ในหลักสูตรธรรมาภิบาลอุดมศึกษา เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๓ มีผู้เข้าร่วมหลักสูตรแสดงความกังวลในการทำหน้าที่กรรมการสรรหา การกระทำอย่างไรบ้างที่อาจถูกฟ้องว่าทำผิดกฎหมาย
ทำให้ผมหันมาพิจารณาความรู้สึกของผมเอง ในการทำหน้าที่กรรมการสรรหา ว่าผมไม่เคยหนักใจเลย รู้สึกสนุกและประเทืองปัญญาด้วยซ้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการที่มหาวิทยาลัยที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทั้งหมดมีข้อบังคับในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร หรือตำแหน่งอื่นๆ มีข้อตกลงชัดเจนว่า ไม่ใช่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่นับน้ำหนักความถี่ของการเสนอชื่อเป็นตัวตัดสิน
แต่คณะกรรมการสรรหาจะฟังความเห็นของสมาชิกภายในองค์กรอย่างกว้างขวาง ฟังความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย เอามาประมวลความเหมาะสมของตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำขององค์กรในระยะเวลาต่อไป
ถ้าไม่มีข้อบังคับหรือระเบียบกำหนดไว้ ให้มีขั้นตอนของการกำหนดทิศทางและลำดับความสำคัญของการพัฒนาองค์กรในช่วงเวลาข้างหน้า ที่ผู้นำที่กำลังอยู่ระหว่างการสรรหาจะต้องเข้าไปดำเนินการ ผมก็จะชักชวนคณะกรรมการสรรหาให้ช่วยกันหาข้อมูลและร่วมกันพิจารณาสรุปให้ได้ประเด็นนี้ สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจสรรหา
ข้อมูลประกอบการสรรหาที่สำคัญที่สุดจะมาจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์ strong candidate จำนวนหนึ่ง มีหลักว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มาให้ความเห็นนั้น จะต้องกระจายตัวอย่างทั่วถึง และจะพยายามไม่ใช้วิธีให้ลงคะแนนเลือกตัวแทนฝ่ายต่างๆ แต่คณะกรรมการสรรหาจะกำหนดตัวบุคคลอย่างเจาะจง เลือกคนที่น่าเชื่อถือ ที่มุมมองกว้างและมีดุลยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รักองค์กร เห็นแก่ส่วนรวม ไม่เลือกคนที่เห็นแก่ตัว คิดเล็ก และเป็นคนไม่มีผลงาน
การสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะเน้นขอข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับสภาพขององค์กรปัจจุบัน และทิศทางในอนาคต ซึ่งจะนำมาสู่ข้อสรุปคุณลักษณะจำเพาะที่ต้องการจากผู้ที่จะมาทำหน้าที่ผู้นำในวาระหน้า และนำไปสู่ฉันทามติของคณะกรรมการสรรหา
กระบวนการสรรหาจึงเป็นกระบวนการสร้างความเห็นพ้องขึ้นภายในองค์กร ไม่ใช่สร้างความแตกแยก
ผมจึงไม่เคยรู้สึกหนักใจในการทำหน้าที่กรรมการสรรหา ทั้งนี้ คาถาสำคัญที่สุดคือ ผมไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ ในกระเป๋า ว่าจะต้องเลือกผู้ใดเป็นผู้นำ คาถานี้ทำให้ผมได้รับความไว้วางใจ
วิจารณ์ พานิช
๑๖ ม.ค. ๕๓
๑๖ ม.ค. ๕๓
ข้อมูลเชิงลึก จาก กก สรรหา บางแห่ง ท่าน อธิการบดี จะชี้นำ กก ครับ
เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ JJ ครับ เปลี่ยนคณบดี 6 ท่านโดยไม่มีท่านใดได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งวาระ 2 เนื่องจากท่านอธิการบดีผู้เก่งกาจสามารถ เหนือใครๆใน กกอ ไม่สามารถทำงานด้วยได้เพราะเกรงว่าเป็นคนของอธิการบดีท่านที่หมดวาระไป แต่ท่านผู้นี้กำลังเผชิญชะตากรรมที่ไม่ผ่านการประเมินรอบ 6 เดือนอยู่ กรรมของท่านจริงๆ
ไม่นานเกินรออธิการผู้เก่งกาจเหนือใคร ใกล้เผชิญชะตากรรมการประเมินรอบ 1 ปี สงสารท่านจริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านมรสุมครั้งยิ่งใหญ่ของท่าน
๒๒ กพ ๒๕๕๓
เรียน ท่านประธาน กกอ. (ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช)
ผมขออนุญาตเสนอความคิดเห็นต่อท่านเกี่ยวกับอุดมศึกษาบางประการครับ เนื่องจากผมได้อ่าน Blog
http://gotoknow.org/blog/council/334980
สำหรับหัวข้อนี้ ที่ว่า “ในหลักสูตรธรรมาภิบาลอุดมศึกษา เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๓ มีผู้เข้าร่วมหลักสูตรแสดงความกังวลในการทำหน้าที่กรรมการสรรหา การกระทำอย่างไรบ้างที่อาจถูกฟ้องว่าทำผิดกฎหมาย” ผมรู้สึกว่า น่าสนใจ และมีความคิดเห็นบางประการดังนี้
