Knowledge Sharing วันที่ 5 ก.พ. 53 “OPDบริการอย่างไร ให้เป็นเลิศ ”
อะไรล่ะ ที่ผู้รับบริการต้องการ
ต้องการตรวจกับแพทย์ที่คุ้นเคย ไว้วางใจ ถูกใจ ต้องการบริการที่คุณภาพ เป็นกันเอง
ต้องได้รับข้อมูลการเจ็บป่วย แผนการรักษาและวิธีดูแลตนเอง
ต้องการให้ผู้รับบริการตอบสนองความต้องการของตนเอง
ไม่ต้องการการให้ข้อมูลและประวัติซ้ำซ้อน บ่อยๆ ต้องการบริการที่รวดเร็ว
ต้องการ รู้ระยะเวลาที่จะได้รับบริการ ต้องการความเสมอภาค ไม่แบ่งแยก
ต้องการความเป็นส่วนตัวกรณีที่เป็นการตรวจที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสังคมจิตใจ
“OPDบริการอย่างไร ให้เป็นเลิศ ” แยกออกเป็นแต่ละด้าน ดังนี้
1. ด้านผู้ให้บริการ
1.1 มีพฤติกรรมบริการด้วยใจ (service mind ) เช่น ให้บริการโดยยึดหลักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ควบคุมอารมณ์ ยิ้มแย้ม ทักทาย พูดไพเราะนุ่มนวล เป็นกันเอง ท่าทีเป็นมิตร(หน้ารับแขก) กระตือรือร้นในการให้บริการ ใช้สรรพนามที่เป็นการเคารพ/เป็นกันเอง เช่น ลุง ป้า ฯลฯ
1.2 มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาให้ผู้ป่วย ไวต่อการตอบสนอง และปฏิกิริยาของผู้ป่วย เช่น ยาไม่ครบ ผู้ป่วยแสดงอาการไม่พึงพอใจ บ่น ไม่รอตรวจ
1.3 มีทัศนคติที่ดีกับผู้ป่วย มีแนวคิดหรือหลักการทำงาน เช่นให้บริการช้าดีกว่าให้บริการผิดพลาด ส่งผลให้ผู้รับบริการไม่ต้องรีบร้อนมากจนทำให้เครียดและเกิดข้อผิดพลาด
1.4 เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยใช้สิทธิของผู้รับบริการ
1.5 ให้บริการอย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ
1.6 ให้ข้อมูล.....ถูกต้องครบถ้วนตามหลักการและความต้องการของผู้ป่วยอย่างเป็นเหตุเป็นผล
1.7 ต้องการให้แพทย์ผู้ตรวจให้เวลาในการ อธิบาย ชี้แนะ สอน การปฏับัติตัว
1.8 พึงพอใจ และชอบงานที่ทำ (รักงาน รักอาชีพ*รักในสิ่งที่เป็น เห็นในสิ่งที่รัก* )
2.ด้านอุปกรณ์สถานที่
แผ่นกระดาษ / บัตรคิว ที่บอกลำดับการรับบริการ ห้องให้บริการ ผู้ให้บริการ และระยะเวลารอคอยการรับบริการ
เก้าอี้นั่งรอตรวจติดเลขลำดับการเข้ารับบริการ (เบอร์)
มีน้ำยาล้างมือทุกจุดบริการโดยเฉพาะจุดแรกรับผู้ป่วย
ป้ายประกาศ เช่นสาเหตุที่ทำให้แพทย์ออกตรวจช้า ขั้นตอนการบริการประเภทและ ลำดับการเข้าตรวจ
3. ด้านบริการ
3.1 เจ้าหน้าที่ขึ้นปฏิบัติงานตรงเวลา
3.2 ประชาสัมพันธ์หน้าห้องตรวจ เพื่อประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการให้บริการ แนะนำ/สอนการดูแลตนเอง การแจ้ง/ประกาศ สิ่งที่ต้องการขอความร่วมมือ ชี้แจงปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การบริการชักช้า ผิดพลาดและโอกาสที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสังคมจิตใจเช่นการบริการที่อาจถูกมองว่าไม่เสมอภาค เลือกปฏิบัติ ลัดคิว และประกันการให้บริการเพื่อความชัดเจน เช่น วันนี้รับประกัน ทุกคนได้รับการตรวจ แน่นอน เป็นต้น
3.3 มีเจ้าหน้าที่สำหรับต้อนรับ ตอบคำถาม ชี้แนะ นำทาง อำนวยความสะดวก แก่ผู้มารับบริการ โดย ขึ้นปฏิบัติงานตั้งแต่เช้าก่อน/พร้อมผู้รับบริการ
3.4 การซักประวัติไม่ซ้ำซ้อน (เจ้าหน้าที่ซักประวัติผู้ป่วยบ่อยๆซ้ำๆเรื่องเดิม )
