e-Learning และการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างผสมผสาน
เพื่อบูรณาการประสบการณ์อันเข้มข้นหลากหลายทุกช่องทางสัมผัส
และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงมิติการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม
ภาพซ้าย เรือนเพาะชำและลานเตรียมกลุ่มผู้เรียนใต้ร่มไม้ ด้านข้างมีห้องค้นคว้า e-Learning ให้นักเรียนเข้าไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาเกี่ยวกับฐานการเรียนรู้ต่างๆได้ทันที ภาพขวา เป็นการนำเอาทรัพยากรเรียนรู้ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาชุมชน รวมทั้งเป็นวิทยาการและเทคโนโลยีการผลิตในวิถีชีวิตของชุมชน มาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาเรียนรู้
กรณีศึกษาศูนย์การเรียนรู้และห้องเรียนธรรมชาติ เกษตร-ศิลป์ [๑]
ของโรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เขาชะโงก จังหวัดนครนายก
ศูนย์การเรียนรู้และห้องเรียนธรรมชาติ เกษตร-ศิลป์ ของโรงเรียนปิยชาติพัฒนา นอกจากจัดกระบวนการเรียนรู้ผสมผสานโดยมุ่งให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ระดับปฏิบัติ และได้ประสบการณ์ตรงในการจัดการเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต การบรรลุสู่จุดหมายอย่างเป็นองค์รวม ทั้งมีความรอบด้าน รอบรู้ในแนวกว้างเหมือนกับพื้นฐานจากหลักสูตรทั่วไป และมีความลึกซึ้งเหมือนกับหลักสูตรเชิงลึกเฉพาะด้านดังกล่าว ได้มีการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ออกเป็นหน่วยประสบการณ์ย่อย ๑๔ หน่วย ครอบคลุมเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่จำเป็น ทั้งจุดหมายเชิงลึกและวัตถุประสงค์เฉพาะหลายมิติที่ทำให้เกิดความรอบด้าน รวมทั้งมีความเชื่อมโยงครบถ้วนในสาระการเรียนรู้ที่ต้องการ ทั้งจากศิลปะ ไปสู่เกษตรกรรม คณิตศาสตร์ เรขาคณิต ภูมิศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม ประสบการณ์วิชาชีพ สุขภาพพลานามัย เทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้ผสมผสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนการจัดการอย่างเป็นระบบ เป็นต้น
จากนั้น ก็นำมาเป็นกรอบในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้โดยจัดเนื้อหาและทรัพยากร ตลอดจนการออกแบบกิจกรรมต่างๆของผู้เรียน แล้วก็จัดวางเป็นฐานการเรียนรู้ (Learning Module) ๑๔ ฐานการเรียนรู้ กระจายไปตามอาณาบริเวณ ๓-๔ ไร่ แวดล้อมด้วยต้นไม้ สวนเกษตร แปลงเกษตร ที่สอดคล้องกับการจัดเป็นสาระการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ รวมทั้งจัดการให้มีความเป็นสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติของชุมชนเกษตรกรรมในชนบทไทย แต่ละฐานการเรียนรู้มีคู่มือแนะนำการเรียนรู้อย่างเป็นระบบด้วยตนเองของกลุ่มผู้เรียน
ในฐานการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมผู้เรียน ทรัพยากรการเรียน สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นต่อเงื่อนไขและความพร้อมอันหลากหลายของผู้เรียนได้มีการจัดเตรียมไว้อย่างหลากหลายและเหมาะสม บางสิ่งเป็นการมุ่งให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ตรง ได้ความชัดแจ้ง และเกิดการประทับความเป็นรูปธรรมของประสบการณ์เรียนรู้ เช่น การจัดฐานการเรียนรู้ให้มีของจริงได้สังเกตและทำกิจกรรม ด้วยตัวนักเรียนเอง
