ตอนเริ่มเขียนเวลา 21.47 น. ขอนแก่นฝนตกซะงั้น หนักด้วย
สงสัยฟ้าจะดีใจกับผลการแข่งขันที่ Anfield ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ใช่แล้วครับ... Liverpool ของผมที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน
สามารถเอาชนะ Everton ในศึกเมอร์ซี่ไซร์ดาร์บี้แมทได้ 1-0 ครับ
ผมละดีใจสุดๆ เพราะลูกที่โดนใบแดง กรรมการไม่ทันเกมส์อย่างแรง
แต่หงส์แดงของผมก็แสดงให้เห็นแล้วว่า "เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลายังไม่ดัง"
อะไรก็เกิดขึ้นได้... แล้วก็ใช่ครับ ชัยชนะในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง ^^
ดีใจกันพอหอมปากหอมคอ มาเข้าเรื่องในวันนี้กันดีกว่าครับ ผมก็นำเอาเรื่องราวของการขอที่ใช้แล้วเวิร์คมาฝากอีกเช่นเคย
เรื่องนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงของน้องของเพื่อนผม (งง มะ) ระหว่างออกไปหาลูกค้าที่ กทม. ครับ
เพื่อนของผมคนนี้ชื่อ"โอม"ครับ ส่วนน้องของเขาสมมุติให้ชื่อ"A"ละกัน เขา 2 คน ทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่งในขอนแก่น
โอมเล่าให้ผมฟังว่า "ตอนนั้นธนาคารของโอมต้องการหาผลงานทางด้านประกันนชีวิต ก็เลยต้องเร่งๆหากัน ทีนี้น้อง A
เลยชวนโอมไปหาลูกค้าที่เมืองหลวง (ไม่ใช่อยุธยานะ... กทม.) ซึ่งลูกค้าที่น้อง A จะให้ โอมพาไปหานี้แกเป็นเจ้าของ
ร้านอาหารไทยใน Boston ครับ จะกลับมาที่ไทยปีละ 2 ครั้ง เพื่อมาใช้ดอกเบี้ยที่ฝากในธนาคาร
(ประมาณว่ามีเงินนอนอยู่ในแบงค์เยอะ กลับไทยเพื่อมาเอาดอกเบี้ยไปใช้เล่นว่างั้นเถอะ... รวยน่าอิจฉาจริงๆ )
แล้วน้อง A เนี่ย เคยไปเรียนที่ Boston และได้ทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารของลูกค้าท่านนี้ครับ
(พอเรียนจบ A ก็เลยมาทำงานที่ธนาคารสาขาเดียวกันกับโอม) พอเจอลูกค้าท่านนี้ A ก็ได้ขอให้เขาช่วยฝากเงิน
ให้หน่อย... ประมาณว่าให้ช่วยเปิดบัญชีนั้นละครับ ลูกค้าท่านนี้ก็ตกลง แต่ไหนๆก็ไหนๆ ขับรถมา กทม.ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ
เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว น้อง A เลยลองแนะนำประกันชีวิตของธนาคารให้ลูกค้าท่านนี้ฟังดู เผื่อจะสนใจ....
ปรากฏว่าเซอไพร์สครับ ไม่ใช่แค่สนใจธรรมดา ลูกค้าท่านนี้ยังช่วยซื้อประกันชีวิตในวงเงินที่สูงถึง 18 ล้านบาท (แม่เจ้า !!!)
