พ่อแม่ทุกคนอยากเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับลูก

วันนี้พาลูกสาวคนเล็กไปจับฉลากเข้าเรียนระดับอนุบาล 1 ที่โรงเรียนอนุบาลสระบุรี

กำหนดจับฉลากเวลา 09.00น. ตอนที่เราสองแม่ลูกไปถึงเป็นเวลา 08.41 น.

แม่รีบพาน้องบุ๋นรุดไปที่ศาลปู่ตาหน้าโรงเรียน ไหว้ขอพร ให้รับลูกเข้าโรงเรียน

แล้วไปดูป้ายชื่อ ห้องจับฉลาก ปรากฎได้อยู่ห้องสุดท้าย

เพราะวันที่ไปสมัคร แม่กับพ่อไปสมัครวันเกือบสุดท้ายแล้ว

ตอนแรกไม่ได้ติดตามข่าวการรับสมัครนักเรียน เผอิญนั่งรถไปแล้วคุยกับพ่อ

ว่าอยากย้ายโรงเรียนของลูก ไปอยู่ใกล้ๆ พี่บีบี จะได้ฝึกให้พี่ได้ดูแลน้อง

พอไปสืบข่าวมา พ่อบอกว่าเขาสมัครพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว

จึงรีบมาสมัครกัน โชคดีที่ทันเวลา

โรงเรียนพี่บีบี อยู่อีกฝั่งของถนน

บรรยากาศหน้า ว่าที่โรงเรียนของน้องบุ๋น

   ก่อนจับฉลาก คุณครูซึ่งเป็นกรรมการประจำห้องทั้งหมดสี่คน

ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองอย่างละเอียด

ทำตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ และป้องกันการร้องเรียน

เด็กในห้องทั้งหมด 25 คน มีฉลากได้ 15 และฉลากไม่ได้ 10

งานนี้คุณลูกเป็นยังไงไม่ทราบ แต่ ก่อนถึงคิวลูก คุณแม่ใจเต้นแรงเหมือนกัน

ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้ว ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่พยายามอธิษฐานจิตให้ลูกจับได้นะ

บอกลูกว่าถ้าอยากเรียนโรงเรียนที่มีดอกทานตะวันสวยๆ

หนูต้องจับฉลากได้นะคะ ลูกพยักหน้ารับคำ แล้วยิ้มอายๆ

ไม่ทราบเข้าใจความหมายแค่ใหน

คุณพ่อตามมา หลังจากไปส่งพี่เรียนพิเศษแล้ว

ยืนลุ้นและยิ้มให้กำลังใจลูกสาวอยู่หน้าห้อง

    ถึงช่วงสำคัญ ลูกจับฉลากได้ แม่ดีใจมากหอมแก้มลูกฟอดใหญ่

เสร็จจากนั้นก็มาไหว้พระและศาลปู่ตา เพื่อขอบคุณอีกครั้ง

แบกลูก ข้ามสะพานลอยกลับมาที่รถ

คุณแม่พาน้องบุ๋นมากินขนม ซื้อรองเท้าและชุดกระโปรงเป็นของขวัญ

     จะเรียนโรงเรียนใหนก็ไม่สำคัญ สิ่งที่พ่อแม่ต้องการคือ

อยากให้ลูกเป็นคนดี มีความสุข และใช้ชีวิตในสังคมได้

รวมทั้งมีความอดทน อดกลั้นต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

โรงเรียนนี้ ไม่รู้ว่าดีที่สุดหรือเปล่า อยู่ที่ว่าดีที่สุดสำหรับอะไร

อย่างน้อยชื่อเสียงที่มีมานานของโรงเรียน และความสะดวกของเราและลูก

ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่เราสองคนตัดสินใจให้ลูกเรียนที่นี่

โรงเรียนเก่าที่พี่เรียนก็ดีเหมือนกัน แต่การเดินทางไม่ค่อยสะดวกนัก

สำหรับวันนี้ ถือว่าเป็นวันดีดีในครอบครัวของเราอีกวันนึง...