สวัสดีค่ะคุณครู
เมื่อคืนหนูค่อนข่งนอนดึก เพราะนั่งจัดห้องใหม่แล้วพยายามหาเวลาที่เหมาะสมของการนอนในตนเอง หนูเข้านอไปประมาณตีสามกว่า ๆ ตื่นมาประมาณหกโมงครึ่ง หนูยังคิดเก่ง ลุกขึ้นมาทำกิจวัตร ไป ๆ เช้านี้ไม่ได้ไปออกกำลังกายค่ะ อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้นะต้องทำวัตรเช้าก่อน จึงนั่งลงทำวัตรเช้า ใจหนูสบายจดจ่อกับการสวดมนต์ แล้วก็ไปทำงาน วันนี้ต้องแก้งาน อืมจะว่าไปก็ไม่ใช่คือต้องทำใหม่ แล้วครานี้ต้องใช้เครื่องมือที่เพื่อนทำค้างไว้ แต่พอถามเห็นว่าเพื่อนมีงานอื่น หนูจึงขอโอกาสใช้แล้วบอกว่า “ถ้าจะใช้เมื่อไหร่บอกได้เลยนะ เพราะเก็บรายละเอียดไม่ต้องวาดต่อเนื่องก็ได้
ตลอดเช้าหนูนั่งวาดอย่างอดทน ไม่ลุกไปไหนเพราะระลึกว่า จะไม่มีเวลา เดี๋ยวเพื่อนต้องมาใช้ งานเสร็จลงประมาณห้าโมงเช้า จึงทำในขั้นตอนต่อไป
ความมุ่งมั่นในงานปรากฏขึ้น แต่ก็มีความบีบคั้นที่ปะทุมาจากภายใน จากหลาย ๆ เรื่องที่พอรับรู้แล้วก็มีความขุ่นมัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ค่ะ พอเที่ยงหนูเดินไปกรมอนามัย อืมรู้สึกว่าวันนี้อากาศร้อน เส้นทางค่อนข้างสงบ ภายในใจหนูก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน เดิน ๆ ไป เห็นใจตนเองที่หยาบกร้าน เหมือนเป็นการเห็นแบบจัง ๆค่ะ ครู มันดับวูบเลย ขณะต่อมาใจคลายลงสัมผัสได้ถึงลมเย็น ๆ ที่มากระทบใบหน้าและร่างกายแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ พอเดินมาถึงร้านอาหารเจ มีคนมาแซงคิว หนูหันไปมองใจตนเอง แล้วก็มีเสียงว่า “ลำพังแค่ใจที่หยาบกร้านก็มากพอแล้ว โชคดีแค่ไหนที่เขามาให้โอกาส” หนูจึงถอยออกมาเพื่อให้มีระยะห่าง ได้อาหารแล้วก็ไปหาโต๊ะทาน พอนั่งทานใจหนูเผลอไปคิดตอนไหนไม่รู้ค่ะ แล้วเหมือนข้าวมันจะติดคอจึงหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเสียงกลืนดัง “เอื้อก” ตอนนั้นเป็นเสียงที่ได้ยินดังมากในใจค่ะครู แล้วหนูก็ตื่นจากความคิดแบบสว่างว๊าบขึ้นมา มองเห็นความเศร้าเกิดขึ้นในใจ หนูนั่งมองมันเฉย ๆ แป๊บเดียวก็ดับ แล้วก็มีเสียงว่า “มันต้องอย่างนี้” ขากลับใจหนูสบายขึ้น ระลึกว่า “ใจดวงเดียวนี้เปลี่ยนเร็วจริงหนอ เดินตอนขามายังรุ่มร้อน แต่ตอนในรู้สึกผ่อนคลาย จึงแวะทักทายป้าอบนั่งคุยกันสักพักแล้วหนูก็แยกไปทำงาน
บ่ายนี้หนูนำภาพที่วาดตอนเช้าไปอยู่แล้วนำมาวาดต่อ วาดไปได้ครึ่งหนึ่งพี่เดินมาบอกว่าเล็กไป หนูก็ทำใหม่เริ่มวาดใหม่ แต่รู้สึกเพลีย ๆ ง่วง ๆค่ะ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากยังไม่ชินกับการปรับเวลานอน และก็มีความเคร่งเครียดปนมาด้วยค่ะ เลิกงานหนูกลับมาหอพัก นั่งดูอะไรไปเรื่อย ๆ ง่วงมาก ๆ แต่ไม่ต้องการให้ตนเองนอนเร็ว ไป ๆ นั่งไป มีความรู้สึกใจโล่งขึ้นมาว่า แท้ที่จริงชีวิตเรา เราเลือกอยู่เสมอ ไม่ใช่ใครกำหนด เราเองเป็นคนกำหนด เหมือนพึ่งลงใจค่ะครู ทั้งหมดทั้งหมดหนูทำเอง ถึงได้มาซึ่งอัตภาพนี้และปัจจุบันนี้ ไม่ใช่คนอื่น จึงได้เขียนบันทึก แต่ตอนนี้รู้สึกง่วง ๆแล้วค่ะครู เดี๋ยวส่งจดหมายหาครูเสร็จหนูก็คงไหว้พระแล้วก็เข้านอน
ศีล
ข้อ ๑ วันนี้หนูยังรบกับมดอยู่ค่ะครู แต่เอ...มีขณะหนึ่งที่หนูกำลังจะเผลอกระโดดไปฟาดใบไม้ระลึกขึ้นมาว่า ทำร้ายใบไม้นี่ก็เบียดเบียนนะ แล้วหนูก็ไม่ได้ทำ แต่พอเผลอแว็บมือไปหยิบใบกระถินณรงค์แห้ง แล้วก็กำแบบอัตโนมัติดังกร๊อบ แล้วใจหนูก็บอกว่าอันนี้ก็เป็นการเผลอไปทำร้ายอัตภาพของใบไม้แห้งนะ ไม่ควร
