มาเล่าต่อถึงยุคที่ 3 เป็นยุคการศึกษาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง   คือช่วงระยะเวลาตั้งแต่พ.ศ.2475-2520 ก่อนประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2520
         เมื่อประเทศไทยจัดการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ  การตรากฏหมายใช้บังคับต้องเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ  กล่าวคือ มีการตราพระราชบัญญัติโดยฝ่ายนิติบัญญัติ คือสภาผู้แทนราษฎร  ตราพระราชกำหนด  พราราชกฤษฎีกา โดยฝ่ายบริหารคือคณะรัฐมนตรี  และออกกฏกระทรวงโดยฝ่ายบริหารคือรัฐมนตรี และรัฐบาลจะต้องบริหารประเทศให้เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร  ดังนั้นการตรากฏหมายการจัดการศึกษาออกใช้บังคับจึงต้องไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็จะต้องเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลด้วย  นอกจากนั้นก็จะต้องสอดคล้องหรือเป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการศึกษาของชาติ
        ในยุคการศึกษาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง(พ.ศ.2475-2520)ได้มีการตรากฏหมายการจัดการศึกษา ออกใช้บังคับเป็นจำนวนมาก  ที่สำคัญได้แก่
         
1. กฏหมายการจัดการศึกษาที่กำหนดนโยบายการจัดการศึกษา  ได้แก่ รัฐธรรมนูญ  ซึ่งส่วนใหญ่จะกล่าวถึงเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาอบรมของบุคคล  หน้าที่ของชนชาวไทย  แนวนโยบายแห่งรัฐในการส่งเสริมการศึกษาอบรม การจัดระบบการศึกษาอบรม และบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาภาคบังคับและอุดมศึกษา  
        นอกจากรัฐธรรมนูญแล้ว  ยังมีพระราชบัญญัติคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ  ให้หน่วยงานนี้รับผิดชอบในการเสนอแนะนโยบายทางการศึกษาของชาติต่อรัฐบาล รวมทั้งการจัดทำ
แผนการศึกษาแห่งชาติด้วย
       
2.กฏหมายการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษา  ได้แก่กฏหมายว่าด้วยการจัดตั้งมหาวิทยาลัย สถาบัน หรือวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษา  มีการตรากฏหมายการจัดการศึกษาที่เป็นการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก(เดิมมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น)  โดยสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นมหาวิทยาลัยหรือเทียบเท่าจะมีฐานะเป็นนิติบุคคล  และมีพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาของตนขึ้นเป็นการเฉพาะ  ส่วนวิทยาลัยครูมิได้มีฐานะเป็นนิติบุคคล จึงใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู
      
3. กฏหมายการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษา  ได้มีการตรากฏหมายซึ่งไม่ใช่กฏหมายการศึกษา แต่มีบทบัญญัติอำนาจหน้าที่จัดการศึกษารวมอยู่ด้วย  ได้แก่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กำหนดอำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการให้มีหน้าที่จัดการศึกษา และทบวงมหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการและกำกับการศึกษาของรัฐในระดับอุดมศึกษา และมีพระราชบัญญัติเทศบาล พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีบทบัญญัติให้มีอำนาจหน้าที่จัดการศึกษาอบรมด้วย
       4.กฏหมายการจัดการศึกษาเอกชน  ได้แก่การแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์(มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2461) รวมทั้งตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยเอกชนขึ้น กำหนดให้วิทยาลัยเอกชนเปิดสอนถึงระดับปริญญาได้
       
5. กฏหมายการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือการศึกษาภาคบังคับ  ได้มีการยกเลิกและประกาศใข้พระราชบัญญัติประถมศึกษาฉบับใหม่ รวมทั้งมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง
       
6. กฏหมายการจัดการศึกษาระดับฝึกหัดครู  เนื่องจากความจำเป็นต้องมีครูที่มีความรู้สูงเพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้การผลิตครูมีประสิทธิภาพ จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษา (ต่อมาเปลี่ยนเป็นพระราขบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)  และพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู เพื่อให้สามารถผลิตครูระดับปริญญาได้
       7. กฏหมายการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา  แต่เดิมไม่มีกฏหมายการจัดการอาชีวศึกษา เมื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านวิชาชีพและการเกษตร ประเทศมีความจำเป็นและต้องการบุคคลที่มัความรู้ทางด้านวิชาชีพและการเกษตรอย่างแท้จริงมากขึ้น จึงประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า  พระราชบัญญัติวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาขึ้น เพื่อให้สถาบันเหล่านี้ผลิตบุคลากรถึงระดับปริญญาได้  ขณะเดียวกันก็ผลิตบุคลากรระดับประกาศนียบัตรด้วยเช่นกัน  ส่วนการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาที่ต่ำกว่าระดับปริญญา ที่กรมอาชีวศึกษารับผิดชอบ ยังไม่มีกฏหมายยังไม่มีกฏหมายยังไม่มีกฏหมายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาโดยเฉพาะแต่อย่างใด  คงดำเนินการโดยประกาศจัดตั้งโรงเรียนและวิทยาลัยขึ้นเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  โดยอาศัยอำนาจตามกฏหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่จัดการศึกษาเท่านั้น  ส่วนการอาชีวศึกษาในโรงเรียนเอกชนก็จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยกฏหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์เช่นเดียวกับการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา
                นอกจากนี้ก็มีการประกาศใช้แผนการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติอีก 4 ฉบับด้วยกัน  สำหรับแผนการศึกษาชาติหรือแผนการศึกษาแห่งชาติภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว แม้จะไม่มีสถานภาพเป็นกฏหมาย  แต่ก็เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของประเทศ  ทั้งนี้เพราะมีกฏหมายการจัดการศึกษาหลายฉบับที่ตราขึ้นใช้บังคับโดยผลของการประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ  เช่น พระราชบัญญัติประถมศึกษา เป็นต้น