แสงสูรย์แม้ลาลับ ทิวากลับเวียนมาใหม่

ดวงอาทิตย์ขึ้นลงไม่เปลี่ยนแปลงที่ริมปิง 

 

ทุกเย็นหากไม่ติดภารกิจ ผมก็จะต้องไปออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ณ.วันนี้ต้องตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันก็ต้องมีการผ่อนคลาย บางท่านเขาก็จะพูดได้ว่าต้องไปคลายเครียดนั่นเอง ในขณะที่วิ่งบริเวรฝั่งปิงสังเกตเห็นดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินเป็นสีแดงทองสวยงามมาก  พออีกวันหนึ่งผมก็ไปออกกำลังกายบริเวณริมฝั่งปิงที่เดิมอีก สังเกตแสงอาทิตย์เป็นสีเหลืองทอง ทั้งๆที่เป็นดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน แต่ก็ทำหน้าที่ขึ้นลงทุกวันไปไม่มีหยุดครับ 

      หว้งเวลานี้ ทำให้ผมปิ๊งแว๊บขึ้นมาทันทีนึกถึงคำกลอนของท่านอนันต์ ดาโรดม อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ว่า

 

    แสงสูรย์แม้ลาลับ           ทิวากลับเวียนมาใหม่

    แต่ชาวนาผู้ยากไร้          เมื่อไหร่เล่าจะพ้นกรรม

 

          เป็นไงครับ ฟังดูแล้วมีความหมาย ไม่เบา เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอะไร อะไรนิด อะไรหน่อยก็คอยจะคิดหรือนำมาคิดเสียร่ำไป  หากเราไปถามผู้รู้ท่าน ก็จะบอกว่าต้องปล่อยวาง ทุกวันนี้หากคนเราไม่ปล่อยวางก็จะเกิดทุกข์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดความเครียดนั่นเอง หากเราศึกษาสาเหตุของทุกข์ตามพุธศาสนา ก็จะบอกสาเหตุของทุกข์หรือการเกิดความทุกข์ มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่

 

           1.ทุกข์ที่เกิดจากภายใน  เช่นทุกข์ที่เกิดจากใจเราคิดอยากมีโน่น มีนี่ ก็เป็นทุกข์ และอยากเป็นโน่นเป็นนี่ก็เป็นทุกข์ บางท่านเรียกว่าความโลภ กิเลสนั่นเอง

 

          2. ทุกข์ที่เกิดจากภายนอก เช่น การมุ่งเน้น จัดหาด้านวัตถุ การดิ้นรนต้องการและแสวงหาสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย ตลอดจนวิ่งหาตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม หรือต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ต้องได้มาจากการออกแรงหรือการลงทุนเป็นต้น

 

          3. ทุกทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่นการสร้างข้อขัดแย้งกับสมาชิกในองค์กร เพื่อนบ้านหรือชุมชน กลุ่มคนทางสังคม ไม่สรรสร้างกัลญาณมิตร ซึ่งอาจจะรวมถึงการทะเราะเบาะแว้งกับผู้คนและสมาชิกในครอบครัว ชุมชน สังคมเป็นต้น

 

                  ณ.เวลานี้ ขอเชิญชวนทุกท่าน ตั้งสมาธิ ฝึกนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตนิ่ง สักระยะหนึ่ง โดยการแผร่เมตตาให้แก่ผู้เป็นทุกข์ทั้งหลาย ทั้งหมด ทั้งปวง ทั้งสิ้นเถิด...........

 

 

 

เขียวมรกต  26 กพ.53