เรือนเพาะชำและลานเตรียมกลุ่มผู้เรียนใต้ร่มไม้ ด้านข้างมีห้องค้นคว้า e-Learning ให้นักเรียนเข้าไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาเกี่ยวกับฐานการเรียนรู้ต่างๆได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความรู้และการจัดการความรู้เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์ทางสุขภาพ อยู่ท่ามกลางสวนสมุนไพร ทำให้ผู้เรียนได้แหล่งประสบการณ์และเกิดการจัดการความรู้อย่างผสมผสาน[๒][๓][๔] สนองตอบต่อการเรียนรู้อย่างบูรณาการ ทั้งทางด้านทฤษฎี ของจริง และการปฏิบัติได้หลายมิติ
บางสิ่งมุ่งให้ประสบการณ์ที่รอบด้านและเสริมศักยภาพในการเข้าถึงวิทยาการและความรู้ทั้งของท้องถิ่นและของโลกด้วยการผสมผสานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็น e-Learning เข้าสู่ห้องเรียนธรรมชาติ ทำเป็นห้องปฏิบัติการอยู่ท่ามกลางแมกไม้สวนสมุนไพรให้นักเรียนสามารถทำการศึกษาค้นคว้าร่วมกับการศึกษาจากของจริงในห้องเรียนธรรมชาติ
กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่เกิดแก่ผู้เรียนจึงได้ความเป็นองค์รวม ทั้งทักษะและกิจกรรมทางกาย การพัฒนาจิตใจ สติปัญญา สมอง ความเป็นกลุ่มก้อน ความเป็นชุมชน ความสำนึกต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเกิดทักษะทางด้านเทคโนโลยีที่มีการประยุกต์ใช้อย่างพอเพียงและได้การเรียนรู้ถึงความสมเหตุสมผลในการส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้และแก้ปัญหาของมนุษย์.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิงในบทความและแหล่งอ่านเพิ่มเติมในเรื่องเดียวกันของผู้เขียน :
[๑] เกษตร-ศิลปะ โรงเรียนปิยชาติพัฒนา : การศึกษาแนวปฏิรูปเพื่อสร้างพลเมืองอย่างเป็นองค์รวม โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน ประชาสังคมศึกษา-ประชากรศึกษา เว็บบล๊อก GotoKnow สถาบันจัดการความรู้เพื่อสังคม http://gotoknow.org/blog/civil-learning/337768]
[๒] Process of Learning Design โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา เว็บบล๊อก GotoKnow สถาบันจัดการความรู้เพื่อสังคม http://gotoknow.org/blog/edtech-research/325874]
[๓] การผสมผสานและการบูรณาการการเรียนรู้ : แนวคิดและมิติชุมชน โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา เว็บบล๊อก GotoKnow สถาบันจัดการความรู้เพื่อสังคม http://gotoknow.org/blog/edtech-research/326350]
[๔]การผสมผสานและการบูรณาการการเรียนรู้ : ตัวอย่างในภาคปฏิบัติ โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา เว็บบล๊อก GotoKnow สถาบันจัดการความรู้เพื่อสังคม http://gotoknow.org/blog/edtech-research/326575
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตามมาอ่าน
โรงเรียนที่มีการจัดสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน นับว่าเป็นการปลูกป่าชุมชนที่ได้ผลหลายด้านนะคะ
ทั้งเพิ่มปริมาณพื้นที่ที่เต็มไปด้วยประชากรพืชโดยกระจายไปทั่วประเทศ แล้วยังได้ประโยชน์ตามมาอีกหลายแง่
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลครับ : ดูแล้วมีบางด้านที่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กๆด้วยครับ
มีการผจญภัย ได้จินตนาการ ได้แสดงความอยากรู้และสืบเสาะค้นหาที่ได้ทำกับเพื่อนๆ ได้เล่นด้วยกัน ได้เคลื่อนไหวออกกำลังกาย ได้กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการอย่างเป็นองค์รวม ครบทั้ง พุทธิศึกษา หัตถศึกษา พลศึกษา และจริยศึกษา หรือ 4H : Head Hand Health Heart
