การบริหารงานทางคลินิกที่เกิดจากการกลั่นกรองปัญหาของผู้ป่วยที่ปรับมาสู่กลยุทธการทำงานเป็นเรื่องที่ท้าทาย

เห็นการปรับตัวปรับความคิดไม่ทันกับเวลาของคนหลายๆคน สุดท้ายเลยตัดสินใจเลือกนำเสนอตามสไตล์ตัวเอง กำหนดกะปิขึ้นเองเป็นหน่วยนับง่ายๆ ทิ้งรายละเอียดคุณภาพที่คนทำงานรู้อยู่แก่ใจเท่านั้นเอาไว้ให้ตอบเอง แล้วใช้วิธีคุยตั้งคำถามค้นหาเรื่องราวเอง เมื่อได้เรื่องราวพอคร่าวๆก็สะท้อนให้เขายืนยันว่าเข้าใจตรงหรือไม่แล้วจบกัน ในเรื่องของกะปิก็แค่ชวนให้ค้นหาตัวเลขมาให้ตามคำถามที่ตั้งขึ้นตอนนั้นเอง มีก็นำมาใช้ ไม่มีก็ละไป มีก็ขอคำอธิบายเพื่อทำความเข้าใจกับผลงานที่เปลี่ยนไปว่าทำอะไรลงไปจึง เปลี่ยนได้

เรื่องสำคัญๆที่ี่มีน้ำหนักตามเทรนด์ที่เก็งไว้เป็นเรื่องราวผูกโยงกับบริบทองค์กร ความสำคัญที่ทำให้ต้องมีงานด้านส่งเสริมสุขภาพอยู่ในการดูแลทางคลินิก ระบบที่องค์กรถือเป็นประเด็นสำคัญด้านการส่งเสริมสุขภาพที่ท้าทายสำหรับความปลอดภัยของผู้มารับบริการที่ผูกโยงกับนโยบายของทีมนำที่พัฒนากันอยู่ การผูกโยงการทำงานออกไปนอกรั้วร.พ.ร่วมกับเครือข่าย และการให้ความสำคัญกับทีมงานคือสิ่งที่ฉันเลือกเป็นประเด็นนำเสนอในครั้งนี้

แต่ละวันกลับจากที่ำทำงานก็กว่าสองทุ่ม แต่ละคืนกว่าจะเข้านอนก็ตี ๓ เสาร์-อาทิตย์เทียวไปเทียวมาตามไปทำความเข้าใจเบื้องลึกของงานจากเจ้าของงาน อืม เป็นอะไรที่ไม่ได้ทำงานหนักอย่างนี้มานานทีเดียว รู้สึกเหมือนทำงานสบายๆผ่อนคลายแต่ก็ไม่ใช่ผ่อนคลายซะทีเดียว เป็นความผ่อนคลายที่มีความมั่นใจว่ามีทางเลือกเมื่อจนมุมจริงๆกับเรื่องราวและเวลาซะมากกว่า(มั๊ง)

จนรุ่งเช้าของวันทำงาน ๒ วันก่อนสรพ.มาถึง ว๊ากเพ๊ยเจ้าของงานคนหนึ่งที่ไม่สนใจมายืนยันเรื่องราวที่รวบรวมไว้ในเรื่องนำเสนอ เธอกล่าวคำมาว่า "หมอทำอย่างนี้หนูเครียดนะ" ฉันบอกเธอกลับไปว่า "หมอตั้งใจให้เธอเครียด ด้วยเห็นเธอไม่สนใจ ทั้งๆที่เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของเธอรวบรวมมาแล้วให้ยืนยันความตรงของเรื่องราว เธอกลับเฉยเมย ซึ่งหมอก็ไม่รู้ว่าเธอไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้หรือว่ากำลังงงๆจนทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่า" ว๊ากตรงๆไปอย่างนี้ปรากฏว่าได้ผลแฮะ สติเธอคืนกลับมา และทำงานต่อจนได้เรื่องได้ราวดี