และการทำประกันในครั้งนั้น ถือเป็นวงเงินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของธนาคารของโอมที่ขอนแก่นเลยทีเดียวครับ ^^
ตัดมาที่จุดนี้ครับ... มาดูกันครับว่า เคสนี้มันเกี่ยวกับการขอตรงไหนน้ออออ... ตามผมมาครับ
จะเห็นได้ว่า... โอม และน้อง A ต้องการที่จะ"ทำยอดประกันชีวิตของธนาคาร" A เลยชวนโอมเข้าเมืองหลวง
เพื่อที่จะไปหาลูกค้าที่รู้จักกันมานานนั้นก็คือ "คุณเจ้าของร้านอาหาร" ซึ่งรู้จักกับ A มาตั้งแต่อยู่ที่ Boston
A ไม่ได้ขอให้ลูกค้าท่านนี้ซื้อประกันในทันที แต่... ให้ช่วยเปิดบัญชีและฝากเงินเข้าให้หน่อย... (ใช้อุบาย) ลูกค้าก็ตกลง
ระหว่างที่กรอกข้อมูลอยู่... เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว A ก็อาศัยจังหวะนั้น"แนะนำประกันชีวิตของธนาคาร"ซะเลย (ขอลองนิดส์นึง)
ใครจะไปเชื่อครับ...ว่าการแนะนำในครั้งนั้นมันจะช่วยให้ โอม และน้อง A ขายประกันได้ในวงเงินสูงถึง 18 ล้านบาท... สุดยอดจริงๆ
เป็นยังไงกันบ้างครับ… กับ”การขอลองนิดส์นึง“ในเคสนี้ ลองคิดเล่นๆครับ ว่าถ้า A “ไม่กล้าที่จะขอ“ในวันนั้น
ยอด 18 ล้านของประกันภัยคงจะไม่เกิดอย่างแน่นอน การขอในครั้งนี้ต้องบอกว่าจังหวะและโอกาสมันพอเหมาะจริงๆครับ
อาศัยความคุ้นเคยกันมาก่อน (เหมือนการเลือกคนให้ถูกกับงาน) และก็ใช้การขอแบบผสมผสานที่ลงตัว
ไม่ได้ยัดเยียดให้ซื้อประกันตั้งแต่พบหน้า ใช้การขอนิดส์นึงค่อยๆพูดให้ฟัง จนในที่สุดก็ปิดการขายได้… ลองนำไปปรับใช้ดูครับ
แล้วคุณละคิดยังไง ^^
....เออ...ช่างพอดีดีจริงๆๆ...คนเราไม่ได้ฟลุ๊คกันง่ายๆนะค่ะ...
...ขอให้โชคดีไปเรื่อยๆๆนะค่ะ...
สวัสดีครับท่านเอิร์ท
ขอเห็นต่างนะครับ
คือผมว่าคุณ A ขายเคสประกันรายนี้เขาน่าจะวางแผนการขายไว้ดีรู้เป้าหมายที่จะเสนอและปิดการขายได้ในทันทีเพราะคงทราบดีว่าเวลาของลูกค้าอยู่เมืองไทยไม่นานคุณโอมกับคุณ A เป็นนักขายคุณภาพ รู้เป้าชัดเจนจึงวางแผนกได้ลงตัว
ส่วนที่ลองขอให้ฝากเงินนั้นก็เพื่อตรวจเช็คให้มั่นใจว่าลูกค้ามีกำลังซื้อแน่นอนจึงเสนอขาย ลองคิดดูนะถ้าวันนั้นลูกค้าไม่เปิดบัญชีเงินฝาก หรือแจ้งว่าไม่มีตังค์ผมว่าทั้งสองท่านจะไม่เสนอขายเคสประกันให้ลูกค้าเด็ดขาด
อย่างนี้แถวบ้านถึงสั่งว่า "ห้ามรู้จักนักขายประกัน" อิ.อิ.
พรรคนี้ไม่รู้เป็นไรเห็นต่างกับท่านเอิร์ททุกที นี้ก็สองเคสแล้ว อย่างเคส คุณแม่หัวโบราน ก็อีกเคสหนึ่ง วันหน้าแวะมาสงสัยเขาคงไม่ให้เข้าบ้านแล้วเรา แฮ....
ไปหละครับวันหน้าแวะใหม่
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
@คุณสายลมที่หวังดี >>> ขอบคุณที่แวะมาครับ... จะเรียกว่า จังหวะดีก็คงไม่ผิดครับ ^^
@ท่านทนาย >>> เหอๆ อย่าคิดอย่างงั้นครับท่าน ความเห็นที่แตกต่างนี้ละ สร้างสิ่งใหม่ๆเสมอ เรื่องนี้มองได้หลายมุมครับ จะบอกว่าวางแผนมาดีก็ไม่ผิดอะไร เพียงแค่ที่ผมเสนอไปเนี่ยมันเป็นมุมมองที่ว่า เขา"กล้าที่จะขอ" โดยที่ยังไม่ได้ตัดสินไปว่า ไม่ได้หรอก ซึ่งคนขายประกันส่วนใหญ่จะเป็นครับ... แต่ก็อย่างที่ท่านว่าครับ... "ห้ามรู้จักนักขายประกัน" อันนี้เห็นด้วยอย่างแรง ขอบคุณที่แวะมาครับท่าน ^^
ขอบคุณทุกความเห็นครับ... แสดงความคิดเห็น หรือแชร์ประสบการณ์กันได้เต็มที่เลยนะครับ ^^
โห ทำได้งัยเนี่ย โอกาสที่ยากเย็นจริงๆ
แต่เขาก็สุดยอดเลยนะคะ ที่หามาได้ตั้ง 18 ล้าน!!!
