ค้นหาฝันที่เป็นจริง การสร้างพื้นฐานระบบการทำงาน นักการตลาดมือใหม่ไฟแรง

            มุมมองกล้วยหอมทองละแม   จากสหกรณ์ผู้บริโภค โยโดงาว่า    นายคาซึมาซะ โอนิชิ ประธานสหกรณ์ผู้บริโภคโยโดงาว่า เป็นผู้นำเสนอ  แปล โดย นายจุล โคยาม่า  ผู้จัดการบริษัท แพนแปซิฟิคฟู้ด คอร์เปอเรชั่น ประเทศไทย

             ความเป็นมา

        สหกรณ์ผู้บริโภคโยโดงาว่า  เริ่มสนใจกล้วยหอมทองไทย  มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว  ในสมัยนั้นสหกรณ์ไม่มีกล้วยหอมทองขายให้สมาชิก     ทั้งๆที่ ผลสำรวจความคิดเห็น  ของสมาชิกที่จัดทำขึ้นในช่วงปี พศ.2534  พบว่าส่วนใหญ่ ต้องการบริโภคกล้วยหอมที่ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาสินค้าทั้งหลาย     

        สาเหตุที่สมาชิกต้องการกล้วยมาก  ก็เพราะว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคเป็นอันดับที่สามในบรรดาผลไม้ทั้งหมดที่มีอยู่แล้ว        แต่ช่วงนั้นมีรายงานข่าวออกมาหลายครั้ง  เกี่ยวกับการใช้สารเคมี หรือสารเคมีตกค้างในกล้วยหอมที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อวางจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น         นอกจากนี้ก็ยังมีรายงานว่ากระบวนการการผลิตกล้วยในประเทศผู้ส่งออกต่างๆ  ละเมิดสิทธิมนุษยชน    เพราะใช้แรงงานภายใต้เงื่อนไขที่โหดร้ายมาก  ทำให้สมาชิกสหกรณ์ไม่กล้าที่จะซื้อกล้วยหอมทองในตลาด  ทั้งๆที่เขามีความรู้สึกต้องการบริโภคกล้วยเป็นอย่างมาก   เป็นสาเหตุสำคัญที่สมาชิกเรียกร้องให้สหกรณ์จัดหากล้วยที่ปลอดภัยและผลิตโดยไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน มาให้เขาได้รับประทาน   เพราะสหกรณ์มีนโยบายที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะต้องจัดหาสินค้าที่ปลอดภัย  ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสังคม  

        สิ่งแรกที่สหกรณ์ทำ  คือพยายามที่จะหาแหล่งผลิตกล้วยหอมทองภายในประเทศญี่ปุ่น    เนื่องจากสหกรณ์มีนโยบายหลัก  ต้องส่งเสริมภาคเกษตรภายในประเทศเป็นอันดับแรก      แต่จากการสำรวจเบื้องต้น  พบว่าแหล่งผลิตกล้วยหอมทองภายในประเทศ  ผลิตกล้วยได้เฉพาะช่วงฤดูร้อน  และได้รับผลผลิตน้อยมาก  เพราะว่ามีลมมรสุมเป็นประจำ   สหกรณ์จึงได้ข้อสรุปว่าไม่สามารถจัดซื้อกล้วยหอมทองภายในประเทศญี่ปุ่นได้  จำเป็นต้องหาแหล่งผลิตจากต่างประเทศ

         การประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ ครั้งที่ 7/2535   มีมติให้สหกรณ์ทำการศึกษาหาแหล่งผลิตกล้วยหอมจากต่างประเทศ  และได้ส่งคณะสำรวจแหล่งผลิตกล้วยไปยังประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2535  ต่อมาการประชุมคณะกรรมการสหกรณ์  ครั้งที่ 8/2535 ได้อนุมัติให้สหกรณ์พัฒนาแหล่งผลิตกล้วยหอมในประเทศไทยอย่างจริงจังได้  เนื่องจากการสำรวจในครั้งนั้น  ทำให้สหกรณ์มั่นใจมากขึ้นว่ากล้วยหอมทองไทย  มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นที่ยอมรับ ของสมาชิกสหกรณ์  และมีโอกาสที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งผลิตกล้วยตามนโยบายของสหกรณ์

            หลังจากนั้น  สหกรณ์ก็ทำการสำรวจอย่างต่อเนื่อง   โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทแพนแปซิฟิคฟู้ด  และแล้ว  เมื่อเดือนกรกฎาคม  ปี 2536   ก็ได้รับแจ้งจากทางบริษัทว่า  มีเกษตรกรกลุ่มหนึ่ง สนใจที่จะปลูกกล้วยให้ แก่ทางสหกรณ์      จึงได้ส่งตัวแทนไปชี้แจงรายละเอียด   และเป็นครั้งแรก  ที่สหกรณ์สัมผัสอำเภอละแม     ซึ่งเป็นธรรมดาที่การพบกันครั้งแรก  ต่างก็ไม่มีความมั่นใจต่อกัน  “ด้วยความคิดที่ว่า ญี่ปุ่นจะซื้อกล้วยจริงหรือเปล่า” และญี่ปุ่นเอง ก็คิดว่า “เกษตรกรไทยจะปลูกกล้วยปลอดสารเคมีให้ได้ละหรือ” 

