เด็กน้อยรุ่นหลังจะรู้จักปูแสม ลิงแสมไหมหนอ

เรื่องราวของป่าชายเลน ที่เป็นที่สนใจของกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ

กลับได้รับความสนใจจากกลุ่มเมือง เมื่อความร้อนของโลกทวีขึ้น

วันนี้จึงอยากเป็นกระบอกเสียงให้คนริมเลอีกท่านหนึ่งค่ะ

พี่แต๋วเป็นชื่อที่เรียกขานคนริมเลในอดีต

ที่บอกเล่าเรื่องราวของต.โคกขามเมื่อ 60 กว่าปีที่ผ่านมาได้อย่างน่าสนใจ

พี่แต๋วเล่าว่า ต.โคกขามในวัยเด็กนั้นอุดมสมบรูณ์ยิ่งนัก

ทั้งกุ้งหอยปูปลามากมายจนเหลือเฟือ

มากมายจนผู้คนในท้องถิ่นคิดเสมอว่าไม่มีวันหมดไปตราบเท่าที่ต.โคกขามยังอยู่

บัดนี้ ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป ทรัพยากรเหล่านี้ลดน้อยลงไป ทุกวันนี้แทบหาดูยากมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปูแสม เมื่อไม่มีบ้านให้ปูแสม มันจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

บ้านปูแสมก็คือป่าชายเลน แม้แต่ลิงแสมยังหนีไปตายในเมือง

อันนี้น่าคิด กุ้งหอยปูปลาที่มีเลี้ยงกันตามบ่อกุ้ง บ่อปลา ล้วนเป็นการนำเข้าทั้งสิ้น

สมัยก่อนสัตว์น้ำจะพากันเกิดมากมาย และมาตามน้ำเมื่อน้ำทะเลขึ้น

มาเติบโตตามบ่อที่มีอยู่ทุกครัวเรือน แต่ปัจจุบันในน้ำทะเลกลับมีเชื้อน้อยมาก

ผู้เลี้ยงเป็นอาชีพจึงขวนขวายหาพันธุ์มาปล่อยในบ่อ

เป็นการเพิ่มการลงทุน ต่างกับสมัยก่อนไม่ต้องลงทุน

ปัจจุบันปูแสมที่ต.โคกขามแทบจะนับตัวได้ ต้องซื้อเขากิน ราคีก็แพงมาก

ขนาดที่ซื้อขายกันในปัจจุบันนี้ สมัยก่อนไม่กินกัน เพราะมันเล็กมาก แต่สมัยนี้

ไม่ต้องรอให้โต ไม่ต้องรอให้วางไข่ เพราะขืนชักช้ารอวางไข่

ภาษาชาวบ้านเขาพูดว่าอดแด......พวกเอาไปฉิบ....

เออฟังแล้วก็สะท้อนใจ ให้รู้สึกใจหายว่า

ต่อไปเด็กน้อยรุ่นหลังจะรู้จักปูแสม ลิงแสมไหมหนอ

การปลูกป่าของทุกๆฝ่ายที่ร่วมมือกันจะทันกาล

ก่อนที่ปูแสม ลิงแสม จะสูญพันธุ์ไหมหนอ

คนเล่าชื่อพี่แต๋ว..นางอัมพร  ครุธแก้ว ค่ะ

พอดีเวลาหมด วันหลังจะไปนั่งขุดความรู้เรื่องเล่าอดีตมาฝากใหม่ค่ะ

ขอบคุณค่ะ