ว๊ากเธอไปแล้ว จึงรับรู้ความรู้สึกตัวเองว่าเครียดไม่เบากับการพยายามทำความเข้าใจวิธีคิดของคนทำงานแต่ละคนที่ยกเรื่องราวของเขามาเล่าต่อเพื่อสรุปและถ่ายทอดตามสไตล์ของฉัน โดยเฉพาะกับเรื่องราวที่นำมาเล่าให้ฟังแบบกิจกรรมต่อกิจกรรมแบบเรื่อง ราวกระโดดไปกระโดดมา

เรื่องราวที่เขาทำงานกันมาเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องยาวนานมาร่วม ๓-๔ ปีกันทั้งนั้น ต่างคนต่างมาบอกเล่าเพื่อให้ฉันเข้าใจในสิ่งที่เขาคิดเขาทำและผลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลาเพียงแค่ที่มี ๒ วัน คนละแค่ ๑-๒ ชั่วโมงต่อเรื่อง ฉันว่าสมองฉันไม่บวมก็บุญโขแล้ว นับว่างานนี้ได้ประเมินประสิทธิภาพการฟังของตัวเองมากมายเลยเชียว

๑ วันก่อนสรพ.มาถึง ชุดงานที่เตรียมนำเสนอก็เสร็จลง ฉันตัดสินใจทำมันด้วยความคิดเพียงแค่ว่าใช้มันช่วยเรียงลำดับเรื่องราวไม่ให้ฉันหลงลืมนำเสนอเรื่องหลักๆที่สำคัญแค่นั้นเอง ไม่ได้ตั้งเป้าไปที่คนอ่านเรื่องรู้เรื่องทั้งหมดหรอกค่ะ สไลด์ในครั้งนี้ใช้รูปนำเสนอมากที่สุดเท่าที่เคยทำเรื่องนำเสนอแบบสไลด์ทีเดียวเชียว

เลือกรูปไปก็คิดถึงชาวเฮไปด้วย มีกำลังใจทำงานขึ้นมากโขทีเดียวเวลาเปิดค้นหาภาพแล้วไปเจอเรื่องราวที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันมา เป็นน้ำยาอุทัยที่เลี้ยงใจให้ชุ่มชื่นเวลาทำงานหนักๆอย่างนี้ให้เย็นใจอยู่ได้ทุกคืนทุกวัน ในเรื่องราวที่นำเสนอมีเรื่องของเครือข่ายและสิ่งที่ได้ทำงานเกี่ยวกับเบาหวานด้วย จึงทำให้ตัดสินใจในคืนสุดท้ายนำภาพของชาวเฮมาทำสไลด์ด้วย

วันแรกที่สรพ.เข้าเยี่ยมสำรวจ มีอะไรที่ดูเหมือนเป็นความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างผู้เข้าเยี่ยมกับพวกเราในบางมุม ซึ่งทำให้ฉันนึกห่วงเรื่องราวของ ๒ เวทีที่จะมีการนำเสนอในวันรุ่งขึ้น คำแรกที่ผู้เยี่ยมสำรวจเปิดคำถามเมื่อเข้าเยี่ยมหน่วยงานของฉันบอกให้รู้ว่า เขาเข้าใจว่าทีมงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพที่ร.พ.ฉันคือทีมงานสุขศึกษาของร.พ. ทำให้ฉันตัดสินใจทันทีว่าใน ๒ เวทีที่เป็นห่วง จำเป็นที่ฉันจะต้องพาตัวเข้าไปร่วมซะแล้วซิ วันนี้ได้กลับถึงบ้านก็เป็นเวลาวิกาลร่วมสองทุ่มแล้ว กลับถึงบ้านก็ง่วงขนาดหนัก อาบน้ำแล้วเข้านอน หลับแต่หัวค่ำยันเช้ารวดเดียว

ช่วงสายของวันที่สองของการเข้ามาร่วมเรียนรู้ของสรพ. เป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดกับการพาตัวเข้าไปร่วมใน ๒ เวทีที่ฉันเล็งไว้ ก็ ๓ คำถามแรกที่สรพ.เปิดการสนทนา แน่ใจได้เลยว่าคนทำงานที่นั่งอยู่ไม่มีใครตอบได้สักคน เรื่องราวเป็นคำถามการบริหารงานทางคลินิกที่เกิดจากการกลั่นกรองปัญหาของผู้ป่วยมาเป็นกลยุทธการทำงาน อืม คำถามแบบนี้เมื่อเกิดขึ้นแม้แต่หมอบางคนก็ยังตอบไม่ได้เลย