ที่มากไปกว่านั้นก็คือ การจัดสภาพแวดล้อม สภาพสังคมและชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผสมผสานทั้งสิ่งที่อยู่ในชุมชน ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีชุมชน แหล่งธรรมชาติ และเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ทำให้เด็กได้พัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกัน ได้ตัวตนด้านที่เป็นพฤติกรรมระดับรวมหมู่หรือการอยู่เป็นกลุ่ม รวมทั้งได้ทักษะทางวิทยาการและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ที่ผสมผสานอย่างลงตัวและมีความสมเหตุผลกับสิ่งที่อยู่ในวิถีชีวิตชุมชน
สวัสดีครับคุณณัฐรดาครับ : นอกจากเป็นห้องเรียนที่ดีมากแล้ว คูคลองหนองน้ำ กองทราย ยางล้อรถ ต้นไม้ที่ป่ายปีนได้ เหล่านี้ ก็เป็นของเล่นที่โดนใจเด็กเสมอครับ แต่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงต้องยอมเปลืองแรงซักเสื้อผ้าและต้องยอมรับความมอมแมมอยู่เสมอสักหน่อย
กราบนมัสการ พระมหาแล ขำสุข(อาสโย), สวัสดีค่ะ อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์, และฝากสวัสดีไปยังพี่ณัฐรดาด้วยค่ะ
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีชีวิตชีวา?? : เห็นรูปแบบศูนย์การเรียนรู้และห้องเรียนธรรมชาติของโรงเรียนปิยะชาติพัฒนา ทำให้สะท้อนถึงพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ในปัจจุบันเกิดขึ้นมากมาย ถึงแม้ท้องถิ่น ชุมชน หรือหลายๆ ท่านพยายามที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้ท้องถิ่น ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ แต่มองโดยภาพรวมแล้ว องค์ความรู้ที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ยังออกมาในลักษณะที่ตายตัว ติดรูปแบบมากจนเกินไป จนทำให้ข้อมูลที่อุตสาห์ค้นหาจนคิดว่าสมบูรณ์ดีแล้วนั้น ไม่เกิดความไหลลื่น ไม่มีชีวิตชีวา เด็กๆ เลยไม่ค่อยให้ความสนใจ ไปเดินห้างสรรพสินค้าสนุกกว่าเป็นไหนๆ
บัาน วัด โรงเรียน แหล่งเรียนรู้ ขั้นพื้นฐานในชีวิต : พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นส่วนใหญ่ จะอยู่ในบริเวณ วัด โรงเรียน หรือไม่ก็บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้พื้นฐานของชีวิตอยู่แล้ว และก็มีชุมชนหลายชุมชนเริ่มทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เกิดจากผสมผสานแหล่งเรียนรู้ทั้ง ๓ ให้เป็นเนื้อเดียวกันในเชิงท่องเที่ยว บวกด้วยโครงการของรัฐ เช่น ศูนย์ ๓ วัย นำวัยคุณปู่ คุณย่า คุณแม่ คุณพ่อ และคุณลูกมาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน .. เรียนรู้วัฒนธรรมไขว้กันไป ไขว้กันมา ดูน่าสนุก ... แต่ก็มีคำพูดของผู้ใหญ่ท่านนึงที่บอกว่า ...
แต่อย่างไรก็ตาม แหล่งเรียนรู้ที่สามารถทำให้เด็กๆ ได้ทั้งเรียน และรู้ แล้วยังสามารถนำไปปฏิบัติเอง ได้จริงๆ นั้น ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้แบบบูรณาการที่มีศักยภาพนะค่ะ .. เพียงขอให้มีผู้ใหญ่ใจดี ให้ความสนับสนุน หรือเป็นพี่เลี้ยงให้เท่านั้นเอง ..
จะต้องไปช่วยราชการโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม..ต้องไปศึกษาสภาพที่โรงเรียนกีฬาก่อนว่าจะให้ทำอะไรบ้าง..คงต้องรบกวนปรึกษารุ่นพี่บ้างนะคะ..
