การที่ได้อยู่กับสิ่งที่เกลียด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใกล้ ๆ กับคนที่เกลียดนั่นคือ "โอกาส" อันประเสริฐ

อันเราที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ทำไมเราต้องมีการเกลียดกันด้วยนะ...?

ความเกลียดนี้มีต้นตอ รากเหง้าเกิดขึ้นมาจากที่ไหน ทำไมม้นถึงมาผุดอยู่ได้ในหัวใจของเราทุกคน

ทุกวันนี้เราต้องอยู่ต้องอดทนอยู่กับสิ่งที่เกลียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "คนที่เกลียด"

ไม่เขาเกลียดเรา ก็เราเองที่ไปเกลียดเขา...!

เบื่อก็สุดแสนที่จะเบื่อ เซ็งก็สุดแสนที่จะเซ็ง บางครั้งยังเคยคิดว่าทำไมชีวิตต้องมาทนอยู่กับความเส็งเคร็งอะไรเช่นนี้...!

ครั้นเมื่อเรา "จมอยู่ในอารมณ์" แห่งความเกลียด เราก็มักจะเอาอารมณ์เป็นจิต ถือจิตเป็นอารมณ์...

แต่ถ้าหากเราสามารถใช้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการ "ภาวนา" ได้ การที่ได้อยู่กับสิ่งที่เกลียด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใกล้ ๆ กับคนที่เกลียดนั่นคือ "โอกาส" อันประเสริฐ

หากจิตใจเราน้อมลงสู่องค์ภาวนาที่ถูกต้องนั้นคือ "ความเมตตา" จิตใจของเราจะเย็นลงได้ด้วยการ "ให้อภัย"

การกระทำทุกอย่างนั้นต้องมีเหตุ ปัจจัยแห่งความเกลียดเป็นเหตุ คนที่เกลียดเป็นเหตุ สิ่งที่ขัดข้องเคืองใจเป็นเหตุ ส่วนการภาวนาหรือการพ่ายแพ้ต่อปัญหานั้นย่อมเป็นผล

หากเราเคียดแค้น ชิงชัง อาฆาต พยาบาท จิตใจของเราย่อมเร่าร้อน กระวนกระวายเพราะถูกพิษเพลิงไฟร้ายแห่ง "โทสะ" กลุ้มรุมเผาจิตใจ

ดวงตาจะแดงก่ำด้วยพิษไฟแห่งความริษยา ผิวหน้าจะดำคล้ำด้วยความร้อนดั่งนรกที่สุมอยู่ในอก ระบบร่างกายจะผิดเพี้ยน ภูมิชีวิต ภูมิจิตจะเปลี่ยนแปลง ร่างกายที่แข็งแกร่งจะกลับอ่อนแอด้วยโรคภัย ก็เพราะด้วยความรุ่มร้อนแห่งกองไฟที่เรานั้นเผาผลาญตัวของเราเอง

ความเมตตาจึงเปรียบเสมือนหนึ่งน้ำที่จะดับความร้อนของไฟแห่งความเกลียดนั้น ความริษยา เคียดแค้น และชิงชัง สามารถที่จะกลบฝังด้วยรอยยิ้มที่เมตตา

ขอให้เราจงมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ ทั้งคนที่รัก เคยชัง สิ่งทั้งหลาย ขอให้ท่านอย่าได้ประสบพบภัยอันตราย ขอให้ความเกลียดนี้เป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเรา

ขอให้ท่านทั้งหลายจงเป็นสุข ให้คลายทุกข์ ปลดโศกเศร้า เขลาทั้งหลาย

ขอให้ท่านสิ้นโรคภัย อันตราย ท่านทั้งหลาย จงถึงแจ้ง แสงแห่งธรรม...