สภาพสังคมในปัจจุบันประสบกับปัญหาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายด้าน  ทำให้สถาบันครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  สถาบันโรงเรียนจึงต้องทำหน้าที่ช่วยเหลือดูแลเพื่อการป้องกันและคลี่คลายปัญหาครอบครัวที่ทำให้เด็กขาดความสุข หรือไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร   เมื่อเด็กมีปัญหาหรือขาดความสุขทำให้ไม่อยากศึกษาเล่าเรียน  ขาดกำลังใจ และที่พึ่งทางจิตใจ  อาจจะตัดสินใจผิดพลาดและเป็นผลเสียต่ออนาคตได้ 

           กิจกรรมค่ายจิตอาสาฯ ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ (ชุมชนบ้านคำแดง) อำเภอเมือง สพท.ยโสธร เขต ๑ ได้จัดขึ้น  โดยความร่วมมือของคุณหนานเกียรติ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง 
และคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดค่าย Home@Activity คุณบ็อบบี้  คุณเป็ปซี่ คุณซากี้และคุณต้น  

           ฉันในนามผู้ติดตามเรียนรู้  หรือในฐานะผู้สังเกตการณ์ และเป็นฝ่ายคอยปรบมือให้กำลังใจและคณะวิทยากรและเด็ก ๆ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมมาพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตนเอง ได้รับการขอร้องจากสมาชิกให้ช่วยถอดบทเรียนการจัดค่ายครั้งนี้ด้วย

          กิจกรรมค่ายเป็นบทสรุปของการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของเด็ก  ระยะเวลาเพียง ๔ วัน ๓ คืนเด็กจะได้รับกระบวนการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว  แต่ผลของกระบวนการจะค่อย ๆ ซึมซับไปในตัวของเด็กทีละน้อย ๆ 

           ความสุขของครูหรือผู้ใหญ่จะอิ่มเอมใจเมื่อเห็นเด็กยิ้มหรือหัวเรา  วันแรกฉันสังเกตเห็นเด็กชาย ๒ คนไม่ยอมยิ้มและไม่อยากจะยกมือยกเท้า  แต่สายตามองวิทยากรอย่างไม่กระพริบ  ฉันคาดเดาว่าเขามีความสนใจและมีความสุขอยู่ลึก ๆ  การที่ไม่ยิ้มอาจเป็นคุณลักษณะของบุคลิกส่วนตัวก็อาจเป็นได้ 

         วันต่อ ๆ มาฉันสังเกตเห็นคนหนึ่งยิ้มแบบกลัวใครจะมาเห็นเข้า ขณะที่ทำกิจกรรม  เขาก็ทำตามและทำแบบตามสั่ง วันที่ ๓ ของการอยู่ค่ายฉันได้โอกาสถามเด็กทั้งสองคนว่า "สนุกไหมลูก"  คนแรกมองหน้าฉันนิดหนึ่งแล้วตอบแบบไม่ยิ้มว่า "สนุกครับ" คนที่สองก้มหน้าและตอบว่า "สนุก"

        ฉันพยายามสร้างความคุ้นเคยและถามต่อไปว่า การอยู่ในห้องเรียนกับการอยู่ค่ายเลือกอันไหน  เด็กตอบว่าชอบอยู่ค่ายเพราะไม่ต้องเรียน  จนถึงวันสุดท้ายเด้กทั้งสองคนก็ยังไม่อยากยิ้มแต่สนใจจ้องมองเพื่อน ๆ และวิทยากรโดยไม่กระพริบตา

         กระบวนการนันทนาการ   สามารถทำให้จิตวิญญาณของเด็กที่เตลิดไปกลับมาอีกครั้งหนึ่ง  ลืมปัญหาและความทุกข์ยากในการเรียนจากห้องเรียน  ไม่ว่าการใช้สมาธิ  การมีไหวพริบ  กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา การสร้างความรัก ความสามัคคี รูปแบบ "เรียนปนเล่น"

        เด็กทุกคนยกมือให้กิจกรรมนันทนาการเป็น"สุดยอด" ของกิจกรรมค่ายในครั้งนี้  ขอปรบมือดัง ๆ ค่ะ และหวังว่าการพัฒนาด้านอื่น ๆจะติดตามมาเพื่อส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ไปทีละน้อย ๆ เป็นการพัฒนาระดับสติปัญญาอย่างยั่งยืน