การไปลามาไหว้ ยิ้มแย้มทักทายกันนั้นเป็นอุปนิสัยใจคอที่ดีของคนไทยเรา ฝรั่งมังค่าชอบกัน และคนไทยด้วยกันเองก็ชอบฟังในแบบที่สร้างสรรค์ แต่สังคมของเรามีคำทักทายหลากหลายแบบ
คำทักทายที่คล้ายกับการตรวจสอบ เมื่อเราพบหน้าคนรู้จัก ก็จะถามเป็น “เป็นไงบ้าง”
,” เฮ้ ไอ้ลูกคนนั้นมันไปทำอะไรแล้วล่ะ”
, “เป็นไง หนี้คุณใช้หมดหรือยัง”
คำทักทายคล้ายกับการพูดเล่น หยิกแกมหยอกแบบนี้ ถ้าคุยกันแค่สองคนไม่เป็นไร
แต่ถ้าทักในตอนที่อยู่ต่อหน้าคนหลายคน มันสร้างสภาวะที่ผะอืดผะอมอย่างมาก
เมื่อเจอแบบนี้หลายๆ ครั้งก็พาลที่จะไม่อยากจะทักทายกันไปเลย คุณเคยรู้สึกอย่างนี้บ้างหรือเปล่า และจริงๆ ไม่ใช่แค่เก้าคนสิบคนที่เป็นแบบนี้
เป็นกันทั้งบาง รวมทั้งตัวผู้เล่าเองด้วย
ดูแล้วคล้ายกับว่ามันเป็นผลเสีย ทำลายความรู้สึก เป็นเมืองที่อยู่แล้วหวาดระแวงตลอด
จริงๆ หากมองอีกมุมหนึ่งจุดดีของเค้าก็มีนะ เป็นเมืองที่ผลักดันและสร้างคนเก่งให้ประเทศ
คนที่ไม่สามารถฝ่าอุปสรรค์ไปได้ก็ต้องอยู่ในสภาพที่เจียมเนื้อเจียมตัว
พยายามปรับปรุงตนเองเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคมที่เขาอยู่
การพัฒนาตนเองก็เกิดขึ้นตลอดเวลา การบรรลุความสำเร็จก็ต้องแล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนไป มันช่างเป็นสภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี
เป็นสภาพที่บางครั้งทำให้แช่แข็ง ตราตรึงสำหรับคนที่ไม่เก่ง กดคนที่ไม่เก่งให้คงอยู่ในที่ๆเดิมของเขา ขณะที่ก็เป็นตะแกรงกรองให้คนมีคุณภาพโผล่ขึ้นมา
สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จเหนือคนอื่นๆ ไปแล้ว การพูดจาทักทายก็จะเปลี่ยนไป
จากคัดค้าน ไม่ให้เกียรติ์ เหยียดหยาม เป็นพูดสรรเสริญ นอบน้อม เป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย
เมืองนี้ก็เลยกลายเป็นเมืองที่ผลิตคนเก่งมากมาย และย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมด จะเห็นพวกเขาก็เฉพาะเวลาที่เป็นเทศกาลเท่านั้น
เมืองที่คุณอยู่เป็นแบบนี้หรือเปล่า?