นักพูด นักคิด และนักปฏิบัติการด้านความรักหลายท่านในอดีตจนถึงปัจจุบัน  มักจะตั้งข้อสังเกตว่า "วัยรุ่นมักจะมอบและทุ่มเทความรักให้แก่เพื่อนมากกว่าคุณพ่อคุณแม่"  แท้ที่จริงแล้ว  วัยรุ่นรักเพื่อนมากกว่ารักพ่อและแม่หรือ?  หรือว่า วัยรุ่นไ่ม่ได้รักเพื่อนของตัวเอง แต่เขากำลังนำเพื่อนมาสนองตอบต่อความรักที่ตัวเองกำลังเรียกร้องและค้นหา

       อย่างไรก็ดี พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ความรักเสมอด้วยตนย่อมไม่มี" หมายความว่า ไม่มีใครหรอกที่จะรักคนอื่นมากกว่าการรักตัวเอง ฉะนั้น การที่ใครสักคนฆ่าตัวตายคือการที่เขาไม่ต้องที่จะให้ตัวเองต้องทุกข์ทรมานกับอดีตที่เลว ร้าย และไม่ต้องการให้ตัวเองต้องจมปลักอยู่กับความเจ็บปวด และการเลือกฆ่าตัวตายคือการเลือกที่จะหนี หรือไปเจอ และแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าหรืออนาคตที่ดีกว่าให้แก่ตัวเองความจริงแล้ว

       จากการทำวิจัยเรื่อง "การฆ่าตัวตาย" และสัมภาษณ์ผู้หญิงที่ตัดสินฆ่าตัวแต่ไม่ตาย ได้พบคำตอบที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่า "การที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย" ไม่ได้เกิดจากการที่เธอไม่รักตัวเอง  สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เพราะเธอรักตัวเองมากที่สุดเธอจึงต้องฆ่าตัวตาย

       แล้วเราควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรักอย่างไร? จึงจะพบทางรอดในอนาคต เมื่อหันกลับมาพิจารณา "ความรัก" สรุปโดยหลักใหญ่ใจความในบริบทนี้มี  ๒ ประการ คือ

      (๑) รักเทียม  คือ ความรักที่เราต้องเอาเขามาทำให้เรามีความสุข  แม้ว่าเขาจะทุกข์ทรมานจากการนำเขามาเพียงใดก็ตาม (สิเนหา) เป็นความรักแบบมีเงือนไข และเต็มไปด้วยพรมแดน เคียดแค้นยามไม่สมหวังในรัก  พระุพุทธเจ้้าตรัสเรียกรักประเภทนี้ว่า "ความเศร้าโศก และความกลัว ย่อมเกิดจากความรัก (ไม่ว่าจะเป็นสิ่งหรือคนที่เรารัก)  หากเราหลุดพ้นจากความรักประเภทนี้แล้ว ความเศร้าโศก และความกลัวจะหาได้จากที่ไหน" ฉะนั้น รักในบริบทแรก จึงได้รับการประเมินว่า "ความรักคือความทุกข์"

      (๒) รักแท้ คือ ความรักที่เราต้องการจะทำให้เขามีความสุข คำว่า "เขา" ในที่นี้ หมายถึงใครก็ได้ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตายในโลกนี้ ความรักแบบนี้ เราเรียกว่า "เมตตา" เป็นความรักสากล (Universal  Love) ที่ไม่มีเงื่อนไข (Uncondition) อิสระ (Freedom) ที่ปราศจากคาดหวัง (Expectation) ไม่เรียกร้องรักตอบ  รักในความหมายนี้ จึงได้รับการตีค่าว่า "ความรักคือความสุขแท้ มิใช่สุขเทียม"  หากทุกคนขยายพื้นที่ของความรักเช่นนี้ออกไปมากเพียงใด  ครอบครัว สังคม และโลกก็จะได้รับไออุ่นจากความรักประเภทนี้เีพียงนั้น ฉะนั้น "โลกของเราจะอยู่รอดได้ ก็เพราะความรัก"

      แท้ที่จริง "ความรัก" เป็นคำกลางๆ  "ไม่ดี หรือเลวร้าย"  แต่การที่เราต้องร้องไห้ หรือเสียใจ จนนำไปสู่การตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อประชดรัก หรือผิดหวังในความรัก ก็เพราะเราเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือมีท่าทีที่ไม่ถูกต้องต่อความรัก  แต่เมื่อใดก็ตาม เรายิ้มให้กับความรัก และเข้าไปสัมพันธ์กับความรักประดุจดัง "กัลยาณมิตร" รวมไปถึงการมองความรักอย่างเข้าใจ และมีปัญญา เมื่อนั้น ความรักก็จะมอบ "ความเข้าใจ" "ปัญญา" และ "กัลยาณมิตร" ตอบแทนต่อเราเช่นกัน

      การที่จะแสวงหาความรักจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะความรักที่แท้จริงซ่อนตัวและนอนนิ่งอยู่ภายในใจของเรา เราสามารถสร้างให้มีขึ้นภายในใจของเรา เป็นความรักที่ไร้เงื่อนไข ไร้ทุกข์ ไร้เสียงร้องให้ และไร้น้ำตาอันเกิดจากการสูญเสีย

      หากเราจะมีรักสักครั้ง  ทำไมความรักที่ใครสักคนจะมอบให้แก่กันและกัน จึงต้องคลอเคล้าด้วยน้ำตา  หรือว่าการจะมีรักสักครั้ง จะต้องลงทุนแลกมาด้วย "น้ำตา" ทำไมเราต้องวิ่งไปหาสิ่งภายนอกมาทำให้เรารู้สึกว่า "เรามีรัก" เพื่อให้รัก "เติมเต็มให้กับชีวิตของเรา" การวิ่งหาความรักเช่นนี้ เราจะตอบตัวเองได้ไหม กี่ปี กี่เดือน เราจึงจะค้นพบรักแท้ แต่ใครจะรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว  "รักแท้นั้นไซร์อยู่ใกล้แค่ใจเรา"