มองบล็อกของคุณอาภรณ์ ไชยสุวรรณ จาก ม.วลัยลักษณ์ : ความตั้งใจบันทึกเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยท้องถิ่น


จากบล็อก หมายเหตุวลัยลักษณ์

บันทึกที่ชื่อ อยากบันทึกความเป็นมาและความเป็นไปของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ได้อ่านแล้ว เชียร์เต็มที่ครับ และนายบอนอยากจะบันทึกได้แบบนี้บ้าง บันทึกเกี่ยวกับ มมส.

แต่ความจริง นายบอนรู้เพียงผิวเผิน ขนาดเพลงของมหาวิทยาลัย ยังร้องไม่ได้เลย เนื่องจากเป็นนิสิตปริญญาโทภาคพิเศษ

อยากบันทึกเรื่องราวของ มมส.ไว้บ้าง แต่บันทึกได้แค่เพียง ส่วนที่มีโอกาสได้สัมผัสเท่านั้น

นั่นคือ ชีวิตการเป็นนิสิต มมส. มุมหนึ่งเท่านั้นและเรื่องจากห้องสมุด สถานที่ที่ไปใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

บันทึกได้เท่านี้ ลึกไปกว่านั้น ทำไม่ได้

เมื่อเห็นข้อความที่คุณอาภรณ์บันทึกไว้ ก็อยากจะเห็นใครสักคนที่ข้อมูล รู้ลึก บันทึกเรื่องของ มมส.บ้าง

ในส่วนของนายบอนก็คงจะร่วมบันทึกได้ เท่าที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อนายบอนจบจาก มมส.ไปแล้ว คงไม่สามารถบันทึกเกี่ยวกับ มมส.ได้อีก เพราะไม่มีข้อมูล

แต่หากในอนาคต ได้ไปสัมผัส ได้ไปทำงาน หรือมีส่วนร่วมในจุดไหน นายบอนย่อมจะบันทึกเรื่องราวจากจุดนั้น

หากทำงานใน มมส. ก็จะมีบันทึกจาก มมส. , หากอยู่ มข. ข่าวสารจาก มข. จะได้รับการบันทึกอีกเพียบ

เพราะบันทึกจากท้องถิ่น บันทึกเฉพาะแห่ง เป็นบันทึกที่น่าติดตามมากที่สุด ทำให้ได้รับรู้ในสังคมที่แตกต่าง สามารถมองในเชิงเปรียบเทียบ นำจุดเด่นมาปรับปรุงองค์กรที่เราอยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้....




หมายเลขบันทึก: 33913เขียนเมื่อ 13 มิถุนายน 2006 11:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 พฤษภาคม 2012 16:56 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)

งั้นแป้นจะลองหาข้อมูลของ มอ.มาลองเขียนบ้างดีกว่า น่าจะดีนะคะ

 

เอาเลยครับ คุณแป้น แล้วจะรออ่านนะครับ

ม.วลัยลักษณ์มีเนื้อที่ทั้งหมด หมื่นกว่าไร่ กว้างมากใช้มั๊ยคะ  เจ็ดพันกว่าไร่เป็นเนื้อที่ของมหาวิทยาลัย แต่ส่วนหนึ่งจะเป็นของชาวบ้านที่ได้รับการจัดสรรตั้งแต่ตั้น  และการแบ่งโซนของเนื้อที่ใช้สอยจะเป็นการโซนการศึกษา  ที่พักของบุคลากร  นักศึกษา แบ่งกันชัดเจนค่ะ  ถ้าเข้าใจแนวคิดก็หาไม่ยาก  แต่หากว่าไม่ทราบก้อรับรองค่ะหลงทุกราย  ที่นี่ก็ยังมีบ้านชาวบ้านอยู่ด้วย  หากว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ใช้เนื้อที่ตรงนั้น ชาวบ้านก็ยังอาศัยอยู่พร้อมด้วยสัตว์เลี้ยง คือวัว  ซึ่งตอนนี้จะกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวลัยลักษณ์ไปแล้ว  หากเราคิดในมุมมองที่มีการอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนกันและเคารพซึ่งกันและกันจะเป็นสถานที่ที่มีความสุขมากเหมือนกันเพราะคงจะเห็นอะไรแบบนี้ยาก  และหากใครชอบชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ  ที่นี่ก็พอได้ค่ะ เพราะที่นี่ห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ 30 กิโลเมตรค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี