ชีวิตของผู้คน คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคม ดังนั้นสาแหรกครอบครัว จึงเป็นเครือข่ายของสายตระกูล ที่เมื่อยึดโยงกันเข้าก็จะกลายเป็นชุมชนของเครือญาติ ที่กลายมาเป็นส่วนประกอบย่อยของสังคมใหญ่
ในการเรียนประวัติศาสตร์ ที่เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจในโยงใยความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง ครอบครัว สังคม และชุมชน การทำสาแหรกครอบครัวจึงเป็นงานหนึ่งที่นักเรียนควรทำ เพื่อสร้างความรู้จักกับวงศ์วานว่านเครือของตัว และถือเป็นการเรียนประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า ที่บันทึกถ่ายทอดออกมาเป็นความเข้าใจในรูปของผังสาแหรก
“สาแหรกครอบครัว” เป็นชื่อที่มีต้นเค้ามาจากรูปลักษณ์ของเครื่องหาบชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่าสาแหรก ดังปรากฏความหมายในพจนานุกรมฉบับมติชนว่า คือ เครื่องหาบหรือหิ้ว ที่ทำด้วยหวายหรือเชือก ด้านบนเป็นที่รวบสายเพื่อการหิ้วหรือสอดไม้คานเพื่อหาบ ด้านล่างใช้เป็นที่รับกระจาดหรือกระบายเพื่อใช้บรรจุสิ่งของ มักทำข้างละ ๔ สาย , โดยเปรียบเทียบใช้เรียกสายวงศ์ตระกูล
สาแหรกครอบครัวเป็นงานที่ต้องทำทุกคน โดยมีการตรวจให้คะแนน แต่งานพิพิธภัณฑ์ชีวิต เป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ
ก่อนจะถึงวันนี้
นักเรียนได้รับโจทย์ไปตั้งแต่วันแรกที่พบกันว่าสัปดาห์หน้าให้เตรียมหาสิ่งของของบรรพบุรุษมาจัดทำพิพิธภัณฑ์ชีวิต จากนั้นครูก็เฝ้ารอว่า “เรา” ซึ่งหมายถึงทั้งครูและเด็ก จะได้เรียนรู้อะไรด้วยกันบ้าง
ก่อนถึงวันนัดหมาย ครูจัดเตรียมหาสถานที่ และพื้นที่สำหรับจัดแสดงเอาไว้ให้
สิ่งที่ต้องการคือ โต๊ะยาวที่ใช้วางของและป้ายจัดแสดง ... เมื่อมองไปเห็นโต๊ะประชุมครู ที่ปูผ้าฝ้ายทอมือสีสบายตา บนโต๊ะมีแจกันดินเผาปักดอกไม้เอาไว้อย่างสวยงามดีอยู่แล้วตั้งอยู่ในห้องคอมพิวเตอร์เล็กข้างห้องเรียน ก็นึกในใจว่านี่แหละใช่เลย!
เพื่อให้สำนึกอดีตปรากฏได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ครูจึงนำเรือนไม้ไผ่จำลอง ชุดหม้อข้าวหม้อแกงดินเผา ชะลอม งอบ และที่ขาดไม่ได้คือ สาแหรก กระจาด และไม้คาน ขนาดย่อมมาจัดวางไว้ให้ได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกันด้วย
แบ่งฐานการเรียนรู้
นักเรียนที่นำของมาจากบ้าน จะมาเรียนรู้เรื่องของจัดพิพิธภัณฑ์ชีวิตที่ห้องเล็ก และการเขียนบรรยายป้ายจัดแสดงกับดิฉัน ในขณะที่นักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งจะส่งงานผังสาแหรกครอบครัวกับคุณครูยุ้ย – สุรีย์ บนบอร์ดจะติดผังสาแหรกครอบครัวขนาดใหญ่ของสายสกุลเกตุทัต และหงสกุล ที่สืบสายมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนกระทั่งถึงปัจจุบันเอาไว้ให้ศึกษาวิธีการเขียนสาแหรกครอบครัวที่ถูกต้อง
เปิดพิพิธภัณฑ์ชีวิต
เมื่อพิพิธภัณฑ์ชีวิตพร้อมเปิดแสดงแล้ว เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอยู่ในห้องข้างๆ ก็เข้ามาชม สิ่งของนำมาที่จัดแสดง ได้แก่
พระหลวงปู่ทวด
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ :คุณลุงหลุ่นไปเช่ามาจากวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี
จุ้ย – นภัส เชยกลิ่นเทศ นำมาจัดแสดง
นาฬิกาข้อมือไขลาน
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ : โอเมก้าเป็นนาฬิกายี่ห้อดังในสมัยที่คุณปู่บาลียังมีชีวิตอยู่ เดี๋ยวนี้เป็นนาฬิกาหายาก
แพน – ชัญญา ศิริโหราชัย นำมาจัดแสดง
เหรียญ ๑ สตางค์
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ : เป็นเหรียญเงินสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่คุณยายให้แม่มา
ตุล – ชวิศ กังอนันต์ นำมาจัดแสดง
หอยล้านปี
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ :คุณย่าเก็บได้แล้วนำมาให้แม่
แอม – สุธิดา จันทร์รุจิพัฒน์ นำมาจัดแสดง
ผอบเงินและพานรอง
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ :คุณพ่อของคุณย่าเป็นคนทำขึ้น และคุณย่านำมามอบให้แม่
แอม – สุธิดา จันทร์รุจิพัฒน์ นำมาจัดแสดง
เข็มขัดนาค
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ :คุณปู่ละอองมอบให้คุณย่าลัดดาในวันแต่งงาน จากนั้นคุณย่าก็มอบให้กับคุณพ่ออนุชิต แล้วคุณพ่อก็มอบให้กับคุณแม่ศิริรัตน์ในวันแต่งงาน และเข็มขัดเส้นนี้ก็จะตกเป็นของผม และผมจะต้องมอบให้กับเจ้าสาวในอนาคตของผมในวันแต่งงาน
ปาล์ม – อภินันท์ ถิรานุชิต นำมาจัดแสดง
สัมผัสของเรื่องราวที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์แนบแน่นเช่นนี้ ช่วยปลุกประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเรื่องของอดีต ให้คงความหมายอยู่ในปัจจุบัน และสืบทอดต่อไปยังอนาคตที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ
การเรียนประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่การเรียนเรื่องราวในอดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่คือการทำความรู้จักกับปัจจุบัน และอนาคตของเราให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
สวัสดีครับ
ต้องใช้คำว่า "โอ้" สาแหรกครอบครัว นำไปสู่การมีพิพิธภัณฑ์ชีวิต หรือนี่
นักเรียนของคุณครูได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของครอบครัว รวมไปถึงสิ่งของ เครื่องใช้ที่ตนเองคิดว่ามีคุณค่า
อย่างนี้เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับครอบครัว และสิ่งของนั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย...ความภาคภูมิใจจะตามมาโดยครูไม่ต้องสอน...ความรัก ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะได้มาเมื่อนักเรียนได้แสวงหาสาแหรกครอบครัว ความผูกพันธ์จะตามมาโดยไม่ต้องบอก...
สุดยอดครับ ขอบคุณที่นำมาเผยแพร่ครับ
ขอบคุณคุณบินหลาดง ที่แวะเข้ามาลปรร.อยู่เสมอ และขอบคุณที่ช่วยตีความความรู้ด้วยกันค่ะ
พบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ :)