thaipoem.com love4home.com ช่วงเทศกาลส่งรักส่งยิ้มนี้ เพื่อเป็นการทบทวนและเตือนความทรงจำ ผู้เขียนขอนำตำนานวันแห่งความรัก มานำเสนอ กับท่านผู้สนใจ พอกล่าวสังเขปดังนี้ ตำนานวันแห่งความรัก Valentine's day วันวาเลนไทน์มีจุดกำเนิดราวศตวรรษที่ 3ในอาณาจักรโรมัน จากประเพณี ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia)ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองบูชาเทพเจ้า Lubercus ของชาวโรมันนอกศาสนา หรือพวกนอกรีตในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของทุกปี ในขณะเดียวกันวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถือเป็นวันหยุดเพื่อเฉลิมฉลองบูชาเทพี จูโน่ (Juno) เทพีแห่งผู้หญิง และการแต่งงานของชาวโรมันเช่นกันในวันนี้เองก็ถือได้ว่าเป็นวัน Lupercalia's Eveซึ่งชาวโรมันจะมีประเพณีการเลือกคู่หนุ่มสาว โดยจะเขียนชื่อหญิงสาวลงในกล่อง ชายหนุ่มจับชื่อใครได้ หนุ่มสาวคู่นั้นก็จะเป็นคู่เที่ยวกันตลอดเทศกาลความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่เกิดจากประเพณีนี้ มักจะยืนยาวต่อไปและแต่งงานในที่สุด คิวปิด กามเทพสื่อรักและสัญลักษณ์วันวาเลนไทน์ต่อมาในยุคที่ชาวคริสเตียนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นพวกนักบวชพยายามเปลี่ยนเทศกาลเก่าแก่ของพวกนอกรีตนี้ จากชื่อเทศกาล Lupercalia ให้เปลี่ยนชื่อเป็นวันวาเลนไทน์ หรือ St.Valentine's Day เพื่อเป็นการกำจัดประเพณีของพวกนอกรีตให้หมดไป คำว่า"วาเลนไทน์" กำเนิดขึ้นมาราวศตวรรษที่ 3 กรุงโรมอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์คอลดิอุส (Claudius)ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ชาวเมืองเกลียดชังเขาต้องการสร้างกำลังกองทัพขนาดใหญ่เพื่อก่อสงครามแต่เหล่าชายฉกรรจ์ไม่ต้องการก่อสงครามพวกเขาไม่อยากจากภรรยาและครอบครัวสู่สนามรบ จึงไม่มีผู้ใดไปลงชื่อเข้ากองทัพเขาจึงมีความคิดว่า การแต่งงานและครอบครัวคือสาเหตุที่ทำให้เกิดความผูกพันด้วยเหตุนี้ จึงออกกฎกำจัดการแต่งงานทั้งหมด ห้ามประกอบพิธีแต่งงานใดทั้งสิ้น "วาเลนไทน์" เป็นนักบวชผู้หนึ่ง ที่เชื่อมั่นในความรักเป็นยิ่งนัก แต่เมื่อกษัตริย์คอลดิอุสสั่งกำจัดพิธีแต่งงานทั้งหมดในอาณาจักรวาเลนไทน์จึงต้องแอบประกอบพิธีแต่งงานภายใต้แสงเทียนในห้องเล็ก ๆ ที่มีแต่คู่บ่าวสาว และวาเลนไทน์เท่านั้นทุกคนต้องกล่าวคำประกอบพิธีอย่างแผ่วเบาที่สุดส่วนหูก็ต้องคอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าของทหารเพราะถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ใหญ่หลวงนัก แต่ในที่สุดเขาก็ถูกจับได้ และมีโทษประหารชีวิตหนุ่มสาวชาวเมืองต่างพากันมาเยี่ยม โยนดอกไม้และข้อความต่างๆผ่านทางหน้าต่างห้องขัง เพื่อให้วาเลนไทน์รู้ว่าพวกเขายังคงเชื่อมั่นในความรักเสมอ "กุหลาบแดง" ดอกไม้ที่คนนิยมซื้อหาให้คู่รักมากที่สุดหนึ่งในจำนวนหนุ่มสาวที่มาหาวาเลนไทน์นั้น เป็นลูกสาวของผู้คุมเธอจึงมีโอกาสเข้าไปพบในห้องขัง และคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างวาเลนไทน์เสมอ จนกระทั่งถึงวันที่เขาต้องถูกประหารชีวิต วาเลนไทน์จึงทิ้งข้อความไว้แก่เธอ โดยลงท้ายว่า "Love from your Valentine" วาเลนไทน์เสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ 269และเชื่อกันว่าจากประโยคทิ้งท้ายนั้นเป็นจุดกำเนิดวัฒธรรมที่เรียกว่า "วันวาเลนไทน์" และในวันที่ 14กุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้คนก็ยังระลึกถึงวาเลนไทน์เสมอและยกย่องให้เขาเป็นตัวแทนแห่งความรัก ต่อมาในปี ค.ศ.469 สันตะปาปาเกลาซิอุส ( Gelasius)จึงประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันระลึกเพื่อเป็นเกียรติให้แก่เซนต์วาเลนไทน์ ( St. Valentine) และกลายมาเป็นวันหยุดเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก หรือ St. Valentine's Day ในที่สุด
Happy valentine day ที่จะมาถึงนะคะ
สุขสันต์ วันวาเลนไทน์ นะคะ
สวัสดีค่ะ
รูปใหม่น่ากลัวจังค่ะ แรกๆไม่กล้าเข้ามาเลย
คิดว่าไม่รู้จัก..อิอิ ครูจ่อยหนุ่มใจดีน่ะเอง
ความรักสวยงามเสมอ หากรู้จักรักนะคะ
สุขสันต์วันแห่งความรักและทุกวันค่ะ
ระลึกถึงเสมอค่ะ
สุขสันต์วันแห่งรักนะคะ
ขอบคุณค่ะ
A very happy on coming Valentine's 2010 ค่ะ
สวัสดีครับคุณครู จ่อย
เสียดายที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนคุยกัย
มีเรื่องราวมากมายอยากเรียนอยากถาม
ถ้าได้คุยกันคงมีประเด็นงานที่แลกเปลี่ยนครับ
ขอบพระคุณท่านพี่วอญ่ามากๆครับ
สวัสดีครับครูจ่อย...
กลับมาถึงกรุงเทพฯ ด้วยความสะบักสะบอมครับ
วันหลังมีโอกาสจะไปแวะกินลาบที่กาฬสินธุ์นะครับ
แฮปปี้ ๆ ครับผม
สวัสดีค่ะ ครูจ่อย ยินดที่ได้รู้จักค่ะ
สุขสันต์วันตรุษจีนและวาเลนไทน์ล่วงหน้าน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ
ตามมาเยี่ยมเยียน
ขอบคุณสำหรับความรู้ ความรัก ค่ะ
ส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์ค่ะ...ส่งให้ฟรี ไม่คิดตังค์นะคะ อิอิ
Happy Valentine's Day สุขสันต์ทุกๆวันที่เป็นวันแห่งความรักค่ะ