            แต่แล้ว ให้หลังไปเพียงหนึ่งเดือน  คือเดือนสิงหาคม  กลุ่มกล้วยหอมทองละแมก็เกิดขึ้นจริงๆ  มีเกษตรกรที่สมัครใจ   36 ราย   ได้เดินทางไปดูงานที่สหกรณ์ท่ายางถึง 2 ครั้ง เพื่อเรียนรู้รายละเอียดการปลูกกล้วย   วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิต และการบรรจุกล่อง  และทุกคนก็ได้ทำการปลูกกล้วย  อาศัยพื้นที่โรงเรียนสหกรณ์พัฒนา  เป็นที่ทำงานชั่วคราว

            ที่ญี่ปุ่น  ในขณะเดียวกัน เมื่อทางละแมเริ่มเตรียมการ  ทางสหกรณ์ก็ดำเนินการ   จัดหาโรงบ่มกล้วย   ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น มีโรงบ่มกล้วยมากมาย  เพราะเป็นประเทศที่บริโภคกล้วยมาก  ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ  ไม่มีโรงบ่มใหนรับจ้างบ่มกล้วย  เพราะปริมาณกล้วยของเรามีน้อยนิดเดียว   ทางออกสำหรับเรื่องนี้ จึงได้ไปติดต่อที่สหกรณ์การเกษตร คิโนคาว่า(Kinokawa Agricultural Coorperative) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตส้มส่งให้กับ สหกรณ์โยโดงาว่า   โดยขอร้องให้ช่วยดัดแปลงโรงงานแปรรูปผลผลิตการเกษตร ที่มีอยู่แล้ว เป็นโรงบ่มกล้วย ตอนแรกเขาจะไม่ยอมทำให้  ด้วยเหตุผลมีว่า เกษตรกรผู้ผลิตส้มในประเทศญี่ปุ่นขณะนั้น  ต่อต้านการนำเข้าผลไม้อย่างมาก   ซึ่งช่วงนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มเปิดตลาดส้มให้กับส้มจากสหรัฐอเมริกา  เพราะราคาถูกกว่า  ทำให้เกษตรกรญี่ปุ่นคิดว่า  “ ผลไม้จากต่างประเทศนี่แหละ จะทำลายชีวิตของตน”  จึงไม่แปลกเลย ที่เขาจะมองกล้วยหอมทองจากประเทศไทยเหมือนส้มที่มาจากสหรัฐ    ต้องพูดคุยกันหลายครั้ง กว่าจะเข้าใจว่า การบ่มกล้วยนั้น อาจจะเป็นโอกาส เพิ่มรายได้ให้กับสหกรณ์อีกหนทางหนึ่ง  ในขณะที่รายได้จากการขายส้มของสมาชิกลดลงอย่างมาก    ในที่สุดสหกรณ์การเกษตร คีโนคาว่า ก็ตัดสินใจทำโรงบ่มกล้วย 

                 กล้วยหอมทองละแม  ได้ทำการส่งออกอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรก  เมื่อเดือนเมษายน  ปี 2537  กว่าที่กล้วยละแมจะได้ส่งออกถึงมือผู้บริโภคนั้น  แน่นอน  ต้องมีเกษตรกรผู้ปลูกกล้วย  แต่ก็ยังมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออก  ผู้นำเข้า  โรงบ่ม  เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ  หากไม่ได้รับความร่วมมือจากคนเหล่านี้  กล้วยหอมทองละแม อาจจะไม่มี วันนี้    กล่าวสำหรับมุมมองจากฝ่ายผู้บริโภคแล้ว   สหกรณ์โยโดงาว่า  เน้นการประสานงาน ระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มต้น  ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกผู้บริโภค เกษตรกรผู้ปลูก ผู้บริหารสหกรณ์   ผู้ที่จะทำหน้าที่ขนส่ง  และบ่มกล้วย ฯลฯ  เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความคิดกันตลอดเวลา  ซึ่งเชื่อว่าเป็นการสร้างพื้นฐานของระบบงานของเราทั้งหมดที่มีผลจนถึงทุกวันนี้

                 ท่านครับ  วันนี้มีภาระกิจต้องลุกจากแท่นพิมพ์อีกแล้วครับ   พรุ่งนี้อย่าพลาด ติดตามตอนต่อไปใน หัวข้อ “ปัจจัยที่ทำให้กล้วยหอมทองไทยส่งออกได้จนถึงปัจจุบัน”  เหมาะที่สุดสำหรับนักการตลาดมือใหม่ไฟแรง  และผู้ที่ค้นหาฝันที่เป็นจริงจากการจัดการด้านการตลาด ผลผลิตทางการเกษตรแบบถึงลูกถึงคน