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์
อาจารย์จำที่คณะของเราเคยไปเก็บข้อมูลวิจัยที่ภาคใต้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ร้านอาหารร้านหนึ่งได้ไหม ที่เขามีจัดแสดงตัวหนังตลุงอยู่หน้าร้าน และภายในร้านนั้น สิ่งบันเทิงต้อนรับแขกของเขาก็เป็นหนังตลุง เจ้าของร้านดูเหมือนจะเป็นครูเก่าหรืออย่างไรนี่แหละ ที่ออกมาทำร้านอาหารที่อนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมไปจนถึงอาหารในร้านของเขาด้วย เวลาจัดอย่างนั้น และทำโดยปัจเจก-ชาวบ้าน มันช่างดูสนุก มีชีวิต มีลมหายใจคละเล้ากับความเป็นจริงของสังคม กลุ่มคนที่ไปก็ไปกันเป็นครอบครัว ของว่างก็เป็นข้าวเกรียบว่าวและมังคุดคัด
ผมเคยเห็นพิพิธภัณฑ์ในโตเกียว ทั้งพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ โบราณคดี และพิพธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ถึงแม้จะอยู่ไม่ค่อยได้เหมือนกัน แต่ก็มีสีสัน มีชีวิตชีวา คนไปดูเรื่องอย่างนี้ ก็ต้องไปกันเป็นครอบครัว เด็กๆถึงจะสนุก
แต่ในบ้านเรานั้น พอเอามาจัดเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่แล้วก็มักเหมือนกับเป็นของศักดิ์สิทธิ์นะครับ บรรยากาศอย่างนี้หากผมเป็นเด็กๆก็คงไม่ชอบเหมือนกันละครับ
สวัสดีครับน้องคุณครูอ้อยเล็ก : จะไปช่วยราชการต่างหน่วยงานแล้วหรือเนี่ย แต่คราวนี้ไปเป็นทีมผู้บริหารแล้วสิเนาะ โรงเรียนกีฬาในยุคใหม่นี่เขาจัดการเรียนการสอนที่เน้นบูรณาการทั้งพุทธิศึกษา หัตถศึกษา พลศึกษา และจริยศึกษา หรือ 4H : Head Hand Health Heart เหมือนอย่างในอดีตหรือเปล่านะ ขอให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากยิ่งๆขึ้น รวมทั้งได้มีโอกาสใช้ประสบการณ์ ความสร้างสรรค์ ความรู้ ความสามารถ ไปสู่การสร้างสรรค์แก่โรงเรียน เด็กๆ และเครือข่ายชุมชน อยู่เสมอ และให้มากยิ่งๆขึ้นนะครับ
เรื่องแนวนี้น่าสนใจมากเหมือนกันนะครับ
แลกเปลี่ยนจุดประกายความคิด และแบ่งปันประสบการณ์กันเฉยๆนะครับ
ประกายดุจดัง..ไฟโชนแสงเลยค่ะท่านพี่อาจารย์..การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนาดนี้ไม่เฉยหรอกค่ะท่านพี่อาจารย์ก็ต้องใช้พลังความคิดที่จะถ่ายทอดออกมา เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของผู้ที่เห็นคุณค่าและนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ก็นับเป็นความกรุณาของรุ่นพี่อันหาที่เปรียบไม่ได้แล้วค่ะ..ขอขอบพระคุณอย่างสูงเลยค่ะในแนวคิดที่ถ่ายทอดสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันค่ะ
ศิลปะ-กีฬา : จิตวิญญาณการต่อสู้และแข่งขันสู่การพัฒนาด้านในแก่ปัจเจก
เราสามารถผสมผสานศิลปะเข้ากับกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเฉพาะทางอย่างกีฬาได้ด้วยครับน้องคุณครูอ้อยเล็ก เช่น การวาดรูปและทำงานความคิดเป็นกลุ่มด้วยศิลปะ ให้ทำงานที่เป็นการคิดอย่างเป็นระบบเป็นกลุ่ม แล้วนำเสนอหรือจัดแสดงผลงานเป็นกลุ่ม
จากนั้น ก็ให้ถอดบทเรียน หาความซาบซึ้ง ตกผลึกประสบการณ์ ได้สะท้อนการคิดเพื่อเกิดปฏิสัมพันธ์และได้กระบวนการตรวจสอบตนเอง ๒ ด้าน คือ การเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้งมากขึ้น และการได้เห็นความเหมือนกับความแตกต่างหลากหลายของตนเองกับผู้คนในสังคมจากการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้เป็นกลุ่มขนาดต่างๆกับผู้อื่น
วิธีคิด ทรรศนะพื้นฐาน และกระบวนการพัฒนาตัวตนในท่ามกลางการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ทำให้ได้ความกระจ่างแจ้งในตนเอง พร้อมไปกับได้ตัวตนที่ใหญ่กว่าความเป็นตัวกูของกูอย่างนี้ เมื่อฝึกฝนและบ่มสร้างด้วยศิลปะให้เชื่อมโยงกับความเป็นทีมและการแข่งขันกีฬา การได้โลกทัศน์และชีวทัศน์ต่อความร่วมมือและการแข่งขันในโลกความเป็นจริง อย่างนี้ เป็นพื้นฐานเดียวกันในความต้องการเป็นทีมและความมีวินัยแก่ตนเองของการกีฬา