3.5 กำหนดแนวทางปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยที่ NPO ก่อนการตรวจพิเศษต่างๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการ NPO และการถูกร้องเรียน
3.6 คัดกรอง แยกประเภท จัดลำดับการให้บริการ ก่อน –หลัง ตามความรุนแรงของผู้ป่วย เพื่อให้บริการเร่งด่วน
3.7 ให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ ตรงตามหลักการ และความต้องการของผู้ป่วย มีการสอบความข้อมูล หรือประเมินข้อมูลส่วนขาดของผู้ป่วยก่อนให้ข้อมูล/บริการ
3.8 จัดกระบวนการดูแลที่เป็นส่วนตัวในกรณีการตรวจพิเศษ /หัตการต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสังคมจิตใจ (Exposed) ของผู้ป่วย เช่น ห้องตรวจภายใน อาจมีม่านกั้นเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเห็นหน้าผู้ให้บริการ (รู้สึกอาย กลัวเครื่องมือ ฯลฯ )
3.9 จัดให้มีกิจกรรม เพื่อการเรียนรู้/ สร้างเสริมสุขภาพ ขณะรอตรวจและเพื่อให้เกิดความรู้สึกระยะเวลารอคอยน้อยลง เช่น เสียงตามสาย เปิดทีวีเกี่ยวกับสุขภาพ จัดมุม พักผ่อน อ่านหนังสือ ฟังเพลงสุขภาพ เก้าอี้นวดสุขภาพ มุมเด็กเพื่อเสริสร้างพัฒนาการ ตู้เกมสุขภาพ สื่อฯลฯ
3.10 จัดให้มีกิจกรรม เพื่อการเรียนรู้/ สร้างเสริมสุขภาพ ก่อนเข้ารับบริการ โดยบูรณาการกิจกรรมเข้ากับวัฒนธรรม ความเชื่อ ของประชาชนที่มารับบริการ เช่น การทำสมาธิโดยการเคลื่อนไหว การทำใจ(จิต)ให้สงบ ฯลฯ
4.ด้านการนัด
4.1 ผู้ป่วยมาตามนัดได้รับการตรวจก่อน
4.2 เพื่อความรวดเร็วผู้ป่วยนัดมีการค้นประวัติก่อนล่วงหน้า และตรวจเช็คการมาตามนัด หากไม่ตรงนัดมีระบบการติดตาม
4.3 มีบัตรคิว ขณะรอรับการนัดครั้งต่อไป โดยในบัตรคิวระบุระยะเวลารอคอย
4.4 บริการให้รวดเร็ว หากผิดพลาด ล่าช้า ต้องประสัมพันธ์และชี้แจงให้ผู้มารับบริการทราบทันที
สรุป : การบริการOPD เน้นผู้มารับบริการเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้รับบริการ ได้รับการบริการที่ มีคุณภาพ รวดเร็ว พึงพอใจ ภายใต้ พฤติกรรมบริการด้วยใจของเจ้าหน้าที่ (aphaiwan )ทีม HUM
ดีจังเลย รู้สึกดี ไม่กลัวโรงพยาบาลแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต้องการตรวจกับแพทย์ที่คุ้นเคย ไว้วางใจ ถูกใจ
ใช้บริการแพทย์ประจำครอบครัว(Fammily Meddicine) สิครับ ถ้ามโนรมยังไม่มี ผมช่วยได้
ขอบคุณครับที่สรุปมาให้อ่าน
ตอนเข้าฟังเก็บได้ไม่หมด มาอ่านแล้วได้รายละเอียดเพิ่มอีกเยอะเลยครับ
อนุเทพ
ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการแชร์ความรู้แบบสุนทรียสนทนาครับ / boss
ได้ประโยชน์มาก และสามารถไปประยุกต์ใช้กับ ER ได้หลายเกือบทั้งหมด และมีประสบการณ์ที่จะแลกเปลี่ยน เรื่องการติดป้ายต่างๆ นั้นดี...แต่ไม่ดี คือที่เคยสัมภาษณ์ผู้รับบริการ ในหลายๆ โรงพยาบาล เราพบว่าผู้รับบริการ กว่าครึ่งไม่ได้อ่าน หรืออ่านก็ไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เป็นระยะๆ ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะเข้าใจและพึงพอใจ /By Jan
เห็นด้วยอย่างมากเรื่องคอยสอดส่องดูแลเป็นระยะๆ เหมือนเวลาเราเดินไปในร้านค้าแล้วทำท่าเก้ๆ กังๆ เจ้าของร้านก็มักจะเข้ามาพูดว่า " ต้องการอะไรคะ สอบถามได้นะคะ " / boss
สรุปได้ยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ อยากให้มีการแชร์ความรู้แบบนี้ทุกจุดบริการค่ะ /jang