ระบบการศึกษาคือระบบที่ช่วยลดปัจจัยถ่วงของสังคม สร้างปัจจัยเสริม แต่ตัวระบบเองก็ไม่สัมบูรณ์ เราจึงต้องช่วยกันออกความเห็นและให้หลักฐานเพื่อลดละเลิกหลักสูตรจำกัดปัญญา

          เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค. ๕๓  ผู้เข้าร่วมประชุม PMAC ท่านหนึ่ง ที่มาจากประเทศอังกฤษ เล่าให้ผมฟังว่า ประเทศอัฟริกาใต้หาเจ้าหน้าที่ระบบข้อมูลสุขภาพที่เป็นคนดำได้ยากมาก   เพราะสมัยแบ่งแยกผิว เด็กผิวดำจะไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์   เขาให้เด็กดำเรียนอ่านเขียนเท่านั้น   นี่คือวิธีจำกัดปัญญาของคนดำ

          กว่า ๑๐ ปีมาแล้ว ผมตกใจมาก ที่เจ้าหน้าที่ สกว. คนหนึ่งที่มีวุฒิ ป. โท สาขามนุษยศาสตร์ คำนวณเลขบัญญัติไตรยางค์ไม่เป็น   โดยเธอให้เหตุผลว่าเพราะไม่เคยเรียน เนื่องจากเรียนสายศิลป์มาตั้งแต่ชั้นมัธยม

          เป็นที่ชัดเจนว่า การเรียนคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่เพื่อคิดเลขเป็น แต่จะมีผลต่อสมองคิดของคน   โดยเฉพาะ abstract thinking   ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการมีปัญญา   เรื่องนี้เกี่ยวกับสติปัญญาของประเทศ   ผมจึงอยากให้มีการทบทวนโครงสร้างการศึกษาของประชากรไทย   ที่แยก ม. ปลาย ให้มีสายที่ไม่เรียนคณิตศาสตร์ (ผมอาจเข้าใจผิด)

          นอกจากหลักสูตรจะจำกัดปัญญาแล้ว ครูและพ่อแม่ก็อาจมีส่วนจำกัดปัญญาได้ด้วย

          สมัยผมเป็นวัยรุ่น   เราก็มีความเสี่ยงที่จะ “เสียคน” เหมือนวัยรุ่นสมัยนี้   ที่จริงการเสียคนของวันรุ่นเป็นเพราะความพ่ายแพ้ต่อฤทธิ์ของฮอร์โมน   ที่เป็นธรรมชาติของการรักษาพืชพันธุ์   เพื่อนๆ ที่หัวดีของผมหลายคนพ่ายแพ้ต่อเกมชีวิตนี้   เท่ากับโดนฮอร์โมนของตนเองจำกัดปัญญาของตนเอง   คือทำให้ไม่ได้เรียนต่อ ต้องไปเลี้ยงลูก

          มนุษย์เราเกิดมามีปัญญามาก หรือมีศักยภาพที่จะเรียนรู้ได้มาก   เป็นได้ถึงโพธิสัตว์   แต่ก็มีวัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และปัจจัยภายในมนุษย์เอง เป็นกลไกถ่วงหรือสร้างสมดุล

          ระบบการศึกษาคือระบบที่ช่วยลดปัจจัยถ่วงของสังคม สร้างปัจจัยเสริม   แต่ตัวระบบเองก็ไม่สัมบูรณ์   เราจึงต้องช่วยกันออกความเห็นและให้หลักฐานเพื่อลดละเลิกหลักสูตรจำกัดปัญญา
 
 
วิจารณ์ พานิช
๒ ก.พ. ๕๓