ที่ผมว่า น่าสนใจ คือ ผมไม่ห่วงความสามารถของท่านประธาน กกอ. เพราะทราบว่า ท่านมีความสามารถสูงยิ่ง แต่ผมเห็นว่า หลักสูตรธรรมาภิบาลที่ท่านประธาน กกอ. กล่าวถึงนั้น ได้ให้โอกาสแก่ ผู้เข้าร่วมหลักสูตร ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการซึ่งกันและกัน ซึ่งในกรณีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องว่าทำผิดกฏหมาย แต่จะมีประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นโอกาสพัฒนาของสถาบันอุดมศึกษา อีกหลายมุม หลายระดับ และหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มาจากส่วนต่างๆ ไม่ว่า จะมาจากฝ่ายบริหาร ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานสภาคณาจารย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าฯ และตัวแทนคณาจารย์ หรือบางแห่งอาจมีตัวแทนนักศึกษาด้วย เพราะหลายๆ ท่านจะมีที่มาแตกต่างกันมาก ฐานความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องก็อาจแตกต่างกัน
การมีเวทีให้กลุ่มคนต่างๆ ในสภามหาวิทยาลัย (อาจรวมท่านนายกสภามหาวิทยาลัยด้วย) ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากความรู้และประสบการซึ่งกันและกัน ซึ่งหลักสูตรธรรมาภิบาลที่กล่าวถึงในตอนต้นนั้น ก็แป็นตัวอย่างหนึ่ง แต่ยังมีน้อยมาก และไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งยังไม่มีความต่อเนื่องใดๆ
ผมเห็นว่า เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่ง ของคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย โดยพิจารณาสนับสนุนเป็นนโยบาย รวมทั้งให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการจัดทำหลักสูตรที่กล่าวถึงในตอนต้นนั้น นับเป็นการริเริ่มที่ดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอครับ
ความคิดเกี่ยวกับ การปฏิรูปอุดมอุดมศึกษา ในหัวข้อ “ปฏิรูปอุดมศึกษาตัวจริง” ใน Blog
http://gotoknow.org/blog/council/335490
ผมประทับข้อความในย่อหน้าหนึ่งที่ว่า “ผมคิดว่าระบบกำกับดูแลต้องใช้ยุทธศาสตร์แยกแยะ และดำเนินการ แนว ๒ ขั้วคู่ขนาน โดยขั้วหนึ่งคือการส่งเสริมให้อิสระ แก่สถาบันที่มีคุณภาพสูง มีความรับผิดชอบสูง อีกขั้วหนึ่งคือการเข้มงวดตรวจสอบและคุ้มครองผู้บริโภค แก่สถาบันที่มีปัญหาด้านคุณภาพและความรับผิดชอบ กฎหมายที่จะยกร่างขึ้นใหม่ควรเน้นยุทธศาสตร์แยกแยะ ไม่ตกหลุมกฎระเบียบแนว one size fits all” ผมเห็นว่า กฏหมายอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ดีเท่าที่ควร ผมมีมุมมองว่า หากเรามีความเชื่อว่า “อุดมศึกษายังเป็นความหวังของสังคม” ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเชื่อว่า น่าจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้แก่สังคมได้นั้น หากอุดมศึกษาจะเป็นความหวังให้สังคม สถาบันอุดมศึกษาจะต้องมีความเข้มแข็ง สถามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นองค์กรกำกับนโยบายสูงสุดของสถาบันอุดมศึกษา จะต้องมีธรรมาภิบาล และมีกระบวนการพัฒนาที่ดีอย่างต่อเนื่องด้วย การพัฒนาของอุดมศึกษาที่ดีจึงจะยั่งยืนต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานได้
จึงเรียนเสนอมายังท่านประธาน กกอ. เพื่อพิจารณาให้มีกระบวนการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของสภามหาวิทยาลัย และให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย ซึ่งผมเห็นว่า ท่านประธานยังมีความสุขในการทำงาน และยังไม่เหนื่อยแต่อย่างใด อีกทั้งยังเพรียบพร้อมด้วยศักยภาพ ที่จะดำเนินการให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำหรับสภามหาวิทยาลัยในทุกๆ แง่มุม และทุกระดับ ดังที่ผมนำเสนอมาแล้วข้างต้นครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
รศ.นพ. ธวัชชัย พีรพัฒน์ดิษฐ์
กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดลจากคณาจารย์ประจำ