ข้อ ๒ หนูไม่ได้ขโมยของใครค่ะครู แต่เวลาที่ต้องหยิบใช้สก๊อตเทปที่อยู่โต๊ะเพื่อนใจก็ยังเป็นไหว ๆ ว่า ควรรึเปล่านะทั้ง ๆที่ก็อนุญาตแล้ว อืมใจหนูมีความรู้สึกว่าถ้ามีโอกาสได้ให้บ้างก็คงดี เดือนที่แล้วหนูลองโอนเงินเข้าบัญชีหลวงตาร่วมสร้างตึกสงฆ์อาพาธ เมื่อไหร่ที่ระลึกถึงขึ้นมาก็เป็นความรู้สึกปราบปลื้มใจค่ะครู วันนี้จึงถือโอกาสโอนไปอีกครั้ง และก็เลยได้โอกาสโอนเงินไปร่วมสร้างห้องน้ำที่เสถียรธรรมสถานด้วยเลย หนูรู้สึกว่าศีลในแต่ละข้อนอกจากเราลดละแล้ว น่าจะมีการทำเพิ่มหน่ะค่ะครู
ข้อ ๓ ข้อนี้ในตลอดวันเบาลง อาจจะเพราะหนูนั่งดู นั่งรบกับความง่วง จนไม่มีเวลาใส่ใจในกาม
ข้อ ๔ สัจจะที่ให้ไว้หนูยังทำไม่ครบพร้อมค่ะครู ข้อนี้ยังเหมือนเป็นการโกหกอยู่ค่ะ
ข้อ ๕ หนูไม่ดื่มเหล้า สติหนูดีขึ้นค่ะครู อืมส่วนใหญ่จะชัดตอนช่วงพัก หรือ ช่วงกลางวันตอนเที่ยง ๆที่เดินไปทานข้าว ระหว่างเวลาทำงาน หนูยังประคองสติได้ไม่ค่อยดีค่ะครู แต่ก็จะพยายามทำไปเรื่อย ๆค่ะ
ทำไมต้องเขียนซ้ำไปซ้ำมาล่ะ...
เนื้อความในบันทึกนี้เขียนไปแล้วใน ค้นหาตนเอง ι มันต้องโหด ๆ จริงๆ แล้วจดหมายถึงครูน่าจะเป็นการเขียนถอดบทเรียนนะ ว่าในแต่ละวันเราได้เรียนรู้อะไร สิ่งที่ได้เรียนรู้จากครู เรานำมาใช้แก้ปัญหาหรือดำเนินชีวิตอย่างไร มากกว่าการที่เขียนเพ่งโทษหรือความไม่ดีของตนเอง...
ไม่มีใครหรอกไม่ทุกข์..ทุกคนเกิดมานั้นต่างปฏิเสธความทุกข์ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรานั้นสามารถดำรงอยู่กับสภาวะทุกข์นั้นได้อย่างไร
พี่ว่า...ติ๋ว...ทำใจให้สบาย
หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย
มองทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ด้วยใจที่รื่นรมย์น่าจะดีกว่าการที่เราจะคอยจับผิดทั้งตนเองหรือผู้อื่น...ระ
การรับรู้ด้วยใจที่สบาย จะทำให้เราพอดำรงอยู่ได้นะ
ทุกสิ่ง ทุกคน ไม่มีดีไม่มีชั่ว ไม่มีถูกไม่มีผิด มีแต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้และยอมรับมัน นำหนทางของเมื่อวานมาเป็นฐานพิจารณาว่าวันนี้เราจะทำเช่นไร ใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ถึงจะมีความสุข อันเป็นความสุขเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงใช้ให้เรามีชีวิตอยู่ได้ ไม่ต้องไปคิดหรอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร ... หากว่าวันนี้เราได้ทำสิ่งใดแล้ว สิ่งที่ทำในวันนี้จะส่งผลถึงพรุ่งนี้เอง...
เจ้าค่ะ หนูจะนำไปปรับปรุงแก้ไข กราบขอบพระคุณค่ะ
<object width="315" height="80"><param name="movie" value="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2CCBBECPD&Autoplay=1"><param name="scale" value="noscale" /><param name="wmode" value="transparent"><embed src="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?Autoplay=1&songID=V2CCBBECPD" width="315" height="80" scale="noscale" wmode="transparent"></embed></object>
การทำงานของครู บางครั้ง เด็กต้องเข้าใจครู คิดว่า เอ๊ะ ครูทำไมตีเรา ครูตีเพราะอยากให้ได้ดี ครูเป็นห่วงอนาคต ของศิษย์
นี่แหละพระคุณครู ครูเผ้าสั่งสอน ให้ศิษย์เปป็นคนดี เคนเก่ง แต่หลาครั้งที่ศิษยืไม่ฟังครูสอน ครูก็ต้องเหน็ดเหนื่อยเพียงใด นี้แหละพระคุณของครู ครูหวังว่า อนาคตของชาติ คบจะเจริญก้าวหน้า ครูไอซ์