คนเรานั้นตั้งแต่ลืมตาดูโลกและค่อยๆ เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ชีวิตที่ผ่านในแต่ละวัยนั้นจะต้องพบกับอุปสรรค์ในพัฒนาการของตนเองกันมาทั้งนั้น ตั้งแต่การกระดึบ การกลิ้ง คลาน พูด และเรียนรู้สิ่งต่างๆ รายล้อมรอบตัว
ทุกๆ อย่างล้วนให้ทั้งความสุขและความทุกข์ มีทั้งความลำบากและก็ความสบาย
แต่ชีวิตเรานั้นก็จะอิงแอบใกล้ชิดกับความสบายมากกว่าความลำบากกันอย่างเป็นปกติ
จึงทำให้ทุกชีวิตมีความคล้ายกัน ไม่ว่าจะ..ไม่รวยเหมือนกัน
ไม่ประสบความสำเร็จ..เหมือนกัน
ไม่สมหวัง..เหมือนกัน
แต่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่เหมือนกับกลุ่มใหญ่นี้ก็คือกลุ่มคนที่รู้จังหวะในการเลือก ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จสูงและเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ
ที่ว่าเค้ารู้จังหวะในการเลือกก็คือ ในการทำงานของเขานั้น เขาจะพิจารณาทุกครั้งที่งานผ่านเข้ามา
และทำให้กระจ่างแจ้งในตนเองซะก่อน โดยมุ่งมองไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายหรือเลยไปจนถึงผู้รับผลงานของเขา ผู้ที่จะให้สิ่งตอบแทนแก่เขา ว่าจะต้องได้งานที่ดีที่สุด ถูกใจที่สุด ประทับใจที่สุด
แล้วจึงค่อยมามองแนวทางการปฏิบัติที่ตนเองเปลืองพลังงานน้อยที่สุด สบายมากที่สุด
สุดท้ายเขาก็ได้ผลงานที่ถูกอกถูกใจมาให้กับเจ้านายของเขา
และก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไรหากเจ้านายจะชอบ และเลือกใช้บริการจากเขาบ่อยๆ ความก้าวหน้าเจ้านายเองก็ให้ตอบแทนแก่คนกลุ่มนี้อย่างที่ควรจะเป็น จึงทำให้คนกลุ่มนี้น่าสนใจ น่าอิจฉา น่ากีดกัน น่าทำตาม น่าอะไรอีกมากมาย
แล้วคนส่วนใหญ่อยากทำอยากประสบความสำเร็จแบบเขา จะทำได้หรือเปล่า?
จากที่เล่ามาก็มองเห็นชัดเจนมากก็คือ ความพร้อมในการทำในทุกสิ่งที่รับผิดชอบ
และสิ่งที่จะส่งเสริมให้เกิดสิ่งดังกล่าวได้ก็คือ การจัดอันดับความสบายที่เราช๊อบชอบนั้นไว้เป็นอันดับสุดท้าย หากทำแบบนี้ ความสำเร็จก็อยู่ในสองอุ้งมือคุณแน่ๆ
เมื่อวานนี้ 7 กพ.2553 เราได้รับแขกจากธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ซึ่งนำทีมโดยคุณนงนุช เทียนไพฑูรย์ รองกรรมการผู้จัดการผู้บริหารสายงานเครือข่าย บมจ.ธนาคารกรุงไทย และคณะ
แบบที่มาอย่างไม่เป็นทางการมาบริจาคอุปกรณ์การแพทย์แก่โรงพยาบาล
พวกเราก็เตรียมงานกันอย่างเต็มที่ ยอมที่จะเตรียมทุกๆอย่างที่ควรจะมีให้ครบแม้จะไม่ได้ขอก็ตามเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้เกิดสิ่งๆ เดียวนั่นก็คือความพร้อม
งานของเราจะสิ้นสุดก็ต้องถึงจุดที่เพียงรอสัญญาณการให้บริการเท่านั้น
วันนี้ตามกำหนดการคร่าวๆ ก็จะมีการกล่าวต้อนรับ และผู้บริจาคก็กล่าวความเป็นมาและวัตถุประสงค์ แนะนำตัวให้รู้จักกัน ถ่ายรูปรับของบริจาคร่วมกัน ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน
เมื่อถ่ายรูปหมู่เสร็จในระหว่างที่ทีมผู้บริจาคทั้ง 70 ชีวิต รอการเยี่ยมชมพื้นที่
ช่วงนี้ท่านรองฯ การพยาบาลคุณศิริวันต์ ก็ปรึกษากับท่านรักษาการผู้อำนวยการ นพ.วิริยะ แล้ว
และเลือกจังหวะเวลาฉายวิดีทัศน์แนะนำจังหวัดพิจิตรและชมภาพรวมของโรงพยาบาลกัน
ประมาณ 15 นาที ทุกท่านที่กำลังอยู่ในช่วงรอก็ได้รับข้อมูล และให้ความสนใจอย่างมากทีเดียว
เป็นการใช้ประโยชน์จากการรอได้น่าประทับใจมาก
และจากนั้นท่านประธาน นพ.วิริยะ ก็ได้นำทีมงานจาก ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่เยี่ยมชมสถานที่ นี่จึงเป็นแง่มุมที่น่าสนใจ เป็นตัวอย่างความพร้อมที่ใช้ได้ผลดีมากครับ