อาณาจักรละโว้
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรทั้งหลายที่เรืองอำนาจอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๐ – ๑๘ ยังมีอาณาจักร “ ละโว้” ซี่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยไม่น้อยไปกว่าอาณาจักรที่กล่าวมาแล้ว
ละโว้เป็นอาณาจักรเก่าที่ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า เมืองศูนย์กลางตั้งอยู่ที่ใด แต่ชื่อเมืองละโว้กลับเป็นที่รู้จักกันดีในตำนาน และภายหลังยังปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยเรื่อง “ราชาธิราช” ซึ่งกล่าวถึงพระร่วงผู้มีวาจาสิทธิ์ ขอมดำดิน และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพระร่วงผู้ครองนครละโว้หรือลวรัฐ นอกจากนั้น ยังมีตำนานเกี่ยวกับที่มาของชื่ออาณาจักรนี้เล่าต่อกันมาว่า “ ในละโว้มีทะเลสาบแห่งหนึ่งซึ่งมีน้ำจืดใสบริสุทธิ์ พวกพราหมณาจารย์ขนานนามว่าทะเลชุบศรโดยอาศัยเหตุตามลัทธิศาสนาพราหมณ์ที่ถือกันว่า เมื่อพระนารายณ์อวตารลงมาเป็นพระรามนั้น แม้จะแผลงศรผลาญศัตรูเมื่อใด ย่อมเอาคมพระแสงศรลงชุบในห้วงน้ำอันมีในที่ใกล้เสียก่อนแล้วจึงแผลง บรรดาห้วงน้ำที่พระรามาวตารได้ชุบศร ต่อมาจึงเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่ง ทะเลชุบศรนี้จึงเป็นที่อ้างแห่งหนึ่งว่าเป็นห้วงน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยอานุภาพของพระรามหรือของ พระละวะ (ลพ) ผู้เป็นพระราชโอรสผู้มีฤทธานุภาพมาก จากนั้น จึงมีผู้นำเอานามนี้มาตั้งเป็นชื่อเมือง ละโว้”
อย่างไรก็ดี เมื่อมีการขุดพบเหรียญในจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นเหรียญขนาดเล็ก ทำจากเงิน ด้านหนึ่งเป็นอักษรสันสกฤตโบราณอ่านว่า “ ลว” อีกด้านหนึ่งอ่านว่า “ปุระ” ซึ่งหมายถึงเมืองละโว้ จึงสันนิษฐานว่าเมืองละโว้มีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี
ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓ อาณาจักรละโว้เริ่มเสื่อมอำนาจลงและตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรทวารวดี ต่อมาระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๖ ได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรเจนละโดยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง หลังจาก พ.ศ. ๑๘๒๖ เมืองละโว้ได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย
(ขออภัยที่ไม่มีข้อมูลรูปครับ)
ข้อมูล : เพื่อนนักศึกษาถาควิชาประวัติศาสตร์ ม.รามคำแหง
ที่มา : วาทิน ศานติ์ สันติ