ปกติแค่เจอเขาแนะนำประกันก็ลำคาญแล้วง่ะ
โวะ ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆมาฝากนะคะ
อ่านบันทึกแล้ว ให้ข้อคิดดีค่ะ :-)
บางครั้งการรู้จักพูดคุยบ้างไม่ใช้ไม่กล้า มั่วแต่ปิดปากเงียบก็ทำให้เราเสียโอกาสได้นะคะ
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
@น้องชาม >>> ตอนได้ฟังเรื่องเล่าเรื่องนี้ก็รู่สึกว่า เป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆครับ ขอบคุณที่แวะมาน๊าาา ^^
@คุณBaby >>> ครับ... หลายๆครั้งเราเสียโอกาสเพราะเราไม่กล้าที่จะขอในสิ่งที่ต้องการนั้นเอง นิสัยเกรงใจของนไทยครับ ที่ทำให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอบคุณที่แวะมาครับ ^^
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเช้ามาอ่านนะครับ แสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยนะครับ ^^
เคสนี้น่าสนใจมากครับ
เดี๋ยวจะลองยุโอมให้สัมภาษณ์น้อง A อย่างจริงๆ จังดูครับ
วิเคราะห์กันไปเลยว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง น้องเค้าคิดยังไง พูดอะไร รู้สึกอะไร
ผมว่าเคสนี้ก็น่าจะเป็นอะไรที่ชัดเจนตัวหนึ่งในโปรเจคของโอมเค้าเลยหละครับ
จริงๆ น้องคนที่ว่านี้ผมก็เคยคุยด้วยบ้างนะครับ เพราะรู้จักพี่ชายเค้า
แต่ไม่ได้สนิทกันครับ น้องเค้าเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี(มากๆ) ได้คุยเป็นต้องหลงชื่นชมในตัวเค้าครับ
ถ้าเอิร์ทได้รู้จัก ผมว่าต้องมีเรื่องการขอดีดีมาเล่าให้ฟังแน่ๆ เลย
ลองดูสิครับ แวะไปที่ทำงานโอม ถามหาคนนี้เลย เดี๋ยวก็ได้รู้จักกัน
แต่ผมว่าก่อนจะถามหนะ ลองมาเล่่นเกมส์ปริศนาดูก่อนดีมั้ยครับ
ให้เอิร์ทลองทายดูก่อนว่าน่าจะเป็นคนไหน แล้วค่อยให้โอมเฉลย (แต่ผมว่าเอิร์ททายถูกชัวว์)
ขอบคุณพี่วิ่วครับ... ไม่ทราบว่าจะให้ผมเดาจากที่ไหนครับพี่... เว็บพี่เหรอ ?
เห็นด้วยอย่างย่ิงครับพี่ ลองให้โอมไปถามเป็นเหตุการณ์มาครับ เดี๋ยวผมจะนำมาวิเคราะห์ในเชิงลึกอีกที
แต่ข้อมูลเท่าที่ได้มานี้ ผมมองว่าน้อง A มีความกล้าที่จะขอ และก็วางแผนมาพอสมควรครับ... ถึงได้เจอลูกค้าที่คลิกขนาดนี้ ^^
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะครับ ^^
ขอนิดนิงส์ และขอให้กล้าลอง ทำให้เกิดโอกาสดีๆได้เลยนะคะ ขอบคุณสำหรับเคสดีๆค่ะ
ขอบคุณอรที่เข้ามาเยี่ยมเหมือนกันน๊าาา
อย่ามัวแต่เรอโอกาสครับ หลายๆครั้ง เราเองต่างหากที่ต้องสร้างมันขึ้นมา ^^
อ๋อ... ไม่ใช่ในเว๊ยนะครับ เพราะน้องเค้าไม่ได้เป็นสมาชิกเว๊บครับ
ที่ว่าให้ไปเจอตัวจริงหนะ ไปที่ทำงานโอมครับ (ใบ้ให้ว่า อยู่ในห้องที่ใหญ่ที่สุดในขอนแก่นครับ สีเหลืองๆ ชั้นสอง)
ถ้าได้ผ่านไปก็แวะไปส่องดูนะครับว่าคนไหน (เจ้าตัวเค้ารู้จะว่าเอามั้ยเนี่ย เหมือนเราเป็นพวกโรคจิตไปแอบส่องเค้าหนะ ฮ่าๆๆ)