วันนี้ผู้เขียนได้พาคุณแม่ซึ่งมีอาการปวดเมื่อยไปนวดที่คลินิกแม่อิมการแพทย์ซึ่งเป็นแพทย์แผนไทยที่พวกเราคุ้นเคย  และเคารพนับถือ

             ขณะที่รอคุณแม่ซึ่งกำลังนอนนวดอยู่นั้น  ผู้เขียนก็นั่งตรวจงานนักเรียนเพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่า  พลันก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคุณพ่อวัยกลางคนอุ้มเด็กสาวอายุ ๑๓ ปีเดินเข้ามาในคลินิก   พร้อม ๆ กับคุณแม่ คุณตา  และคุณน้าของเด็ก

             เมื่อวางเด็กลงแล้ว  ผู้ใหญ่ทั้งหลายต่างห้อมล้อมดูแลเด็กด้วยความเอาใจใส่
โดยเฉพาะคุณพ่อซึ่งคอยคุยกับลูกสาว   ลูบผมและหอมแก้มด้วยความรักและทะนุถนอมจนผู้พบเห็นสัมผัสได้...  ส่วนลูกสาวได้แต่ลืมตาพยักหน้ารับรู้ได้บ้าง

             ผู้เขียนรู้สึกสนใจจึงได้ไปพูดคุยและสอบถามได้ความว่า  น้องพลอยได้จูงสุนัขตัวใหญ่ไปเดินเล่นในตอนเย็นเมื่อ ๗  เดือนที่แล้ว... เผลอพลาดตกลงไปในบ่อข้างบ้าน กว่าที่ผู้ใหญ่จะพบเพราะสุนัขเห่าจึงทราบ  และช่วยขึ้นมาได้น้องก็ตัวเขียวมีเลือดออกทางปากและจมูก    เมื่อพาไปส่งโรงพยาบาลคณะแพทย์ก็ช่วยได้เพียงเท่านี้...

             แพทย์บอกว่าอาจต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป    ตอนนี้ต้องรับประทานอาหารทางสายยาง  ใหม่ ๆ ตัวแข็งกระดุกกระดิกไม่ได้     เดี๋ยวนี้มานวดบ่อย ๆ หลายครั้งอาการดีขึ้น...  พ่อแม่ได้แต่หวังว่าการรับการรักษาแนวทางนี้จะช่วยให้น้องอาการดีขึ้น... และที่น่าเห็นใจกว่านั้นก็คือน้องพลอยเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว...

            ผู้เขียนรู้สึกสะเทือนใจที่เห็นภาพเด็กสาววัยสดใสเหมือนดอกไม้ที่รอวันเบ่งบานเพื่อรับอรุณใหม่กลับต้องถูกชะตากรรมเล่นตลกมานอนอยู่กับที่ให้พ่อแม่ดูแลวันแล้ววันเล่า...   แต่ก็นึกชื่นชมครอบครัวนี้ที่ส่งผ่านความรักให้ลูกอย่างใกล้ชิด...สมกับเป็นแก้วตาดวงใจพ่อแม่จริง ๆ

            เด็กน้อยผู้น่าสงสาร  หากชีวิตเจ้าเปรียบดั่งดอกไม้...เจ้าก็เป็นดอกไม้ที่ยังไม่ทันเบ่งบานแต่กลับร่วงโรยรา   หวังใจว่าความรักและความศรัทธาจะช่วยหล่อเลี้ยงวิญญาณเจ้าให้กลับมาสดใสเป็นปกติ     และเป็นแก้วตาดวงใจที่สมบูรณ์ของพ่อแม่ตลอดไป..

         

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต