ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย แบ่งเวลาป้อนข้อมูลที่ดีๆให้แก่ลูกบ้างเถิด เพื่ออนาคตของเขา ขอให้คิดเสียว่าหากลูกเราประสบความสำเร็จในชีวิต แล้วชีวิตปั้นปลายของพ่อและแม่ก็จะมีความสุขไปด้วยนะครับ....
คุณพ่อดีใจเมื่อลูกปรับตัวได้
ในปัจจุบันนี้วัยรุ่นในสังคมอาจจะนับตั้งแต่วัยเด็กนักเรียนตั้งแต่ม.1-ม.6 ในสถานศึกษา จำนวนไม่น้อยมักจะมีข่าวในสื่อมวลชนตลอดระยะเวลาที่ผ่าน ได้แก่เด็กติดเกมส์ทางคอมพิวเตอร์บ้าง ตีและทำร้ายกันบ้าง บางแห่งก็ยกพวกตีกัน ถึงขั้นเสียชีวิตก็มี เป็นสังคมหนึ่งที่น่าเป็นห่วง
หากเราจะลองมาทบทวนกันสักนิดหนึ่ง ผมว่าสาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากสถานการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคโลกไร้พรหมแดนนี่เองที่ทำให้หลายๆครอบครัว หลายๆคนต้องทำงานด้วยการแข่งขัน ด้วยการดิ้นเพื่อเอาตัวรอดให้อยู่ในสังคมได้ก็เป็นไปได้

เอาละหากเรามามองสิ่งที่ใกล้ตัวเราในขณะนี้ก็คือสถาบันครอบครัว จะต้องช่วยกันสร้างและพัฒนาครอบครัวให้ความเข้มแข็ง โดยเฉพาะพ่อแม่ มีส่วนสำคัญ ที่จะวางเข็มทิศให้ลูกๆ ด้วยการให้ข้อคิดดี เห็นแต่สิ่งที่ดีงาม ในขณะเดียวกันก็ต้องสอนให้เขาเห็นต่อสิ่งที่ไม่ดีควบคู่กันไป
บางครอบครัวมุ่งแต่ด้านเศรษฐกิจเรื่องของเงินๆทองๆเรื่องของรายได้มากจนเกินไป จนแทบในแต่ละวันพ่อแม่ไม่มีเวลาคุยกับลูกๆ ไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน บางครั้งต้องเรียกได้ว่าปล่อยปะละเลยไปเลยก็มี
ยิ่งด้านการเรียนการสอน การศึกษาต่อของเด็กนักเรียนที่จบม.6แล้ว เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ พ่อแม่บางคนปล่อยลูกตัดสินใจเอง โดยพ่อแม่ไม่ได้ช่วยป้อนข้อมูล ข้อคิดดีๆให้กับลูกเลย สุดท้ายลูกอาจจะเลือกเรียนสาขาที่เรียนไปแล้วอาจไม่สามารถหางานทำรองรับได้ บางท่านก็อาจจะถือคติที่ว่าขอให้ลูกเราเป็นคนดีในสังคมก็พอ เพราะว่าพ่อแม่มีทรัพย์สมบัติมากมายอยู่แล้วก็มี บางท่านก็มอบการตัดสินใจให้ลูกเพียงคนเดียวที่ว่าลูกชอบอะไรก็ให้เลือกเรียนสาขานั้น โดยที่พ่อแม่ก็มีหุ้นส่วนสำคัญในการวางอนาคตให้แก่ลูกๆ ควรจะแนะนำแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นหรือใช้คำว่าปรึกษาหารือกันในครอบครัวก่อน บางครั้งสมาชิกในครอบครัวก็ช่วยได้