ดังนั้น กระบวนการเรียนรู้อย่างเชื่อมโยงและผสมผสานด้วยศิลปะ ก็จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านในเพื่อจิตวิญญาณของการกีฬา ทำให้มีความลุ่มลึก แข่งขันภายนอก ทว่า ได้เข้าถึงและบรรลุภาวะที่สูงขึ้นทางตัวตนด้านในของตนเอง
จำได้ค่ะอาจารย์ ตอนลงพื้นที่วิจัย นั่งรถผ่านมาหลายจังหวัด ได้ผ่านห้างสรรพสินค้าโลตัส บิ๊กc มาหลายแห่ง จนไม่ทันได้สังเกตว่าเราเข้าสู่เขตภาคใต้มาแล้วด้วยซ้ำ ร้าน "ครัวนายหนัง" เป็นร้านอาหารที่ทำให้รับรู้ได้ว่าเรามาถึงภาคใต้แล้วค่ะ และรับรู้ได้ถึงความรัก และรู้รักษ์ในศิลปวัฒนธรรม และให้ตัวหนังเหล่านี้เป็นตัวแทนคอยต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง ..
บริเวณโดยรอบของส่วนหลังคา ทางร้านได้ทำโรงละครโรงเล็กๆ แนะนำตัวหนังแต่ละตัวให้เราได้รู้จักด้วยค่ะ ถ้าอาจารย์จำได้ ..
กุศโลบายในการนำศิลปวัฒนธรรมกับการทำธุรกิจร้านอาหาร ให้มาอยู่ด้วยกันแบบผสมผสานได้น่ารักเชียว .. เจ้าของร้านอาหาร อดีตคุณครูท่านคงอยากบอกเช่นนั้น ..
ทานอาหารไปก็สนุกกับการแสดงของตัวหนัง และเสียงที่ถ่ายทอดออกมา .. ถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือค่ะ เลยไม่ค่อยชัดเจน อาจารย์ทำให้คิดถึง และอยากทานมังคุดคัดเลยค่ะ .. หวังว่าลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งต่อไป จะไปถูกจังหวะของหน้ามังคุดคัดพอดีนะค่ะ ^^
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ : ใช่แล้ว แล้วอาจารย์สังเกตเห็นโคมไฟที่แขวนอยู่บนเพดานไหมครับ โคมไฟนั้นก็เป็นงานฝีมือ ร้านที่ทำก็เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวของเมืองนคร อยู่หน้าร้านของร้านนายหยังนั่นเอง ผมไปยืนคุยอยู่ตั้งนาน ดูเหมือนจะได้รางวัลและจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยครับ เป็นงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากจินตนาการและความสร้างสรรค์จริงๆ ผมไปเห็นแล้วก็ประทับใจมากที่เป็นการประกอบกิจการของเด็กๆ ช่วงวัยขนาดเริ่มต้นอย่างนี้เขาทำได้ขนาดนี้แล้ว อนาคตก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับว่าเขาจะสนุกกับชีวิตและทำชีวิตให้มีคุณค่ามากมายขนาดไหน
ครูนายหนังก็เช่นกันนะครับ แกมานั่งคุยเรื่องราวต่างๆของสังคมวัฒนธรรมภาคใต้ รวมทั้งนครศรีธรรมราช ที่บันทึกและถ่ายทอดไว้ในหนัง ระหว่างนั้นก็มีเทปให้ความรู้เปิดคลอไปด้วย ในร้านของแกมีทั้งคนท้องถิ่นมาขายของและมีคนทำมาหากิน ข้าราชการ และพ่อค้านักธุรกิจ มานั่งกินข้าว ปรึกษาหารือ และเข้าถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆของท้องถิ่น มันเป็น Public space ใน Private Sphere ที่น่าทึ่งมากครับ
ชุมชนต่างๆสามารถมีพลเมืองและสมาชิกที่ทำหน้าที่สร้างความรู้ รวบรวมสิ่งของ สิ่งแสดงภูมิปัญญา แล้วนำมาจัดการความรู้ สร้างการเรียนรู้ สื่อสาร ขับเคลื่อนความสุขของส่วนรวมหรือสุขภาวะสาธารณะ ด้วยความสำนึกสาธารณะของตนเอง และทำในที่ทางของตนเอง ดูงดงามและทำให้สุขภาพสังคมแข็งแรกอีกเป็นกองเลยนะครับ
กระบวนการเรียนรู้ทางสังคมที่ทำให้ปัจเจกดำเนินชีวิตเป็นอย่างนี้เยอะๆและหลากหลาย ก็จะไม่เพียงทำให้สังคมมีพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตเท่านั้นนะครับ แต่จะทำให้ความเป็นส่วนรวมและภาคสาธารณะในเรื่องต่างๆเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของประชาชนได้ในแทบจะทุกเรื่องครับ.
