ปลัดอำเภอปางมะผ้าผิดป.อ. มาตรา 157 และมาตรา 9 (2) พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

แจ้งข่าวการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อำเภอ รวมถึงปลัดอำเภอปางมะผ้า

 

            เมื่อวันที่ 18 และ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ผมได้รับแจ้งจากน.ส.อาหมี่ซึ่งเป็นพี่สาวของอาซือมะ (ผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือด้านสถานะบุคคลมาที่รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เรื่องของปลัดอำเภอปางมะผ้า ชื่อ นายธีรยุทธ  พุ่มนวน[1] ปฏิเสธสิทธิในการยื่นคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติของน.ส.อาหมี่

            เนื่องจากว่า ในทะเบียนประวัติได้บันทึกสถานที่เกิดของน.ส.อาหมี่ผิด จาก”ประเทศไทย”เป็น”ประเทศพม่า”  กล่าวคือ น.ส.อาหมี่ ซึ่งอ้างว่าเกิดในประเทศไทย แต่ถูกเจ้าหน้าที่บันทึกในทะเบียนประวัติผิดเป็นพม่า

            ดังนั้น ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 น.ส.อาหมี่จึงได้พยายามที่จะจัดการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยไปติดต่อที่อำเภอปางมะผ้า เพื่อขอแก้ไขสถานที่เกิดในทะเบียนประวัติ แต่ทางเจ้าหน้าอำเภอและปลัดอำเภอไม่รับคำร้อง แม้ว่าอาหมี่พยายามที่จะอธิบายเหตุผลในเรื่องของการขอแก้ไขทะเบียนประวัติ และได้พยายามที่จะแสดงพยานหลักฐานที่จะนำสืบพิสูจน์การเกิดในประเทศไทยของเขา แต่ปลัดอำเภอกลับมิได้สนใจ และอ้างว่าแก้ไขไม่ได้ตามหนังสือสั่งการเลขที่ มท 0310.1/ว1131 เรื่องการดำเนินงานตามโครงการกำหนดสถานะบุคคลบนพื้นที่สูง ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2545 จากนั้นอาหมี่จึงกลับบ้าน และในวันรุ่งขึ้น วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 อาหมี่จึงเดินทางไปที่ว่าการอำเภอปางมะผ้าอีก เพื่อที่จะดำเนินการแก้ไขสถานที่เกิดในทะเบียนประวัตของตนเอง แต่แล้วในวันนี้เขาก็โชคร้ายเหมือนเมื่อวาน คือ เจ้าหนาทุกคนต่างไม่สนใจ แล้วก็ได้พยายามที่จะขอแบบคำร้องทั่วไป ท.ร.31 ในการเขียนคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติอีก แต่ปลัดอำเภอรวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนกลับไม่ให้ อีกทั้งปลัดอำเภอกล่าวว่า “จะเอาไปลายเซ็นผมไปทำอะไร จะฟ้องผมเหรอ” จากนั้นอาหมี่ก็ตอบว่า “ไม่ใช่ค่ะ” แต่ที่อาหมี่ต้องการก็คือ ต้องการเหตุผลของการไม่รับคำร้อง และเหตุแห่งการแก้ไขทะเบียประวัติไม่ได้ ซึ่งอามหี่ก็ได้โต้แย้งกลับไปว่าแก้ไขได้ เพราะว่าอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์บอกว่าแก้ไขได้ แต่ต้องมีพยานหลักฐาน ซึ่งปลัดอำเภอปางมะผ้าก็ได้ถามกลับมาว่า “แล้วไปปรึกษาอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ได้อย่างไร แล้วอาจารย์รู้หรือว่าที่ปางมะผ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร เคยมาหรือ รู้จักกันที่ไหน รู้กฎหมายมากเลยหรือ” จ ากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ 3 คนมายืนห้อมล้อมอยู่ใกล้ ๆ เสมือนหนึ่งการข่มขู่ตนเอง ทำให้อาหมี่รู้สึกกลัว จึงเดินทางกลับมาบ้านพร้อมกับความผิดหวังอีกครั้ง

            จากกรณีข้างต้นสามารถที่จะพิเคราะห์ประเด็นได้ดังนี้

  1. การแก้ไขทะเบียนประวัติสามารถทำได้หรือไม่ ???

            ตอบ สามารถแก้ไขได้

เพราะสถานะทางกฎหมายของทะเบียนประวัตินั้น มีสถานะเป็นเอกสารทางราชการ และเป็นเอกสารการทะเบียนราษฎร ที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งผู้มีอำนาจแก้ไขก็คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในที่นี้ก็คือ นายทะเบียน

การขอแก้ไขเอกสารการทะเบียนราษฎรนั้นเป็นไปตาม ข้อ 115 แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535[2] ซึ่งบัญญัติไว้ว่า

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎร  ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

            (1) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรนำเอกสารราชการมาแสดงไม่ว่าเอกสารดังกล่าวจะจัดทำก่อนหรือหลังการจัดทำทะเบียนราษฎร ให้ผู้ยื่นคำร้องแสดงเอกสารดังกล่าวต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น เมื่อนายทะเบียนพิจารณาเห็นว่าเอกสารดังกล่าวเชื่อถือได้ ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใน เอกสารการทะเบียนราษฎรให้

