การอ่านการเขียนและบอกความหมายคำควบกล้ำ

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและบอกความหมายคำควบกล้ำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๒

ผู้วิจัย นางจารุเวศ เจริญศรี

ปีที่วิจัย ๒๕๕๒

                                                                         <p>บทคัดย่อ</p>

<p>การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๕/๒  ครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายจะช่วยให้ครูได้แก้ไขปัญหาการอ่าน  การเขียน   และบอกความหมายคำควบกล้ำถูกต้องและช่วยให้นักเรียนประสบผลสำเร็จในการเรียน  ผู้รายงานได้สร้างจากหลักสูตร  คู่มือครู  แบบเรียน  แผนการจัดการเรียนรู้และเอกสารต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน  เพื่อนำแบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้นไปใช้ในการประกอบการเรียนการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๒  โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก  จำนวน  ๒๑  คน  และหาประสิทธิภาพ  ผลการทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ร ล ว ควบกล้ำกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๒ โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก  ที่สร้างขึ้นทั้ง ๖  ชุด  มีประสิทธิภาพดังนี้</p> ๑.	แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ร ควบกล้ำ  ชุดที่ ๑  ประสิทธิภาพ ๘๒.๓๓ / ๘๔.๕๕ ๒.	แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ร ควบกล้ำ  ชุดที่ ๒  ประสิทธิภาพ  ๘๒.๒๙ / ๘๔.๐๕ ๓.	แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ล ควบกล้ำ  ชุดที่ ๓  ประสิทธิภาพ  ๘๒.๖๗ / ๘๗.๖๒ ๔.	แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ล ควบกล้ำ  ชุดที่ ๔  ประสิทธิภาพ  ๘๒.๘๖ / ๘๘.๕๗ ๕.	แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ว ควบกล้ำ  ชุดที่ ๕  ประสิทธิภาพ  ๘๒.๔๘ / ๘๕.๗๑ ๖.	แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนและบอกความหมายคำที่มีตัว ว ควบกล้ำ ชุดที่ ๖  ประสิทธิภาพ  ๘๒.๐๐ / ๘๗.๖๒

สรุปผลการทดสองใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

<p>ก่อให้เกิดผลดีแก่นักเรียนและพัฒนาพฤติกรรมการสอนของผู้รายงาน  ดังนี้</p> ๑.	การที่เด็กมีโอกาสสัมผัสสื่อโดยตรงจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่าการฟัง เพียงอย่างเดียว ๒.	สื่อการเรียนการสอนที่เป็นรูปภาพ  มีสีสัน  สามารถเร้าความสนใจของนักเรียนทำให้ เกิดการเรียนรู้ได้ง่าย  ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายในการเรียน ๓.	การที่นักเรียนเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเป็นวิธีการที่ทำให้นักเรียนได้มีโอกาส เรียนรู้ไปทีละน้อยตามความเหมาะสม ๔.	ทำให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองกล้าแสดงออกในทางที่ถูกตามกฎระเบียบ  คำสั่ง   ข้อบังคับ  เป็นผู้มีเหตุผล  และสามารถตัดสินใจและทำกิจกรรมด้วยตนเองได้ ๕.	นักเรียนได้ทราบผลการเรียนในแต่ละชุด  ถ้าได้ผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจนักเรียน จะเกิดความกระตือรือร้นในการเรียน  กว่านักเรียนที่มีผลการเรียนยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ๖.	จากการใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นทำให้ครูมีพฤติกรรมการสอนเปลี่ยนไป ในทางที่ดีขึ้น  ซึ่งในเรื่องนี้  ผู้รายงานได้สังเกตและประเมินตนเอง  พบว่า  พฤติกรรมการสอนของผู้รายงานเปลี่ยนแปลงไปจริง  โดยเริ่มจากความกระตือรือร้นที่จะสอนมีมากขึ้น  มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้นทั้งนี้เพราะได้เตรียมการสอนอย่างดี  มีสื่ออุปกรณ์พร้อม  มีความสนุกสนานเพลิดเพลินกับการสอนไม่วิตกเหมือนก่อน  เพราะเดิมจะพยายามเร่งสอนให้จบเป็นส่วนใหญ่และนักเรียนก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ฝึกทักษะทางภาษา หรือแก้ปัญหาด้วยตนเองไม่ค่อยเป็นเพราะผู้รายงานจะพยายามป้อนความรู้ให้ก่อนเสมอ  แต่หลังจากที่ได้ใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นบทบาทของผู้รายงานก็เปลี่ยนไปจากเดิม  คือ  เป็นที่ปรึกษา  เป็นผู้แนะนำ  โดยนักเรียนจะมีบทบาทในการเรียนการสอน

สรุปผลการวิจัย

ผู้รายงานได้ทำการทดสอบหาประสิทธิภาพตามลำดับขั้นแล้ว  แบบฝึกเสริมทักษะมีประสิทธิภาพมากว่าเกณฑ์  ๘๐/๘๐  ทุกชุด  คะแนนทดสอบหลังเรียนมากกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .๐๕ ทุกชุด  ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อแบบฝึกเสริมทักษะอยู่ในระดับดี
จากการพัฒนาการเรียนการสอน  ด้วยการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะและนำไปทดลองใช้ กับนักเรียนสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวการเรียนการสอนได้  ย่อมแสดงว่าแบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้รายงานสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพโดยแท้จริง   ซึ่งส่งผลโดยตรงกับนักเรียนและครูผู้สอน