คำถามถูกส่งมาให้ฉันเป็นคนตอบทั้ง ๓ คำถาม ใช่ว่าฉันจะเก่งหรอกนะที่เป็นคนตอบ เพียงแต่มันตรงประเด็นกับเรื่องราวที่ฉันใช้เป็นหลักในการคิดงานประจำและลงมือทำๆไปอยู่ทุกวันนั่นแล้ว ก็ตอบไปตามความเป็นจริงว่ามีการขบคิดปัญหาและวางแผนเพื่อแก้ปัญหา มีหลายเรื่องที่คิดจะทำแต่ไม่ได้ลงมือทำเพราะทำไม่ทัน มีเรื่องราวอีกมากมายที่รู้ว่าต้องทำมากมายเลยเชียว แลกเปลี่ยนไปหลายมุมมองจนถึงเวลาต้องผละไปอีกเวที จึงส่งสัญญาณบอกคนในห้องให้ว่ากันต่อก็แล้วกัน ช่วยกันได้แค่นี้แหละ แต่แค่นี้ฉันก็ว่าได้ช่วยให้ความรู้สึกของทีมงานในห้องอุ่นใจขึ้นมากโขแล้ว

งานเยี่ยมสำรวจของวันที่สองเสร็จสิ้นลงก่อนเวลาที่คาดไว้ ส่งสรพ.บินกลับแล้ว บรรดาสมาชิกบอร์ดจับกลุ่มคุยกันก่อนกลับบ้าน ได้ยินแว่วๆจากน้องหมอที่ดูแลศูนย์คุณภาพว่า "คราวนี้ได้พี่์ช่วยทำคะแนนให้เยอะเลย" ฟังออกว่าเป็นเสียงที่บอกความดีใจกับผลสำเร็จขององค์กรที่เกิดขึ้นมา แต่ก็ทำให้ฉันเอ๋อนะที่บอกว่า คราวนี้นางเอกเป็นฉันอ่ะนะ ฉันว่าทุกคนในองค์กรเป็นพระเอกนางเอกกันทุกคนเลยนะ

ก่อนที่สรพ.จะบอกกล่าวผลเยี่ยมสำรวจให้รู้ หัวหน้าทีมของสรพ.เปิดโอกาสให้คนทำงานที่รอฟังผลกล่าวอะไรออกมาก่อนให้เจ้านายกล่าวตบท้าย มีหลายคนกล่าวคำพูดออกมาจากใจให้ได้รับรู้ร่วมกัน หลังจากนั้นก็เป็นทีของเจ้านาย

ครั้งนี้เจ้านายทำให้ฉันผิดหวังแฮะ คำกล่าวมีแต่คำขอบคุณสรพ.เท่านั้นที่หลุดจากปาก ไม่มีคำกล่าวขอบคุณคนทำงานออกจากปากให้ได้ยินสักคำ ไม่น่าเลยเจ้านาย

อ้อ ก่อนที่สรพ.จะนำผลมาบอกให้กับคนทำงานที่รออยู่ ผลงานบางอย่างที่ไม่เข้าตาหรือมีจุดอ่อนก็ได้กระซิบบอกกันไว้ในที่ประชุมร่วมกับบอร์ด แถมด้วยเรื่องราวขอตัวดาราจากเจ้านายตรงๆ ๒ คน คนหนึ่งคือน้องหมอที่เป็นคนดูแลศูนย์คุณภาพ ส่วนอีกคนเป็นใครนั้นให้เดาเอาเองก็แล้วกัน บอกกันได้ก็แต่ว่ายังไม่ได้รับปากไป ชะลอและบอกไปว่าขอใคร่ครวญ ยังไม่ตัดสินใจว่าควรเดินก้าวเข้าไปสู่บทบาทนี้แต่อย่างไรเท่านั้นเอง

บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อใช้ทบทวนกระบวนการเยี่ยมสำรวจเพื่อร่วมเรียนรู้ตามแบบฉบับของสรพ.กันลืม

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