เช้านี้ทำกายให้ว่างจึงเข้ามาบ้าน GTK ได้

ธรรมฐิตหายไปหลายวัน  เราทุกชีวิตต่างก็มีภาระด้วยกัน

แต่ใครสามารถจะจัดสรรภาระนั้นให้ลงตัวมากน้อยเพียงไหน

ก็สุดแล้วแต่วิธีบริหารจัดการของแต่ละคน

เมื่อวานตอนเย็นผ่านเข้าไปในตัวเมืองหาดใหญ่

เห็นเครื่องอำนวยความสะดวกของมนุษย์ในยุคปัจจุบันมากมาย

จนบางครั้งต้องถามตัวเองซ้ำว่ามันคืออะไร

ทุกวันนี้เครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตเราสามารถเลือกได้มากมาย

และเป็นปกติวิสัยของคนเราที่จำต้องเลือกให้ถูกอกถูกใจกับตน

มันคงไม่เคยมียุคไหนที่เรามีสิทธิ์เลือกได้อย่างยุคสมัยนี้

โทรศัพท์จะใช้ยี่ห้อไหน เครือข่ายไหนมีให้เราเลือกทุกรูปแบบ

หลากหลายโปรโมชั่น  ทีวีจะดูแบบไหนเราก็เลือกได้

อยู่เฉยๆที่บ้าน(หรือแม้แต่ในวัด)เดี๋ยวนี้ก็มีคนมานำเสนอสินค้าต่างๆ

ให้เราเลือกถึงประตูบ้าน(ประตูกุฏิ)

บางท่านต้องการจะซื้ออะไรต้องค้นคว้าหาข้อมูลเป็นเดือนๆ

เพราะสมัยนี้เพียงแค่คลิกเข้า  google  ก็สมารถเลือกได้แทบทุกอย่าง

...ฯลฯ...

แต่ทว่า....มีอยู่สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญกับเราที่สุดในชีวิต

แต่เรากลับไม่ค่อยให้ความสำคัญในการเลือก

นั่นคือ..เลือกว่าจะทุกข์..หรือ..ไม่ทุกข์..

โดยในเวลาที่มีปัจจัยภายนอกอันไม่พึงปรารถนามากระทบหรืออยู่ต่อหน้าเรา

โดยมากเราเลือกที่จะทุกข์เสียมากกว่า

ทั้งๆที่เราเลือกที่จะไม่ทุกข์ก็ได้เพราะมันเป็นสิทธิของเรา

(หรือใครค้านว่าธรรมฐิตขี้ตู่บ้างหละยกมือ)

บางคนอาจจะค้านว่าเวลาเราโดนด่าโดนว่า

เราเลือกที่จะทุกข์หรือไม่ทุกข์ได้หรือ

ตอบดังๆผ่านเครื่องขยายเสียงเลยว่า..ได้..แน่นอน

แต่ที่เราคิดอย่างนั้นเพราะเราไม่เคยใส่ใจที่จะรู้

หรือเพราะตัวเราจะไม่รู้จักกับตัวเองดีพอ

ในสังคมปัจจุบันเราโดยมากรู้จักโปรโมชั่นสินค้าต่างๆมากมาย

จะซื้ออะไรที่ไหน อย่างไรช่ำชองเหลือเกิน

แต่กลับไม่รู้จักใจตัวเองว่า

เราสามารถเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่ทุกข์

แล้วท่านละเคยเลือกที่จะทุกข์หรือไม่ทุกข์มาแล้วกี่คราครั้งในชีวิตแล้ว

ธรรมะสวัสดีขอรับ..