ความสุขอยู่ที่ใจ ใช่ขึ้นกับอายุ นิตติ้งไหมพรมก็ช่วยได้
 
 
 
          สวัสดีค่ะ  วันนี้มีเรื่องราวของคุณยายมาฝากอีกแล้ว  แต่เป็นคุณยายในบ้านพักคนชราบางแค  ซึ่งเรื่องราวในบ้านบางแคนั้นบางครั้งมักออกมาในแง่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะเรื่องคุณค่าและความสามารถที่ดูจะลดน้อยด้อยค่าลงไปตามตัวเลขอายุ ที่เพิ่มมากขึ้น ต้องเป็นภาระให้ลูกหลานคอยดูแล ยิ่งเป็นคำพูดและความรู้สึกของลูกหลานแท้ๆ ด้วยแล้ว ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ได้ยินคงแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ในบ้านอีกแล้ว เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีค่า เป็นภาระให้ลูกหลานเลี้ยงดู  บั้นปลายชีวิตของผู้สูงอายุหลายคน จึงต้องมาฝากชีวิตไว้ที่สถานสงเคราะห์คนชราต่างๆ ทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ  ทว่า…ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ทุกคนจะมีความรู้สึก “แย่ๆ” อย่างที่หลายคนเข้าใจก็หาไม่ เพราะสำหรับคนแก่บางคน ก็สามารถหาความสุขในชีวิตภายใต้รั้วบ้านพักคนชรา ได้เช่นกัน ดั่งเช่น ยายประจวบ ติณตะบุตร ชาวจังหวัดระยอง วัย 88 ปี อดีตผู้คุมนักโทษหญิง แห่งทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำคลองเปรม ที่มาใช้บั้นปลายชีวิตในสถานสงเคราะห์คนชรา บ้านบางแค กว่า 13 ปีแล้ว
 
 
          ยายประจวบเล่าย้อนถึงชีวิตด้วยน้ำเสียงสดใสและใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งเต็มไปด้วย ร่องรอยของกาลเวลาว่า พื้นเพครอบครัวนั้นเป็นข้าราชการสืบสายมาจากเจ้าเมืองระยอง มีลูกทั้งหมด 7 คน ประกอบอาชีพเป็นผู้คุมหญิงที่เรือนจำคลองเปรมจนกระทั่งเกษียณอายุ กลับมาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร รู้สึกว่าไม่อยากเป็นภาระให้กับลูก เพราะทุกคนมีครอบครัวหมดแล้ว ส่วนสามีเสียชีวิตไปเกือบ 20 ปี จึงตัดสินใจเข้ามาอยู่ที่บ้านพักคนชราบางแค
          ” ตอนตัดสินใจเข้ามาที่นี่ ลูกยายก็ห้ามเหมือนกัน แต่ยายรู้สึกว่ายายไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบาก เป็นภาระของลูก มาใหม่ๆ ยายก็เหงาเหมือนกัน เพราะยังไม่รู้จักใคร ยังไม่มีเพื่อน ก็อ่านหนังสือบ้างแก้เหงาได้แต่ไม่มาก อยู่ได้สักพักหนึ่ง ยายนึกขึ้นได้ว่า ยายพอมีฝีมือเรื่องการถักนิตติ้งบ้าง ก็ลองถักดู”
          และ “นิตติ้ง” จึงเป็นที่มาแห่งความสุขของยายประจวบ  ความสุขของยายประจวบสะท้อนออกมาผ่านผลงานการถักนิตติ้งที่ฝีมือประณีตไม่แพ้นักถักงานฝีมือวัยสาว ทั้งหมวก เสื้อกันหนาว กระเป๋า ถุงเท้า รองเท้า ผ้าคลุมโต๊ะต่างๆ ถ้าหากไม่บอกว่าใครเป็นผู้บรรจงถักเส้นไหมจากใจหนึ่งให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า เบื้องหลังความสำเร็จเป็นคุณยายวัยกว่า 90 ปีคนนี้
 
 
          “เดิมยายเป็นคนชอบงานฝีมือมาตั้งแต่สาวๆ แต่ไม่ได้ไปร่ำเรียนที่ไหน อาศัยน้องสาวยายเขาถักนิตติ้งเป็น ยายเห็นน้องถัก ก็อยากจะทำเป็นบ้าง น้องสาวจึงช่วยสอนให้ ตั้งแต่นั้นก็ฝึกฝนถักมาเรื่อยๆ ตอนเป็นผู้คุมนักโทษหญิงก็ถักเป็นงานอดิเรก ของใช้ในบ้านยายมีแต่ฝีมือของยายทั้งนั้น” ยายประจวบเล่าด้วยใบหน้ามีความสุข 
          หลังจากที่ “ฟื้น” ความสุขของการถักนิตติ้ง ยายประจวบเริ่มทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ถักนิตติ้งเป็นสิ่งของต่างๆ โดยส่วนใหญ่เป็นถุงเท้าเด็กอ่อน กระเป๋าสตางค์ หมวก ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมโทรทัศน์ โดยอุปกรณ์ต่างๆ ยายประจวบหาซื้อมาเอง ส่วนไหมพรมมีคนมาบริจาคให้ที่บ้านบางแค  งานถักนิตติ้งของยายประจวบคนนี้ ไม่เพียงแต่นำไปใช้ในบ้านบางแคเท่านั้น แต่เป็น “รายได้” ให้กับตัวยายเองอีกด้วย
          ” พอยายเริ่มถักทุกวันก็มีงานหลายชิ้น ก็มีเพื่อนมาสนใจกันเยอะ เข้ามาถามวิธีทำบ้าง แล้วก็นำไปบอกต่อแนะนำยายว่าให้เอาไปขายต่อ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลยายเขาก็มาซื้อ บางทีเป็นนักศึกษาบ้าง ขายได้เยอะเหมือนกัน เดือนหนึ่งได้ประมาณ 3,000 บาท”
 
 
          เป็นที่น่า เสียดาย…เพราะทุกวันนี้ยายประจวบไม่ได้จับเข็มนิตติ้งมากว่า 5 เดือนแล้ว เพราะเป็นต้อกระจก และประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำทำให้เดินเหินไม่สะดวกนัก จำเป็นต้องใช้ไม้เท้า แต่ความสุขของยายไม่ได้จางหายไป เนื่องจากยายประจวบผันตัวเองเป็นคนให้ความรู้เรื่องการถักนิตติ้งกับแม่บ้าน แทน ซึ่งยายประจวบบอกว่า “สนุกไปอีกแบบ”
          “ตอนนี้เป็นต้อกระจก มองอะไรก็ลำบาก แต่ยายตั้งใจว่าจะสอนพวกแม่บ้านและนักศึกษาที่เข้ามาเรียนจนกว่าร่างกายจะ ไม่ไหว แม้จะไม่ถักนิตติ้งแล้ว แต่การให้ความรู้คนอื่นก็มีความสุขเหมือนกัน ยายมีความสุขที่คนอื่นเห็นความสำคัญของยาย มาถามนั่นถามนี่ มาขอความรู้กับยาย ทำให้ยายรู้สึกว่า คนแก่ก็สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างเหมือนกัน โดยที่ไม่เป็นภาระกับลูกหลายอีกด้วย” ความสุขอยู่ที่ใจ ใช่ขึ้นกับอายุ นิตติ้งไหมพรมก็ช่วยได้