หลังจากถวายพระพรเสร็จในเวลาประมาณเกือบบ่ายโมงแล้ว พวกเราก็แยกกันเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งต้องการจะไปไหว้พระทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่วัดไตรมิตร แต่อีกกลุ่มคือกลุ่มของ Panda และ Lin Hui ซึ่งไปไหว้พระมาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ตกลงกันว่าจะเดินทางไปเยี่ยมชม ตลาดสามชุกร้อยปี ซึ่งท่าน หลินฮุ่ย ศึกษาข้อมูลมาล่วงหน้าบ้างแล้วจากอินเทอร์เน็ต จึงทราบ เส้นทาง ระยะทาง และ เวลาที่จะเดินทางไปโดยประมาณ จากกูเกิ้ลแมบ เราออกเดินทางจากโรงพยาบาลศิริราชประมาณบ่ายโมงกว่า ๆ ไปตามเส้นทางสู่พุทธมณฑล แล้วแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ห้างโลตัสแห่งหนึ่ง ก่อนออกเดินทางต่อในเวลาประมาณบ่ายสองโมง ไปตามเส้นทางไปบางบัวทอง (ทางหลวงหมายเลข ๙) และ ไปจังหวัดสุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) เพื่อไปสู่ อำเภอสามชุกของจังหวัดสุพรรณบุรี การเดินทางเที่ยวนี้ผมได้นั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ จึงได้มีโอกาสพูดคุยกันและดูเส้นทางไปด้วย ในช่วงเข้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี นั้นมีป้ายค่อนข้างชัดเจน มีป้ายต้อนรับและแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้ไปเยือนอย่าง หอแจ่มใส อย่างชัดเจน เมื่อเข้าสู่เขตเมืองของ จังหวัดสุพรรณบุรี เราก็พยายามมองหาป้ายที่จะบอกทางไปสู่ อำเภอสามชุก แต่ก็ไม่พบครับ เรายึดทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ ไปเรื่อย ๆ ตามที่ท่านหลินบอก วิ่งไปนานพอสมควรเราก็ไม่เห็นป้ายบอกทางไป สามชุกเลย จนโชว์เฟอร์ชักไม่แน่ใจว่าเรามาถูกทางหรือเปล่า จึงแวะสอบถาม (เข้าใจว่าอยู่แถว อ. ศรีประจันต์) ก็ได้ทราบว่าเรามาไม่ผิดทางครับ เขาบอกว่าตรงไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายมือ จึงได้เห็นป้ายทางไป สามชุก แต่ก็เป็นป้ายค่อนข้างเล็กมากครับ ตามถนนเส้น ๓๔๐ ที่เราเดินทางมานี้ ป้ายที่ใหญ่ ชัดเจน และมีเป็นระยะ ๆ มาตลอดดคือป้ายบอกทางไป บึงฉวาก ครับ ที่อยู่เลยจากสามชุกไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จากประสบการณ์ครั้งนี้อขอแนะนำผู้ที่จะขับรถไปสามชุก จากด้าน ตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ตามป้ายทางไปบึงฉวาก ที่ชัดเจนกว่ามากครับ
ในที่สุดเราก็เดินทางถึง ตลาดสามชุกร้อยปี ในเวลาประมาณเกือบบ่าย ๔ โมงเย็น เราสามารถนำรถเข้าไปจอดได้ถึงบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสามชุก ที่อยู่หน้าตลาดสามชุกร้อยปี ทีเดียวเนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดใกล้จะปิดกันแล้วคนจึงมีน้อยและเราพบว่าบางร้านก็ปิดกันไปแล้ว แต่ในแง่ดีก็คือเราสามารถเดินชม ชิม และ ช็อบ ได้อย่างสบาย ๆ ครับ

เมื่อไปถึงหน้าตลาด สิ่งแรกที่ทำก็คือการ ชักรูป ที่หน้าป้าย ตลาดสามชุกร้อยปี ข้างตู้ไปรษณีย์เก่า ที่แทบทุกคนที่มาเยือนจะต้องมีรูปที่บริเวณนี้ครับ หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ท่านหลินฮุ่ยก็นำหน้าลุยเลยครับ (ตามภาพล่างขวา) ส่วนภาพล่างซ้ายก็เป็นร้านเป็ดย่างจ่าเฉิด เป็ดย่างชื่อดัง ที่อยู่ตรงมุมทางเข้าตลาดครับ ใกล้กันนี้ก็จะเป็น ร้านกาแฟโบราณ ชื่อดัง คือ "ร้านกาแฟท่าเรือส่ง" (ศิวะนันต์พานิช) ที่อยู่ที่ เลขที่ 1 ซอย 1เจ้าของร้านชื่อ เจ๊ชั่ง ศิวะนันต์วงษ์ อายุ เกือบ ๗๐ ปี และเจ๊ม่วยเล็ก ศิวะนันต์วงษ์ อายุเกือบ ๖๐ ปี เปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เจ๊ชั่ง ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการชงกาแฟ เพราะแกชงให้กับลูกค้าที่แวะเวียนมาที่นี่ทุกวัน เรียกได้ว่า ร้านนี้เป็นสถานที่พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยของชาวตลาดก็ว่าได้ และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานของเจ๊ชั่ง บวกกับรสชาติที่ยังคงเอกลักษณ์มาช้านาน จึงทำให้ร้านกาแฟโบราณ ยืนหยัด และคงคู่ตลาดสามชุกมาจนถึงปัจจุบันนี้ เสียดายที่ช่วงที่เราไปถึงนั้น ร้านกาแฟร้านนี้เขา ปิดบริการสำหรับวันนั้นไปแล้ว เราจึงไม่มีโอกาสได้ชิมครับ.....อย่างนี้ต้องมาอีก
ตามมาเที่ยวด้วยคนคะ
สวัสดีค่ะอ.Panda
ชมภาพอย่างมีความสุข
ยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปตลาดสามชุกค่ะ จะไป ๆ ๆ หลายรอบแล้ว
ขอบคุณที่อาจารย์นำมาแบ่งปันนะคะ
(^___^)
ตามน้องน้ำผึ้งมาเที่ยวน่ะค่ะ
น่าไปมากนะคะ
เคยไป ครั้งเดียว
ประทับใจมากครับ
ชอบ....
ขออนุญาต แจ้งข่าวค่ะ
คุณแม่ของ ท่าน อ.วรภัทร์ เสียค่ะ
ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้หนูจะเดินทางร่วมงานศพ เค้าจัดแบบคริศต์
รายละเอีด อยู่เวป managerroom ค่ะ