ความยืดหยุ่นของเทคนิคต่างๆในรูปของเครื่องมือและแนวคิดที่ทางสถาบันพยายามหามาให้นั้นมีหรือไม่ ตอบได้ว่ามากมาย และหลายคนเกิดความสนุกในการคิดบูรณาการสู่การนำมาปฏิบัติได้จริง 10 ปีผ่านไปจึงไม่มีใครปฏิเสธ...ว่า “มันดีจริงๆ”

 หากใครได้คลุกคลีในวงการคุณภาพโรงพยาบาลมานาน คงได้เห็นการเติบโตของการจัดการประชุมวิชาการระดับชาติดังเช่น HA National Forum ของ พรพ.เดิม หรือ สรพ.ในปัจจุบันมาแล้ว

นับตั้งแต่ผู้เขียนจำความได้ ช่วงแรกๆจัดที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ งานของผู้เขียนและน้องๆได้รับคัดเลือก ตอนนั้นมีผู้เข้าร่วมราว 3000 คน แล้วพวกเราก็ทยอยเข้าร่วมกันเกือบทุกปีที่มีโอกาส

จาก 3000 คน เพิ่มเป็น  4000 คน, 7000 คน(มากมายราวกับหนอน) แล้วก็ปีที่แล้ว 8000 คนละกระมัง (ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ไปร่วมเพราะติดงานที่ภาคฯ)

การเติบโตของสถาบันและการดูแลด้านคุณภาพโรงพยาบาลคงเป็นอะไรที่สามารถเกิดความยั่งยืนได้โดยเนื้อของงานอยู่แล้ว คงมิใช่เป็นกระแสหรือแฟชั่น... เพราะความต้องการคุณภาพการดูแลที่ดีของผู้ป่วยเป็นเรื่องจริง สังคมมีความต้องการจริงซึ่งเราไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้

 การดำเนินกิจกรรมคุณภาพทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้ปฏิบัติทำงานด้วยความสบายใจ... แม้ออกจะรุงรังในกระบวนการอยู่บ้างในยุคแรกๆ(ที่ออกมาในรูปเอกสารมากมายด้วยความจำเป็น...จากความ “ไม่เคยมี”เป็นทุนเดิม) หรือการพยายามทำให้เกิดการประกันใน process (เพราะยังมีคำถามในช่วงนั้นว่า “แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณภาพที่มีจะยังคงมีหากไม่ประกันกระบวนการ” ) จนต่อมา...ก็มีเสียงสะท้อนว่า เน้นกระบวนการมากไป(มั้ย?)จนไม่ค่อยปรากฏผลลัพธ์ที่ชัดเจน 

...และนี่ก็กำลังหา “ความพอดี” กันอยู่...

ถามว่าความยืดหยุ่นของเทคนิคต่างๆในรูปของเครื่องมือและแนวคิดที่ทางสถาบันพยายามหามาให้นั้นมีหรือไม่ ตอบได้ว่ามากมาย และหลายคนเกิดความสนุกในการคิดบูรณาการสู่การนำมาปฏิบัติได้จริง

 10 ปีผ่านไปจึงไม่มีใครปฏิเสธ...ว่า “มันดีจริงๆ”

ผู้เขียนหมายความถึง... การทำคุณภาพนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆและทำแล้วมันสนุกจริงๆนั่นแหละ... ที่ว่า “มันดีจริง” จึงไม่ผิดหรอก... แม้ออกจะเหนื่อย(และหน่าย...ในบางครั้ง หรือบ่อยครั้ง)

หัวใจสำคัญอยู่ที่ผู้นำแนวคิดสู่ทีมงานผู้ปฏิบัติ เมื่อใดก็ตามที่อ้างว่า  “HA บอกให้ทำแบบนี้ แบบนั้น” ผู้เขียนกล้าบอกว่า “พูดแบบนี้ไม่ถูก”  “HAไม่เคยสั่งให้ใครทำอะไร แต่ HA เป็นแค่คำแนะนำว่าควรทำแบบใด (ด้วยอ้างว่าเพราะที่ไหนๆเขาก็ทำแบบนี้....)” นี่คือเทคนิคของ HA ...

และดูเหมือนว่า HA ให้ความสำคัญกับความต่างในบริบท ความต่างของคนไทยในประเทศไทยด้วยกัน(หากผู้เขียนเข้าใจไม่ผิด)

 หากจะสังเกต... ทีมผู้บริหารของสถาบันพยายามลงถึงผู้ปฏิบัติระดับล่าง ฟังแม้เสียงสะท้อนของโรงพยาบาลเล็กๆหรือเสียงของผู้ปฏิบัติงานตัวเล็กๆ ที่กล้าพูดเช่นนี้เพราะทุกครั้งที่ผู้เขียนได้พบกับผู้อำนวยการสถาบัน ก็จะถือโอกาสซักถาม(และแอบบ่น)ข้อข้องใจเสมอ...และไม่เคยเห็นท่านหงุดหงิด มีแต่ท่าทีรับฟัง 

ความยืดหยุ่นในท่าที  การปรับกระบวนการ ปรับวิธีการและดัดแปลงเครื่องมือของทีมผู้บริหารของสถาบัน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติทำงานได้ง่ายขึ้นในบริบทของตนเป็นความงดงามของการดำเนินกิจกรรมคุณภาพที่นำมาซึ่งความสุขของผู้ปฏิบัติ... มันก็สะท้อนกลับมาที่ความยั่งยืนในที่สุดเพราะทำแล้วมัน สนุก และมีความสุข

แนวคิดของ Simplified ก็ยังถูกนำมาใช้  การนำมาหลอมรวมกันกับแนวคิด Humanized โดยมีแนวคิดของ  Patient Safety Goals : SIMPLE เป็นเข็มทิศใหญ่ ใช้เทคนิค Lean เป็นตัวเสริมความเนียนที่ตอบคำถามของทั้งผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติงานได้ในส่วนที่ต้องการอย่างลงตัว...และอื่นๆอีกมาก

นี่คือความอ่อนตัวในการปรับเปลี่ยน เป็นความยืดหยุ่นที่มองเห็น แนวคิดในอดีตมิเคยถูกทิ้ง แต่เป็นความลงตัวของคุณภาพที่เนียนไปด้วยกัน

...ที่ว่ามาทั้งหมดนี่หากเข้าใจผิดไปก็เพราะเพียงมองอยู่มุมเดียวคือ มุมมองของผู้เขียน

ไม่ได้หาเสียงให้ สรพ.(พรพ.)หรือเป็นญาติโยมกับ สรพ.(พรพ.)นา อย่าเข้าใจผิด... อิ อิ

  อ้อ...แล้วรู้มั้ยว่า... ครอบครัว Blogger G2K ของเราหลายท่าน ได้ขึ้นเวที HA National Forum ครั้งที่11 นี้ด้วย

เป็นใครกันบ้าง? อยากรู้ต้อง...ตามไปดู...ที่บันทึกนี้ค่ะ