E-commerce Fundamentals
พื้นฐานพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce Fundamentals)
การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์นับว่าเริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในโครงสร้างอุตสาหกรรม โลกธุรกิจ และรูปแบบธุรกิจ การซื้อขายของบริษัทตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ เมื่อมีการค้าขายแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เกิดขึ้นได้ส่งผลให้บทบาทตัวแทนจำหน่ายลดลง โดยจะเน้นไปที่การขายตรงไปยังผู้บริโภค ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ และยังสามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านทางโลกธุรกิจแบบธุรกิจสู่ธุรกิจได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
สภาพแวดล้อมของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (The E-Commerce Environment)
Internet เป็นองค์ประกอบและสภาพแวดล้อมใหม่ของโลกธุรกิจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดในทางธุรกิจ และกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการเข้าถึงตลาดหรือความต้องการของลูกค้า การให้บริการลูกค้าที่ดี เมื่อเทียบกับคู่แข่งผ่านทางสื่อกลางอย่างผู้จัดหา จัดส่งอื่น ๆ และปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งภายในและนอกประเทศรวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ท้ายที่สุด นวัตกรรมใหม่ทางเทคโนโลยี ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การบริการที่มีศักยภาพเหนือคู่แข่ง หรือกระทั่งสามารถเปลี่ยนรูปแบบของโลกธุรกิจแบบเดิมให้ดีขึ้นการจัดการความรู้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นหน้าที่พนักงานที่ควรรู้และหมั่นตรวจสอบปัจจัยเหล่านี้ แต่ยังต้องหมั่นตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะกระจายข้อมูลข่าวสารด้วย
ตลาดสินค้าแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (The E-Commerce Marketplace)
การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เปลี่ยนบทบาทระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ในโลกธุรกิจเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคและเจ้าของสินค้าหรือธุรกิจกับธุรกิจ ควรเริ่มทบทวนข้อแตกต่างทางการจัดการธุรกิจนั้นๆ หลังจากนั้นก็ควรศึกษาโครงสร้างขององค์กรว่าเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ผ่านทางกระบวนการซื้อขาย ถัดมาก็พิจารณาสถานที่ซื้อขายและกลไกลทางการแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
โครงสร้างช่องทางการทำตลาดสินค้า (Marketplace Channel Structure )
โครงสร้างของช่องทางการตลาดหมายถึง วันที่ผู้ผลิตหรือบริษัทจัดจำหน่ายสินค้านั้นๆ ส่งสินค้าหรือให้บริการไปยังลูกค้า ช่องทางการจัดจำหน่ายประกอบไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งช่องทางหรือมากกว่านั้น แต่ในปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายนี้ได้ตัดพ่อค้าสื่อกลางออกไปจากระบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำให้ผู้ผลิตสามารถลดหรือกำจัดค่าใช้จ่ายพื้นฐานของค่านายหน้าได้
ข้อดีของการไม่ผ่านสื่อกลาง คือ ผู้ผลิตสามารถลดหรือจัดจำกัดค่าใช้จ่ายพื้นฐานของค่านายหน้าและค่าขนส่งผ่านช่องทางใหม่นี้
ประเภทความแตกต่างของสื่อกลางในธุรกิจออนไลน์ (Different Types of Online Intermediary)
สื่อกลางในตลาดออนไลน์มีหลายรูปแบบ เช่น บริษัทสกรีนเทรด ใช้สื่อกลางเพื่อทำให้การขายสินค้าเป็นไปได้ง่ายและสะดวก รูปแบบสื่อกลางใหม่มีดังนี้
- สารบน (Directories)
- โปรแกรมค้นหา (Search Engines)
- ร้านค้า (Malls)
- การขายตรง (Virtual resellers)
- การบริการเงินแบบดิจิทัล (Digital Cash)
- ชุมชนออนไลน์ (Social Network)
- เว็บไซต์ซึ่งให้บริการหรือเปรียบเทียบบริการของหลายบริษัท (Evaluators)
การทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคำนึงถึงบทบาทของคนกลางในตลาดออนไลน์ สำหรับสารบบนั้น ปัจจุบันถือว่ามีบทบาทน้อยลง เมื่อเทียบกับระบบค้นหาอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กูเกิ้ล เช่นเดียวกับห้างร้านซึ่งมีความสำคัญน้อยลงตั้งแต่มีเว็บไซต์ร้านค้าปลีกโดยตรง โดยไม่ผ่านห้างร้าน จึงทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการเลือกซื้อสินค้า สำหรับธุรกิจประเภทผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค (C2C) การนำห้องสนทนามาใช้เพื่อรับรองความต้องการของลูกค้า ยังมีความจำเป็นสำหรับธุรกิจประเภทผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค
ความสำคัญของตัวแบบของช่องทางการตลาดแบบหลายช่องทาง
(The Importance of Multichannel Marketplace Models)
การเลือกใช้ตลาดแบบหลายช่องทางนั้นมีความจำเป็นมาก เนื่องจากในปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้บริโภคสื่ออินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว จึงต้องใช้กลยุทธ์แบบหลายช่องทางเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การสร้างช่องทางของห่วงโซ่อุปทานจึงอาจเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้เข้าใจพฤติกรรมการค้าแบบหลายช่องทางเพิ่มมากขึ้น สามารถชี้ให้เห็นถึงความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไปแต่ละช่องทาง ซึ่งจะทำให้รองรับลูกค้าได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ความสำคัญของโปรแกรมค้นหา (Search Engine)
เป็นระบบที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ เนื่องจากเป็นวิธีเบื้องต้นที่จะทำให้สามารถหาข้อมูลของบริษัทและตัวสินค้าได้
ที่ตั้งของการแลกเปลี่ยนของตลาดสินค้า (Location of Trading in the Marketplace)
การตลาดแบบดั้งเดิมที่มีที่ตั้งแบบกายภาพ การตลาดแบบอินเตอร์เน็ตหรือแบบออนไลน์ไม่มีทีตั้งทางกายภาพเนื่องเป็นตลาดไร้พรมแดน และอีกอย่างหนึ่งคือว่าการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เป็นรูปแบบหนึ่งที่เหมาะสมในการนำเสนอบนอินเตอร์เน็ตด้านหนึ่งของการนำเสนอที่เราต้องการพิจารณาคือ รูปแบบที่แตกต่างของที่ตั้งตลาด ประกอบด้วยเว็บไซต์หลักของบริษัทผู้จัดหา เป็นหน้าโฮมเพจหลักของบริษัทโดยมีการนำเอาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้และเว็บไซต์ที่ถูกควบคุมโดยผู้ซื้อ สื่อกลางเปรียบเทียบราคา เป็นสื่อกลางที่ไม่ขึ้นกับใคร และจะแสดงการเปรียบเทียบสินค้าและราคา ดังนี้
- เว็บไซต์หลักของบริษัทผู้จัดหา
- เว็บไซต์ถุกควบคุมโดยบุคคลที่สาม และจะทำหน้าที่ขายมากกว่าที่จะเสนอทางเลือกต่างๆ
- สื่อกลางเปรียบเทียบราคาจะทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความพึงพอใจจากการซื้อบนเว็บไซต์
การเลือกสื่อกลางสำหรับธุรกิจของประเภทธุรกิจสู่ธุรกิจ
มีอยู่ 3 ข้อ คือ
1. การทำให้บรรลุผลสำเร็จ
2. รายละเอียดของข้อมูลในเชิงลึกประกอบไปด้วยกลุ่มของข้อมูลของลูกค้า และสินค้า
3. การให้ผู้อื่นมาช่วยธุรกิจเพื่อพัฒนา แลกลิงค์หรือว่าทำโปรแกรมค้นหาหรือลงทุนหรือร่วมทุน เพราะบางอย่างต้องอาศัยเงินทุน และความสามารถในแต่ละแขนง
ทางเลือกสามารถสรุปได้ดังนี้
- การขายให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กร ตัวแทนจัดจำหน่ายที่จะซื้อของแล้วนำไปขายต่อ ซึ่งจะขายให้กับองค์กรหรือบริษัท ห้างร้าน เช่น แบบอะเมซอน
- การซื้อของเข้าบริษัท เช่น วัตถุดิบ
- ผู้จัดหาหลายรายต่อลูกค้าหลายรายที่ผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากมาพบกัน และซื้อขายผ่านสื่อกลาง เช่น เวอร์มาเก็ต
ตัวแบบธุรกิจสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( Business Models for E-commerce )
ความแตกต่างของโครงสร้างทางเศรษฐกิจสามารถพิจารณาได้ผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับหลายบริษัทที่มีอยู่ทุกวันนี้ธุรกิจที่อยู่นั้นจำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสร้างโครงสร้างทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน และโครงสร้างทางธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวเสี่ยงสำหรับนักลงทุนดัวย
