ระงับความโกรธแบบง่าย ๆ
ทันทีที่คุณโกรธ
หนึ่ง ควรพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่โกรธนั้นให้เร็วที่สุด
สอง งดการพูด เพราะถ้าคุณพูด สิ่งที่มึควรพูดจะหลุดออกจากปาก
สาม งดการตัดสินใจทันทีคนที่ตัดสินใจในนาทีที่มีความโกรธครอบงำ กลุ้ม รุมหัวใจนั้น การตัดสินใจจะด้อยประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยอคติ
สี่ พาตัวเองเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเพื่อเรียกสติ
ห้า ควรจะหาอะไรสักอย่างหนึ่งมาทำเพื่อเป็นการถ่ายเทพลังความโกรธให้ ไปอยู่ที่ เนื้องาน
หก หางานอดิเรกมาทำ เพราะงานอดิเรกนั้นมักจะเป็นงานที่เรารักพออยู่กับงานที่ เรารัก จิตใจก็เริ่มจะแช่มชื่นเบิกบานฟื้นคืนกลับมาเป็นจิตใจที่มีประสิทธิภาพ แล้ว
เจ็ด ขั้นสุดท้าย ฝึกเจริญสติที่เรียนกันว่า เมตตาพรหมวิหาร คือ ฝึกตื่นรู้ดูใจไป
พร้อมๆ กันนั้น ก็ฝึกมองคนที่เราโกรธ ว่าเขาเป็นเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกันกับเรา ปลูกฝังเมตตาภาวนาอยู่เสมอพร้อม กับที่ฝึกตื่นรู้ดูใจ
หากทำได้ถึงขั้นที่เจ็ดแล้ว ความทุกข์จากความโกรธจะไม่มาแผ้วพานเราอีกเลย และทุกครั้งที่ความโกรธมาเยือนเราก็จะสามารถพลิกความโกรธเป็นเมตตาได้ตลอดไป
การที่คนยังไม่สามารถสละความโกรธออกได้เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม จึงพยายามจะเรียกร้องหาความยุติธรรมให้ตัวเอง ก็ไม่สามารถปล่อยวางความโกรธได้ กลายเป็นว่าในขณะที่เขากำลังพยายามหาความอยุติธรรมให้ใจของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เห็นไหม นั่นแหละจึงเป็นรากฐานของการผูกโกรธ คือ เราคิดว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จึงไปโกรธตอบ เพื่อให้คนนั้นได้รับผลแห่งการกระทำที่สาสมที่สุด
แท้ที่จริงคนสองจำพวกนี้ไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ เป็นฝ่ายคนที่แพ้ ทั้งคู่ ฝ่ายหนึ่งโกรธคนอื่นที่หรือกระตุ้นให้คนอื่นโกรธก็แพ้ ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ฝ่ายหนึ่งที่ไปโกรธตอบ ด้วยอาการที่อยากจะเรียกร้องความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็แพ้ใจตัวเอง และทั้งฝ่ายที่กระตุ้นให้โกรธและฝ่ายที่โกรธ สุดท้ายทั้งคู่ก็แพ้อย่างราบคาบให้แก่กิเลสที่ชื่อความโกรธเหมือนกัน
ค่ะ...โกรธเป็นสิ่งที่ควรละจากตัวเราค่ะ ทำให้เราแย่ทั้งสุขภาพจิตและสุขภายกาย