ถ้าหากมีการสนับสนุนดังกล่าวคงไม่ใช่ศาสนาที่ชาวโลกจะให้ความเคารพนับถือ

การศึกษาเกี่ยวกับความสำนึกต่อบาปหรือโทษในทางศาสนา

คงไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าคนเราเกิดมามีบาปติดตัวมาด้วยถ้าเป็นมุมมองของศาสนาสายเทวนิยมอย่างในศาสนาคริสต์และบาปนั้นจะติดอยู่ในสายเลือดของคนต้นเค้าหรือบรรพบุรุษที่ทำบาปทำโทษถ่ายทอดลงไปสู่ลูกหลานด้วยให้ได้รับผลการกระทำอันนั้นด้วย 

 แต่ในส่วนของศาสนาอิสลามแล้วคนเรามีบาปเหมือนกันแต่บาปนั้นอยู่ในตัวคนทำไม่ถ่ายทอดไปยังอีกคนที่ไม่ทำบาป

สำหรับในมุมคิดของศาสนาสายอเทวนิยมแล้วบาปกรรมเกิดมาจากความไม่รู้ถ้าคนรู้แล้วไม่ทำบาปบาปที่ทำลงไปแล้วก็ต้องรับกรรมไปตามนั้นจะไถ่บาปขอพรให้ลดโทษบาปไม่ได้จึงไม่มีทางที่จะแก้กรรมใด ๆ เพราะถ้าแก้กรรมได้แล้วความยุติธรรมจะไปอยู่ที่ไหนละ...

การสำนึกต่อบาปคือการทำให้ชีวิตดำเนินไปถูกทางถูกธรรมอย่างแนวทางของศีล 5 ประการคือ

1 . คงไม่มีศาสนาใดสนับสนุนให้คนฆ่าหรือทำร้ายเบียดเบียนกัน 

 2 . คงไม่มีศาสนาใดส่งเสริมให้คนลักขโมยสิ่งของกันและกัน 

3 . คงไม่มีศาสนาใดส่งเสริมให้คนละเมิดกฎประพฤติผิดในเรื่องกาม 

4 .  คงไม่มีศาสนาใดส่งเสริมให้คนพูดจาโกหกหลอกลวงกันและกัน 

5 .  คงไม่มีศาสนาส่งเสริมให้คนเราเมาหยำเปเป็นแน่ 

 ถ้าหากมีการสนับสนุนดังกล่าวคงไม่ใช่ศาสนาที่ชาวโลกจะให้ความเคารพนับถือ  ผมว่าการที่มีคนในศาสนาใดกระทำการละเมิดกฎเหล่านั้นเป็นเพราะกิเลสของคนเองไม่เกี่ยวกับศาสนา 

 เพราะคนไม่สำนึกต่อบาปไม่สำนึกรับผิดชอบต่อสังคมยังมีความมืดบอดทางสติปัญญาอยู่มากแม้แต่นอนกอดคัมภีร์อยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่อาจเห็นแสงสว่างแห่งสัจจะธรรมนั้นแล.