เมื่อ ISO (Internation Organization for Standardization) ว่าด้วยการสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน (Process) เพื่อมุ่งหวังว่าสินค้า (Outputs) ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่ได้มาตรฐานนั้นจะออกมามีคุณภาพ (Quality) กระบวนการสร้างกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของประเทศ (TQF : HED = Thai Qualification Framework for Higher Education) นั้นมุ่งหวังในหลักการเช่นเดียวกับ ISO หรือไม่...?

หรือว่า TQF มีความมุ่งหวังมากเกินกว่าการสร้างมาตรฐานในกระบวนการผลิต แล้วเพียง "หวัง" ว่าสินค้าที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานตามระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพนั้น

การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)  ได้ถูกนำมาใช้กับระบบการศึกษาในรูปแบบของ SAR/CAR (Self/Check Assesment Report) แต่กลับใช้คำแปลที่ดีกว่าว่าเป็น "การประกันคุณภาพ (Quality Assurance)"

การควบคุมกันรังแต่จะทำเกิดความเบื่อ ความเหนื่อย และความหน่าย เพราะพื้นฐานของการควบคุมนั้นเกิดจาก "การเพ่งโทษ" ซึ่งกันและกัน

การเพ่งโทษ คือ การนำจิตไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ผิดพลาด หรือคาดว่าจะผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็น "ระบบ" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "คน" เมื่อคนต้องคอยจับผิดคน ก็ต้องมีคนหนึ่งเป็นผู้สอบ และอีกคนหนึ่งเป็นผู้ถูกสอบ แต่แนวคิดการประกันคุณภาพ (Quality Assurance) ก็ถูกนำมาใช้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกันคุณภาพของ "อาจารย์"

อาจารย์ถูกประกันคุณภาพด้วย "คุณวุฒิ"

ใบประกาศหรือกระดาษที่ถูกสมมติเรียกว่า "ปริญญา" ที่ออกโดยสถานศึกษาหลากเกรด หลายทวีป ถูกคัดกรอง แบ่งระดับ เพื่อประกันว่า "เครื่องจักร (Machine)" ที่จะถูกเลือกเข้ามาผลิต "บัณฑิต" ต้องมีคุณภาพ

ปริญญาประกันคุณภาพ "ความเก่ง" ได้ตามเกรดหรือระดับผลคะแนนที่บ่งไว้ในกระดาษแผ่นนั้น เมื่อผู้บริหารการศึกษามีสมมติฐานว่า "คนเก่งย่อมผลิตคนเก่ง" คนเก่งจึงถูกคัดและกรองเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการที่มีชื่อเรียกว่า "อาจารย์"

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) มีสมมติฐานการประกันคุณภาพของอาจารย์มากกว่าความเก่งหรือไม่? ถ้ามี มีอะไร? มีแล้วจะสามารถ "แทนค่า" ออกมาทางหน้ากระดาษที่สามารถให้ทุกคนที่อ่านตีความและใช้อย่างเป็นมาตรฐานได้อย่างไร...?

จุดอ่อนของการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพคือ "รายงาน (Report)" เมื่อต้องมีรายงาน ทุกอย่างที่เกิด ที่คิด จะต้องตีความและแทนค่าออกมาในหน้ากระดาษได้ จุดอ่อนนี้เกิดขึ้นตั้งแต่การร่างกรอบ วางแผน (Plaining) เพราะคนที่วางแผนก็ต้องตระหนักเสมอว่า TQF นี้จะต้องใช้กระดาษเป็นสื่อกลาง

เมื่อคนคิดถูกตีกรอบด้วย "รายงาน (Report)" แนวคิดใดที่เป็น "นามธรรม" รู้สึกได้ว่าดี เข้าใจได้ว่าดี หรือรู้แน่ ๆ ว่า "ดี" ก็จะถูกกัน ถูกตีออกให้อยู่นอกกรอบ สิ่งที่อยู่ในกรอบต้องวัดได้ เห็นได้ และจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นทางภาษาหรือสถิติ (Statistics) TQF ที่สร้างออกมาในรอบนี้ได้เดินออกนอกกรอบนี้แล้วหรือไม่...?

ถ้ายังอยู่ในกรอบของรายงานทางภาษาและสถิติ TQF ก็คือ "เจ้านาย" ที่ชวนให้ลูกน้องเบื่อหน่ายทุกครั้งที่รายงาน

แต่ถ้า TQF ครอบคลุมถึงกรอบแห่งความรู้สึกในระดับ "จิตสัมผัส" กรอบมาตรฐานนี้ก็คือเพื่อน คือมิตรที่มอบความสุข ความสนุกในทุก ๆ ครั้งที่ทำงาน...