Appreciative Inquiry : การขอให้สนุกกับชีวิต

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งครับ... ที่ผมอยากตะโกดดังๆว่า

โค-ตะ-ระ ร้อนเลยยย !!! จะร้อนเอารางวัลโนเบลหรือไงไม่ทราบ

โลกคงโดนทำลายไปเยอะมากละครับ มันถึงได้ร้อนไวขนาดนี้

ผมว่าเราคงต้องคิดทบทวนกันหน่อยแล้วละครับว่า

"โลกเป็นของเรา" หรือว่า "เราเป็นของโลก" กันแน่

มาช่วยดูแลโลกกันเถอะครับ เริ่มที่ตัวเราเองก่อนนี้ละ ถูกต้องที่สุด ^^



วันนี้ผมก็นั่งเล่นคอมทั้งวันครับ... เข้าเว็บโน้น ออกเว็บนี้เป็นว่าเล่น บังเอิญไปเจอเรื่องที่น่าสนใจมากๆเรื่องหนึ่งครับ

ผมลองตั้งคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมทั่วไปของคนเรา ลองอ่านคำถามนี้ แล้วคิดคำตอบของท่านดูนะครับ

ว่าจะเป็นอย่างไร... คำถามมีอยู่ว่า "สมมุติว่าตอนนี้... คุณกำลังจะเดินขึ้นที่สูงๆ มีทางให้เลือก 2 ทางระหว่าง

เดินขึ้นบันได กับขึ้นบันไดเลื่อน คุณจะเลือกทางไหน.... ???" ( เหมือนรูปข้างล่าง แต่ระยะทางสั้นกว่า

เหลือประมาณ 1/4 ของภาพ) ให้เวลาคิด 5 วิครับ 1... 2... 3... 4... 5... หมดเวลาครับ...

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า "เกือบ 100% ท่านคงจะเลือกขึ้นบันไดเลื่อนอย่างแน่นอน"... ใช่ไหมครับ ^^



ซึ่งคำตอบที่ได้นั้น
ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะครับ... เพราะการเดินขึ้นบันไดนั้น เป็นการออกกำลังกายโดยที่เราไม่รู้ตัว

แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่มีทั้งลิฟท์ ทั้งบันไดเลื่อน จึงทำให้คนเรารักความสบายมากขึ้น จนลืมการออกกำลังกาย

แบบต่อสู้ธรรมชาติ
(ต้านแรงโน้มถ่วง) อย่างนี้ไปซะแล้ว... ปัญหาที่ตามมาคือ โรคอ้วน ลงพุง เพราะไม่ได้เผาพลาญไขมันส่วนเกิน

ตามกลไกธรรมชาติที่ควรจะเป็น... งั้นลองดู Clip ตัวนี้ครับ... พอดูจบ ลองตอบคำถามด้านบนอีกครั้ง ดูซิผลมันจะต่างไปไหม



เลือกคำตอบหรือยังครับ... รอบ 2 นี้ ผมเชื่อว่าต้องมีหลายท่านที่ ...เปลี่ยนใจ... มาเดินขึ้นบันไดอย่างแน่นอน

ครับ... เค้าว่ากันว่า"ความสนุก"สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ได้... อย่างใน Clip มีคนถึง 66%

ที่เปลี่ยนพฤติกรรมจากขึ้นบันไดเลื่อน หันมาใช้ขาเดินขึ้นบันไดเปียโนนี้แทน... เพราะว่ามันสนุก... แค่นั้นจริงๆครับ



ตัดมาที่จุดนี้ครับ... "บันไดเปียโน" ที่เราเห็นผ่าน Clip ไปนี้ มันเปรียบเสมือน "การขอให้สนุกกับชีวิต" ครับ

การขึ้นบันไดแบบธรรมดาๆทั้งเหนื่อย ทั้งเซ็ง ใครๆก็ไม่อยากจะขึ้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนบันไดธรรมดาๆให้กลายมาเป็น

"บันไดเปียโน"เหมือนอย่างใน Clip มันก็จะเป็นการสร้างสีสัน และความสนุกให้กับชีวิต หลายๆท่านคงจะเปลี่ยนใจ

หันมาใช้ขาขึ้นบันไดเปียโนนี้ ผมคนหนึ่งละครับที่จะทำอย่างนั้น นี่เป็นหลักการง่ายๆที่เขาเรียกกันว่า "Fun Theory"



เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... กับ"การขอให้สนุกกับชีวิต"เคสนี้ สามารถนำเอาไปดัดแปลงใช้กับการดำเนินชีวิต และธุรกิจได้นะครับ

โดยเฉพาะธุรกิจสมัยนี้ ผู้ประกอบการหลายๆท่านอาศัยทำตาม Trend โดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของตัวเองเลย

แบบนี้มันจะไม่เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนครับ สังเกตกันง่ายๆ "ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก/ชอบแล้วละก็ เราจะพยายามไขว่คว้า

หาข้อมูล/ความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาพัฒนากิจการของเราให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเจริญรุ่งเรืองต่อไป"... จริงไหมครับ ^^




แล้วคุณละคิดยังไง.... ลองบอกคำตอบทั้ง 2 ครั้งให้ผมทราบหน่อยนะครับ และตอนนี้คุณได้สนุกกับการใช้ชีวิตแล้วหรือยัง ???