สื่ออารมณ์ด้วยคำอุทาน
คำอุทาน เป็นคำที่ผู้พูดเปล่งออกมาเพื่อแสดงอารมณ์ ๆ ได้แก่ ตกใจ ดีใจ เสียใจ ประหลาดใจ แต่ไม่มีความหมายเหมือนคำอื่น เช่น
เฮ้อ ! กลุ้มใจจริง ยังดูหนังสือไม่จบเลย พรุ่งนี้ก็จะสอบแล้ว
โอ้โฮ ! วันนี้เธอแต่งตัวสวยจริง ๆ
แหม ! ขอฉันลอกการบ้านหน่อยไม่ได้หรือ
คำอุทาน แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด ดังนี้
๑.คำอุทานบอกอาการ เป็นคำอุทานเพื่อบอกความรู้สึกหรืออารมณ์ของผู้พูด เช่น
อารมณ์ตกใจ- คุณพระช่วย วุ้ย ว้าย ต๊ายตาย
ประหลาดใจ - อ๊ะ ฮ้า เอ๊ะ ว้าว
เจ็บปวด - โอ๊ย โอย
สงสาร - อนิจจา พุทโธ่ พุทธังเอ๋ย
หลังคำอุทานบอกอาการจะใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ !กำกับ
๒. อุทานเสริมบท เป็นคำอุทานที่ใช้เสริมบทเป็นคำสร้อย เพื่อให้ความสมบูรณ์ และเป็นถ้อยคำที่ช่วยให้ไพเราะสละสลวย มีลักษณะ ดังนี้
-เสริมบทที่เป็นคำสร้อยในคำประพันธ์ประเภทโคลงและร่าย
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหลลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ
(ลิลิตพระลอ)
จนจันทรลับเลื่อน เคลื่อนเข้าตติยยาม เจ้าจอมสยามไสยาสน์ เหนือบรมอาสน์ก่องแก้ว คล้ายคล้ายสิบทุ่มแคล้ว ท่านเคลิ้มหลับฝัน ใฝ่นา
(ลิลิตตะเลงพ่าย)
-เสริมบทที่เป็นคำแทรก คำอุทานจะแทรกระหว่างคำหรือข้อความ หรือประกอบท้ายคำ คำอุทานเสริมบทชนิดนี้จะใช้ในคำประพันธ์ ได้แก่ นุ ชิ สิ นิ เช่น สนุกนิเราสิ้นเศร้า เวียนมาสิก็เวียนไป อีกชนิดหนึ่งใช้แระกอบท้ายคำเพื่อให้ข้อความสละสลวย
แมวเอ๋ยแมวเหมียว
อะไรเอ่ย สี่เท้าเดินมาหลังคามุงกระเบื้อง
- เสริมบทเพื่อเลียนเสียงคำเดิม จะเสริมข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ คำอุทานประเภทนี้อาจเรียกว่าคำซ้อนเพื่อเสียงก็ได้ เช่น
เธอกินข้าวกินปลาแล้วหรือยัง
หนังสือหนังหาอะไรฉันไม่เห็น
เขาได้ดิบได้ดีแล้วก็ลืมตัว
ทดสอบความรู้ความเข้าใจ
๑. ข้อใดต่อไปนี้ไม่มีคำอุทาน
ก. นางพระยาทรงพระกันแสงไห้พิไรร่ำ จึงตรัสว่ากรรมเอ๋ยกรรม กรรมของมัทรี
ข. พราหมณ์ขู่ข่มเข่นเขี้ยวคำรามตีต้อนให้ด่วนเดิน ตามป่ารกระหกระเหินหอบหิวแล้วไห้โหย มีแต่เสียงเธอโอดโอยสะอื้นร้องรำพันสั่งทุกเส้นหญ้า
ค. เธอยกพระเศียรพระมัทรีขึ้นใส่ตัก วักเอาวารีมาโสรจสรงลงที่พระอุระพระมัทรี หวังว่าจะให้ชุ่มชื่นฟื้นสมปฤดีแห่งนางพระยามัทรีเจ้านั้นแล
ง. เออ ก็เมื่อเช้าเจ้าจะเข้าป่าน่าสงสาร ปานประหนึ่งว่าจะไปมิได้ทำร้องไห้ฝากลูกมิรู้แล้ว
เฉลย คำตอบที่ถูกคือ ข้อ ข โอดโอยไม่ใช่คำอุทานแต่เป็นการใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ (สัทพจน์)
คำอุทาน ข้อ ก คือ เอ๋ย ข้อ ค นั้นแล ข้อ ง เออ
๒. ต่อไปนี้ข้อใดใช้คำอุทานไม่เหมาะสม
ก. อ้าว ! รถไฟแล่นออกไปเสียแล้ว
ข. อุ๊ย ! ปลากินเบ็ดแล้ว
ค. ว้า ! เธอไม่น่าสอบตกเลยนะจ๊ะ
ง. ว้าย ! รถชนกัน
เฉลย คำตอบที่ถูกคือ ข้อ ค บริบทแสดงความสงสารเห็นใจ ควรใช้คำอุทานว่า โถ ! หรือ โธ่ !

