ช่วงนี้ข่าวตามสื่อต่างๆที่เราท่านได้บริโภคกันมีอะไรให้เราได้มองเห็นสัจธรรมมากขึ้น (หากเราท่านพยายามมองหาแก่นมัน)

สัจธรรมที่ว่านั้นเห็นได้ชัดเจนว่าทำไมคนในสังคมปัจจุบันนี้

ถึงได้มีความทุกข์ขึ้นเยอะ

ทั้งๆที่เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆก็มีมากมาย

การเป็นอยู่รึก็ดีกว่าสิบยี่สิบปีที่แล้วหน้ามือเป็นหลังมือ

ดูๆแล้วคนเราน่าจะมีความสุขมากกว่าเก่านะขอรับ

แต่ทำไมคนโดยมากถึงมีทุกข์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวละ

จากเหตุการณ์ตามข่าวสารที่ปรากฏตามสื่อต่างๆในช่วงนี้

สามารถให้เรามองเห็นได้ชัดเจนเหตุที่คนทุกข์เพราะ

๑.ความยึดติดที่มีในตัวตนแรงกล้า

๒.พยายามปฏิเสธหรือผลักไสสิ่งที่ตนไม่ชอบ

มองผิวเผินความยึดติดกับการผลักไสทั้งสองนี้มันตรงกันข้ามเลยใช่ใหม

ยึดติดคือกอดกำไว้ไม่ให้มันออกไปหายไป

ส่วนปฏิเสธคือผลักไสไม่ยอมรับมัน 

แต่กระนั้นสองสิ่งนี้แหละที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ของคนโดยมาก

รวมทั้งของธรรมฐิตด้วยขอรับ

เรายึดติดกับอดีตที่เคยสะดวกสบายสวยงามที่เคยเสวยกับมัน

แต่พอวันหนึ่งสิ่งนั้นมันหายไปไม่ได้อยู่กับเราแต่เรายังรำพึงรำพันกับภาพเก่าๆจึงกลายเป็นความทุกข์ใจขึ้นเพราะไม่ยอมปล่อยวางมันเสีย

หรือไม่ก็ยึดติดกับอนาคตว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

จึงทำให้เกิดความกังวลกลัวว่าการณ์จะไม่เป็นไปดั่งที่วาดฝัน 

 เลยต้องต้องเอาเวลาในอนาคตมาทุกข์เสียก่อน(แปลกใหมละขอรับ) 

เมื่อเรายึดติดกอดอดีตกำอนาคตไว้อย่างเหนียวแน่นว่าสวยสดงดงาม

วาดฝันไว้สูงส่ง  แต่ทว่า..ความเป็นจริงมันหาได้เป็นเช่นนั้นนะสิ

สิ่งที่มี สิ่งที่เป็นมันไม่เหมือนที่เคยเป็นเคยอยู่หรือไม่ใช่ดังที่หวังไว้ 

เราจึงปฏิเสธมันด้วยการผลักไสไม่ยอมรับในความจริงที่มันปรากฏอยู่ 

 เมื่อการณ์เป็นเยี่ยงนั้นแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นละ

คงไม่ต้องอธิบายมาก  ข่าวสารต่างๆสองสามวันที่ผ่านมาเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เราเห็นเหตุความทุกข์ทั้งสองข้อนี้ได้อย่างชัดเจน

เกินร้อยเปอร์เซ็นเลยทีเดียว

..ความผิดหวังนั้นแท้ที่จริงแล้วมันไม่น่ากลัวเท่ากับ

...การกลัวความผิดหวังในชีวิต..

ในชีวิตท่านหละกำลังยึดติดหรือปฏิเสธผลักไสอะไรอยู่บ้าง..

ธรรมะสวัสดีขอรับ..