            (2) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรไม่มีเอกสารราชการมาแสดง ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นสอบสวนพยานหลักฐาน แล้วรวบรวมหลักฐานเสนอนายอำเภอพร้อมด้วยความเห็น เมื่อนายอำเภอพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อถือได้ ให้นายอำเภอสั่งนายทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรให้

            (3) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎร ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

            ในกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจากสัญชาติอื่นหรือจากไม่มีสัญชาติเป็นสัญชาติไทย เนื่องจากเพราะลงรายการผิดพลาดหรือกรณีอื่น ๆ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นสอบสวนพยานหลักฐานแล้วรวบรวมหลักฐานเสนอนายอำเภอพร้อมด้วยความเห็น เมื่อนายอำเภอพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อถือได้ ให้นายอำเภอสั่งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรให้

         ในกรณีแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจากสัญชาติไทยหรือจากไม่มีสัญชาติหรือจากสัญชาติอื่นเป็นสัญชาติอื่น เนื่องจากเพราะลงรายการผิดพลาดหรือกรณีอื่น ๆ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นสอบสวนพยานหลักฐาน และเมื่อพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อถือได้ ก็ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรให้

           

        เมื่อพิจารณาจากข้อ 115 ระเบียบ ฯ ข้างต้นนั้น แสดงให้เห็นว่า ปัจเจกชนสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขเอกสารการทะเบียนราษฎร ในที่นี้ คือ ทะเบียนประวัติได้ และนายทะเบียนอำเภอ กล่าวคือ ปลัดอำเภอมีหน้าที่ที่จะต้องรับคำร้อง และดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานต่าง ๆ ของบุคคลผู้นั้นด้วยนั้นด้วย

 

 2. การที่ปลัดอำเภอปางมะผ้าไม่รับคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติของน.ส.อาหมี่นั้นถูกต้องหรือไม่

ตอบ ไม่ถูกต้อง

เพราะปลัดอำเภอเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนที่มาติดต่อ และดำเนินการต่าง ๆ ตามกฎหมายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน

ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157[3] มีองค์ประกอบความผิด ดังนี้

(1) มีการกระทำ ซึ่งแยกการกระทำได้เป็น 2 ความผิด คือ

            (1.1) เจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด       

            คำว่า “โดยมิชอบ” หมายความถึง โดยมิชอบด้วยหน้าที่ซึ่งเจ้าพนักงานมีอยู่ตามกฎหมาย

            (1.2) เจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต

(2) การที่จะมีความผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จะต้องประกอบด้วยเจตนาพิเศษ คือต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (คำพิพากษาฎีกาที่ 3295/2534) ซึ่งรวมถึงความเสียหายในทุก ๆ ด้านโดยไม่จำกัดเฉพาะความเสียหายที่เป็นทรัพย์สินเท่านั้น

สรุปก็คือ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีลักษณะคล้ายคลึงกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่มีข้อแตกต่างอยู่ที่ว่าการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่จะเป็นความผิดได้นั้น จะต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ในขณะที่การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตไม่ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าการกระทำนั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้อื่นเสียหายหรือไม่ แม้ไม่เกิดความเสียหายก็ยังคงถือว่าเป็นการกระทำความผิดได้
            ดังนั้น ในเมื่อปลัดอำเภอเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งมีหน้าที่กระทำการตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ แต่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และยังถือได้อีกว่าปลัดอำเภอได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที๋โดยมิชอบด้วยหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน คือ น.ส.อาหมี่ เช่นนี้ ปลัดอำเภอปางมะผ้าย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
            และตามกฎหมายปกครองแล้วนั้น ปลัดอำเภอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และการรับคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติ เป็นการกระทำการปกครอง เป็นอำนาจผูกพัน ไม่ใช่อำนาจดุลยพินิจ จึงก่อให้เกิดหน้าที่ที่ปลัดอำเภอจะต้องปฏิบัติ กล่าวคือ ต้องรับคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติ ดงันั้น เมื่อปลัดอำเภอปางมะผ้าไม่ยอมรับคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติของน.ส.อาหมี่ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เมื่อไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ย่อมเท่ากับเป็นการละเลยต่อหน้าที่ เป็นคดีปกครองอยู่ในเขตอำนาจพิจารณาของศาลปกครองตามมาตรา 9 (2) ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

           หากฝ่ายปกครองกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายย่อมถูกตรวจสอบได้โดยศาลปกครอง ซึ่งความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว กล่าวคือ อาหมี่มิอาจใช้สิทธิอันเกิดจากการที่ตนเองเกิดในประเทศไทย นำไปสู่การขอลงรายการสัญชาติตามมาตรา 23 ดังนั้น น.ส.อาหมี่ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการที่ปลัดอำเภอปางมะผ้าไม่ยอมรับคำร้องขอแก้ไขทะเบียนประวัติ ย่อมมีสิทธิฟ้องศาลปกครองได้ตาม มาตรา 42 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง

 


[1] เบอร์โทรศัพท์อำเภอปางมะผ้า 053-617-158, 053-617-256

[2] ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (1) วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534

[3] “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”