ความรักมิใช่เรื่องน่าปิดบังหรือเก็บไว้บนหิ้ง …ทุกคนต่างมีความรักด้วยกันทั้งนั้น

ต่างกันตรงที่ จะรักกันแบบไหน ให้ มั่นคง และเป็นนิรันดร์

 

สมัยเด็ก ๆ ความอบอุ่นของครอบครัว สอนให้รู้จักรักคนให้เป็น ด้วยการกระทำบ้าง คำพูดบ้าง หรือแม้กระทั่งการเลียนแบบบุคคลที่เรารักและศรัทธาบ้าง

 

เคยได้ยินคำพระ ที่ท่านพูดไว้ว่า

...ความสุขของคนเรามีอยู่หลายระดับ หากเปรียบเทียบความสุขกับความรักแล้ว มันน่าจะไปด้วยกันได้นะ...

ถ้าใครต้องการความสุขเดี๋ยวเดียว ก็ให้กินอาหาร หากใครต้องการความสุขสามเดือนก็ให้แต่งงานมีคู่ครอง และถ้าใครต้องการความสุขยืนยาวตลอดชีวิต ให้ฝึกจิตปฏิบัติธรรม จะมีความสุขที่มั่นคง ยั่งยืนและถาวร ไม่ต้องอิงอาศัยสิ่งอื่นมาช่วยเหลือให้สุข

กินอาหารให้อิ่ม เป็นความสุขเพียงชั่วคราว สุขใจประเดี๋ยวเดียวเมื่อได้กินรับรู้รส

ข้าวใหม่ปลามัน เพียงสามเดือน ก็รู้รสของความสุขในการมีชีวิตคู่

หากแต่ความยั่งยืน แน่แท้และยาวนาน กลับมิใช่ สิ่งที่กล่าวมาเบื้องต้น การได้ฝึกจิต เรียนรู้ และปฏิบัติในสิ่งที่ดีต่างหาก คือความสุขตลอดชีวิตของคนเรา

 

การค้นพบความจริง…. จากการสร้างรากฐานของครอบครัว ด้วยพื้นฐานของความรักแล้ว นั่นย่อมหมายถึง การได้หยั่งรากลึกลงไป เพียงมิใช่แค่การลิ้มลองความสุขในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากได้ก้าวผ่านพ้นไปด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา ด้วยความอ่อนโยน และละมุนละไม ในวิถีของกันและกัน

และทำให้รู้ต่อไปอีกว่า….วันเวลาที่ผ่านพ้นไป การสานต่อของความรัก ไม่ได้จบเพียงแค่การมีความสุขระหว่างคนสองคน หากโยงใยเกี่ยวพัน กันในวิถีของการเรียนรู้สัจธรรม ซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบต่างหาก

 

ความสวย ความหล่อ เป็นเพียงรูปธรรม …เมื่อกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป ก็มิสามารถทนอยู่ในสภาพเดิมต่อไปได้

 

ความรักที่ได้จากครอบครัว จึงเปรียบเสมือนต้นทุนทางตรงที่มีอยู่ และสามารถเผื่อแผ่ให้ผู้คนรอบข้างได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจนัก

 

พลังใจ พลังรัก ที่ร่วมกันสานต่อกลับเป็นสิ่งที่คงทน มิใช่เพียงสามเดือน แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า จะสิ้นสุดลงเมื่อใดด้วยผลของการดำรงอยู่บนพื้นฐานของการร่วมกันสร้างความผูกพันที่มาจากจิตใจของกันและกัน

 

ครอบครัว จึงเป็นความผูกพันอันยิ่งใหญ่ ที่มาจากพื้นฐานของความรัก ส่งต่อยอดสู่สังคม ด้วยความงดงามยิ่งนัก

 

 

สวัสดีความรัก… ด้วยความรักจากครอบครัวที่มีอยู่