคิดอีกครั้ง ก็เห็นว่าเป็นนิสัย(สันดาล)ผมเองที่ไม่มุ่งมั่น

ผมจะพยายามต่อไปครับ คิดดีทำดี ต้อง(ได้)ดี

เฉินระยอง
IP: xxx.27.86.6
เขียนเมื่อ 06 Mar 2010 @ 11:06

หลุดก้อต่อสิครับ ไม่มีไครได้จากการทำครั้งแรกหรอกครับต่อไปต้องทำได้แน่ครับ

สังเกตลมหายใจถูกที่สุดเลยคับจาร์ย

เพาะความงามจะปรากฏ เมื่อจิตนิ่ง

เมื่อคุณระงับความคิดได้

ทุกสิ่งจะมีสาระในตนเอง มีความงดงาม แบบสุดยอดเว้ยยยยยย อะจ๊าก

นี่คือสิ่งที่อธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ จิงนะคับ

ต้องทำจึงรู้ อย่างที่อาจาร์ย วรภัทร์ บอก

และเมื่อเราฝึกสติและได้รับสุขจาก นิรามิสสุข(สุขที่ไม่มีเครื่องล่อ)

และไม่มีวันแปรเปลี่ยนเปนทุกข์เหมือนสุขจากวัตถุ

ที่เหลือกร้อวิปัสนาไปครับ

งึกงึกงักงัก

Panda
เขียนเมื่อ 06 Mar 2010 @ 11:57
  • สาธุ สาธุ
คนไร้กรอบ
เขียนเมื่อ 07 Mar 2010 @ 00:15

ขยันๆๆๆ ฝึก

ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็ไ้ด้เอง

สมัยก่อน ผม ฝึก ทุกวัน เป็น ปีเลยนะ

เสมา
IP: xxx.123.106.221
เขียนเมื่อ 07 Mar 2010 @ 15:34

ขอบคุณครับ คุณเฉินระยอง (ผมก็อยู่ระยองนะ เราน่าจะรู้จักกันนะครับ) และ อาจารย์มากครับ ผมจะพยายามให้มากขึ้นครับ

artk6
เขียนเมื่อ 08 Mar 2010 @ 09:17

ศีล สมาธิ ปัญญา

หากเราทำร่างกายและจิตใจ อยู่ในศีลแล้ว การทำสมาธิก็จะยากน้อยลงครับ

มะพร้าวแก้ว
เขียนเมื่อ 29 Mar 2010 @ 21:46

จะพยายามค่ะ จะได้มีสติ

ชีวิตจะได้สงบ สักที

ขอบคุณคุ่ะ

ศศิธร
IP: xxx.11.39.240
เขียนเมื่อ 07 Apr 2010 @ 20:19

ฝึก ฝึก ฝึก ไม่รู้ว่าที่ทำอยู่มันใช่หรือเปล่า จะปรึกษาใครดี

คนที่กำลังทุข์

คิดดีจัง
IP: xxx.123.0.132
เขียนเมื่อ 24 May 2010 @ 17:56

เมื่อวานผมได้ดูคลิปย้อนหลังของอาจารย์ที่ไปเปิดตัวหนังสือนะครับ

อาจารย์บอกว่า ต้องเป็นศิษย์มีครูจึงจะเรียนรู้และปฎิบัติได้

ค้องมีครูบาอาจารย์คอยสั่งสอยอะไรแบบนั้นนะครับ

ผมก็เลยอยากรู้ว่าผมจะเป็นลูกศิษย์อาจารย์ได้ไหมครับ

สิริ
IP: xxx.172.224.101
เขียนเมื่อ 21 Jan 2011 @ 18:45

กำลังพยายามที่จะสังเกตคะ แต่ทำไมมันชอบมีความคิดจรเสมอคะ

สุรชาติ
IP: xxx.49.40.33
เขียนเมื่อ 12 Sep 2012 @ 04:58

ขอบคุณในหลายความคิดและประสบการณ์ ผมเคยไปทางดูลมหายใจ กำหนดนิมิต กำหนดรู้หนอ ไม่กำหนดอะไรเลย ผมก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เหมือนการเดินทางที่บางวันก็ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เดินบ้าง วิ่งบ้าง  แต่ที่ทำอยู่ไม่ขาดคือ รู้ตัวทั่วพร้อมทุกเวลา ก้าวย่างให้รู้ นั่งอยู่ให้เห็น ได้ยิน รู้สึกทุกข์ ชอบ ไม่ชอบ พอใจ ไม่พอใจ  ดูจิตตัวเองไป บางทีก็มัวเพลินอยู่กับงาน เพลินอยู่กับผู้อื่น ที่น่ากลัวคือเพลินอยู่กับการพูดของตนเอง เมื่อมีสติ รู้ตัว ผมก็จะกลับมาดูกาย ดูใจของตนเอง เมื่อใดที่ได้เห็นกาย เห็นความรู้สึก เห็นความคิด ของตนเองเมื่อนั้นรู้สึกดี  ไม่ทราบว่าท่านใดจะกรุณาเสริมต่อวิชาให้ ยินดีน้อมรับครับ  ขอบคุณล่วงหน้า