สวัสดีครับน้องคุณครูอ้อยเล็ก : น้องคุณครูอ้อยเล็กรู้จักมังคุดคัดด้วยหรือเนี่ย ทำไม่ก่อนหน้านี้ผมถึงไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จักเลย พอมีน้องๆคนใต้เอามาฝาก ก็เลยรู้สึกเป็นของแปลก เลยชอบกินเป็นบ้าเป็นหลังถึงขนาดโทรขอให้เขาส่งขึ้นมาทางรถทัวร์ให้ พอได้ลงไปใต้ก็กวาดซื้อทั้งกินเองและขอแจกจ่ายพรรคพวก (รวมทั้งอาจารย์ณัฐพัชร์ด้วย แต่ตอนแรกๆผมก็พยายามแนะนำให้กิน พอต่างก็ได้กินกันแล้ว ตอนหลังๆนี้แย่งกันเลยครับ) เป็นการทำอาหรแปรรูปที่ฉลาดจริงๆ ผมเลยกินจนหายทึ่ง แต่ต่อมาก็พบว่า เม็ดมังคุดดิบและเนื้อที่ยังไม่สุกเต็มที่นั้น มันอร่อย ทว่า ทำให้ท้องผูกเป็นเดือนเลยครับ ตอนนี้เลยไม่ค่อยเห่ออีกแล้ว
อาหารอย่างนี้ นอกจากมีคุณค่าทางอาหารอยู่ในตัวเองของวัตถุดิบที่ทำแล้ว ก็มีศิลปะและความเป็นสุนทรียภาพของคนอยู่ในนั้นด้วยเลยนะครับเนี่ย เวลาได้กินอาหารอย่างนี้ ก็มักจะได้ความอิ่มและหมดความหิว อีกทางหนึ่งก็จะได้สัมผัสและเห็นชีวิตจิตใจของผู้คนที่สะท้อนอยู่ในองค์ประกอบและรายละเอียดต่างๆ ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิต ผู้คน และสังคมผ่านอาหารและการกิน ต้องน้อมคารวะและรำลึกถึงไปด้วยเลยนะนี่นะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์
ขอบคุณค่ะ พี่ครูอ้อยเล็ก สำหรับมังคุดคัดนะค่ะ เยอะเลย .. ตอนแรกที่ได้ทาน (เพิ่งจะรู้จักมังคุดคัด เมื่อต้นปีที่แล้ว'๕๒ นี่เอง) จะทานแต่เนื้อค่ะ เพราะไม่ทราบว่าเม็ดมันก็ทานได้ ชุดแรกเลยทิ้งเม็ดไปหมด พอตอนหลังทราบว่าทานได้ทั้งเนื้อ ทั้งเม็ด แต่ก็ยังแหม่งๆ แต่ได้ทานเอาจริงเอาจังแบบที่อาจารย์วิรัตน์กล่าวไว้ คือโทรฯ ฝากให้น้องเค้าส่งจากใต้ขึ้นรถทัวร์มาส่งกล่องใหญ่เลยเชียว เป็นร้อยๆ ลูก น่าจะพอๆ กับในถาด (ในภาพ)เลยค่ะ .. ไม่แปลกใจเลยใช่ไหมค่ะ ว่าแต่ละท่าน ท้องอืดกันเป็นแถวๆ อิอิ ....
อาหารใต้ ข้าวยำ อาหารที่มีแต่สมุนไพร มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้นนะค่ะ .. เห็นแล้วหิวยามค่ำเลยค่ะ ...