คนไทยใช้ครก สาก จนกลายเป็นวิถีชีวิต และเป็นการออกกำลังกายไปในตัวนั่นคือ กระบวนการการที่แฝงเร้นสอดแทรกในทุกอิริยาบถ วิถีชีวิตงานบุญประเพณีอันเป็นเวทีสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาว รวมถึงการพึ่งพาตนเองแบบพอเพียง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เกิดมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายของเรา ทำให้เรามองภาพตัวเราเองชัดเจนมากขึ้นว่า คนไทยลืมตัวเอง ลืมคุณค่าสิ่งดีดี ฝรั่งกำลังจ้องมองภูมิปัญญาไทยด้วยความทึ่ง

ทำไมการตำข้าวด้วยสากจึงเลือนหายไปในชนบท :

....หลังจากเรียกเหงื่อมาเป็นกระปี๊บ และตามด้วยเสียงกระเส่าของลมหายใจในบางช่วงแล้ว ชาวเราก็นำพาสู่สนามประลองยุทธ์อีกคราหนึ่ง ด้วยเท้าเปล่าเหมือนเดิมที่ความรู้สึกตอนนี้เริ่มเคยชิน  และผ่อนคลายพอสมควร มาคราวนี้เริ่มฝึกด้วยการตำข้าวด้วยสากยาว  สากมีลักษณะทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณเหมาะมือ หรือประมาณด้วยสายตาอยู่ที่ 3 นิ้วครึ่ง ความยาวประมาณ 2 เมตร มีลักษณะกลม ช่วงกลางคอดกิ่ว เหมาะกับมือจับสองมือ  เพราะมือเดียวไม่มีแรงกดแน่นอน ส่วนครกก็เหมือนกับครกที่เห็นทั่วไปในวัยเด็กที่เห็นเจนตาคือครกกระเดื่องที่ครั้งเยาว์เคยช่วยแม่ ตำครกเพื่อบดแป้งทำขนมจีนในงานบุญในหมู่บ้าน ในตอนเด็กๆนั้นวันบุญเป็นวันที่เรามีใจจดจ่อและรอคอย เพราะจะได้รับประทานขนมที่หลากหลายจากฝีมือยาย  แม่ อาทิ ขนมจีนน้ำยาไก่ ข้าวต้มมัด นั่นก็ถือว่าเป็นสุดยอดแล้วหละสำหรับเด็กชนบท  แต่วันนี้หละ ปัจจุบันนี้หละคงเหลือสิ่งดีเหล่านี้ไหมหนอ  น่าคิดสำหรับนักการศึกษา คนไทยทุกคน  หวนกลับมาถึงกิจกรรมตำสากเป็นการสอดแทรกกิจกรรมนี้ด้วยลักษณะของอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้ใช้แขนทั้งสองข้างยกสากตำข้าว  ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเกิดผลผลิตคือข้าวสาร  คนไทยใช้ครก สาก จนกลายเป็นวิถีชีวิต และเป็นการออกกำลังกายไปในตัวนั่นคือ กระบวนการการที่แฝงเร้นสอดแทรกในทุกอิริยาบถ วิถีชีวิตงานบุญประเพณีอันเป็นเวทีสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาว รวมถึงการพึ่งพาตนเองแบบพอเพียง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เกิดมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายของเรา ทำให้เรามองภาพตัวเราเองชัดเจนมากขึ้นว่า  คนไทยลืมตัวเอง ลืมคุณค่าสิ่งดีดี ฝรั่งกำลังจ้องมองภูมิปัญญาไทยด้วยความทึ่ง  คนไทยละทำอะไรอยู่ทำไมสากหายไป ใครทราบความหมายที่แอบแฝงในการกระทำเหล่านี้ คุณคือลูกหลานไทยหรือเปล่า ......