ว้าวๆๆ..ดีใจจริง..ที่ช่วยทบทวนความจำ..ขอบคุณนะคะ..
สวัสดีค่ะ
คุณ นงนาท สนธิสุวรรณ
ในเวลาที่กำลังเหนื่อยล้า ก็ได้รับกำลังใจทุกครั้งไป ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณมนัสนันท์
ในช่วงนี้นักเรียนกำลังเตรียมตัวสอบอย่างขะมักเขม้น บันทึกที่เขียนจึงมีเนื้อหาเข้มกว่าปกติ หลังการสอบจะเขียนเรื่องที่ผ่อนคลายลง คิดว่าคงได้มีโอกาสต้อนรับในโอกาสต่อไปนะคะ
อ่าน ๆ มึนๆ หลับหน้าคอม ครับ
สวัสดีครับ
ที่ทำงานผม ส่วนใหญ่ได้ยินการเปล่งตามอารมณ์ คือ ปวดหัว
ไม่รู้ ทำไม ปวดหัวกันทุกวันเลย
โดยมากได้ยินผู้หญิงพูดมากกว่าผู้ชาย ครับ
อาจารย์นำไปออกสอบหรือเปล่าครับ อยากทำข้อสอบแนวนี้จังเลย
ไม่ใช่แต่ที่ ม. ขอนแก่นหรอกค่ะ ที่โรงเรียนของครูแป๊วก็ปวดหัวกันทั้งโรงเรียนเหมือนกันเวลางานยุ่ง ๆ
อยากได้ข้อมูลเยอะกว่านี้
ทำให้เหมาะสมหน่อย
ทำอะไรก็ไม่รู้ลายตาไปหมด
....................................................................................................................................................................จบ
ขอโทษด้วยค่ะ ที่พิมอย่งนี้
สวัสดีค่ะ...
สีสันและลวดลายที่ใช้นั้นเป็นความชอบส่วนตัวของผู้เขียนซึ่งอาจไม่ถูกใจผู้อ่านทุกคน คงจะเหมือนกับนักเรียนหลายคนที่ชอบใช้ปากกาเน้นข้อความเพื่อให้จดจำได้ง่าย
วัตถุประสงค์ของบล็อกนี้เพียงเพื่อทบทวนเนื้อหาก่อนสอบให้กับนักเรียน หากต้องการเนื้อหาที่ละเอียดกว่านี้คงต้องขอให้ค้นคว้าจากหนังสือซึ่งก็มีอยู่มากมาย...นะคะ
นะ....
ไม่มีคำอุทานเสียใจ กับ โกรธแบบมากๆเลยละค่ะ เอามาให้ดูหน่อยซิค่ะพี่่ๆ
ช่วยการบ้านได้เยอะเลยครับ
ก็พอเข้าใจบ้างแล้ว