รูปแบบสื่อกลางมีดังนี้
- ร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ถือว่าเป็นตลาดรูปแบบหนึ่ง คือร้านค้าออนไลน์ทางเว็บไซต์
- ห้างสรรพสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การรวมกันของร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บริษัทอินดิโสแควร์
- การประมูลอิเล็กทรอนิกส์ คือ พอใจในราคานี้ก็ซื้อเป็นได้ทั้งประเภทธุรกิจสู่ผู้บริโภค
- ชุมชนออนไลน์
- การผสมผสานห่วงโซ่มูลค่า
ตัวแบบโครงสร้างธุรกิจ (Revenue Models)
ตัวอย่างทั้ง 3 ด้านมีดังนี้
1. ตำแหน่งของตลาดสินค้า เช่นโรงพิมพ์เป็นผู้ผลิต
2. แบบจำลองโครงสร้างรายได้ เช่นโรงพิมพ์หนังสือ สามารถใช้เว็บไซต์ในการขายตรง
3. การพบปะเชิงพาณิชย์ โดยมีตลาดสินค้ากลาง บริษัทร่วมตัวกันเพื่อกำหนดราคากลางของสินค้า
ตัวแบบรายได้จากผู้จัดพิมพ์ (Publisher Revenue Models)
ตัวแบบรายได้ของผู้โฆษณาหรือผู้ประกาศนี้จะอธิบายถึงความแตกต่างของแต่ละเทคนิคที่ใช้เพื่อให้เกิดรายได้ ตัวแบบรายได้ของผู้โฆษณาหรือผู้ประกาศก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันได้มีทางเลือกใหม่ ในการหารายได้นอกเหนือจากที่กล่าวมา และมีตัวแบรายได้ที่เป็นไปได้อยู่หลายแบบด้วยกัน เช่น
1. การลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่เนื้อหา
2. การจ่ายต่อครั้งเมื่อต้องการเข้าถึงเอกสาร ต่างๆ
3. การโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์ รูปแบบการจ่ายต่อคลิก
4. การลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงข้อมูลสำหรับการตลาดของ Hotmail
โครงสร้างของการประเมินผลความสำเร็จอย่างยั่งยืน
มี 6 ประการดังนี้
1. แนวคิด (concept)
- มีความเป็นไปได้ในการทำให้เกิดรายได้
- การให้มูลค่าลูกค้าเหนือคู่แข่ง
- ความได้เปรียบจากการบุกเบิกตลาด
2. นวัตกรรม (Innovation)
เป็นอีกแง่หนึ่งของแนวคิด ซึ่งจะกล่าวถึงการเลียนแบบของโครงสร้างจำลองธุรกิจ อาจจะเลียนแบบสิ่งที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ทั้งนี้การเลียนแบบถือว่าไม่เป็นปัญหาถ้าหากถูกนำไปใช้กับกลุ่มตลาดหรือกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน
3. การปฏิบัติให้บรรลุผลตามแนวคิดที่วางไว้ (Execution)
แบบโครงสร้างทางธุรกิจที่ดีนั้น ไม่สามารถได้ว่าประสบความสำเร็จเสมอไป โดยเฉพาะอาจเกิดปัญหาขึ้นในส่วนของการปฏิบัติหรือการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวคิดที่วางไว้ในตอนแรก
4. ปริมาณของผู้เข้าชมเว็บ (Traffic)
วัดจากรายได้ออนไลน์หรือความพึงพอใจในหน้าเว็บนั้นๆที่มีนเข้าชมมาก รายได้ที่มาจากผู้ใช้บริการจะเป็นสิ่งจำเป็นที่ชดเชยการลงทุนที่เสียไป โดยเฉพาะการใช้วิธีโฆษณาแบบดั้งเดิมก็จะทำให้เข้าถึงกลุ่มคนปริมาณมากได้ดียิ่งขึ้น เช่น บริษัทบู ใช้ทีวีและหนังสือเป็นสื่อหลักในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายออนไลน์
5. การเงิน (Financing)
ความสามารถของบริษัทที่จะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในเว็บ
6. ประวัติย่อ (Profile)
ความสามารถของบริษัทในการทำให้เป็นที่ชื่นชอบของสาธารณะ และตระหนักถึงกลุ่มตลาดเป้าหมาย
เนื้อหามีประโยชน์มากเลยครับ
เนื้อหาblogนี้มีสาระมากเลยครับ
เนื้อหาดีค่ะเหมาะสำหรับการหาข้อมูลเพื่อทำรายงานมีการอธิบายและแยกหัวข้อได้เป็นส่วนดีค่ะ
มีประโยชน์มากๆๆเลยนะค่ะ
ขอบคุณค่ะที่มาสรุปให้
เนื้อหาอ่านแล้ว เข้าใจได้ง่ายดีค่ะ ข้อมูลไม่เยอะมากจนเกินไป ทำให้น่าอ่านดีค่ะ
ข้อความกระทัดรัด เข้าใจง่าย ชอบค่ะ
ข้อมูลนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ
มีสาระมากมายคะ
ขอบคุณสำหรับเนื้อหานะครับ
แล่มเลยครับ
สาระดีงี้น่าจะมีรูปประกอบด้วยนะครับ
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะ
เนื้อหาดีนะครับ